Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

เปลี่ยนไก่ให้เป็นเซียน BlackJack ง่าย ๆ แค่ 3 เทคนิคนี้

3 เทคนิคให้เป็นเซียน BlackJack ง่าย ๆ

( 3 เทคนิคให้เป็นเซียน BlackJack ง่าย ๆ )ถ้าจะให้พูดถึงเทคนิคการเล่น แบล็คแจ็ค ผมว่าชีวิตนี้เราคงพูดกันไม่จบแน่ แม้ว่าผิวเผินมันจะดูเหมือนเป็นเกมพนันที่แสนง่าย กลยุทธ์ที่ใช้ก็มีไม่กี่อย่าง แต่เชื่อหรือไม่ว่าพอเอาเข้าจริง ๆ BlackJack กลายเป็นเกมพนันที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องของสูตรการเล่น หรือกลยุทธ์ไม่ด้อยไปกว่าไพ่ใหญ่ ๆ อย่าง โป๊กเกอร์ เลย ยิ่งใครที่เล่นเก่ง ๆ ก็สามารถสร้างเทคนิคเฉพาะตัวขึ้นมาได้อีก แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่และไม่อยากเป็นไก่ให้เจ้า(มือ) กินล่ะก็ ลอง 3 เทคนิคนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าคนธรรมดาอย่างเราก็สามารถเป็นเซียนพนันกับเขาได้เหมือนกัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน BlackJack American Style Vs European Style อันไหนน่าเล่นกว่ากัน

เกมไพ่ BlackJack

เทคนิคพื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อนเล่น BlackJack

คนส่วนใหญ่มักจะไปให้ความสำคัญในเรื่องการทำแต้มให้ได้ใกล้เคียงกับ 21 แต้มให้มากที่สุด แต่กลับลืมมองไปว่าต้องทำอย่างไรถึงจะให้ได้แต้มอย่างที่ต้องการ หากใครที่เล่นไพ่ 21 มานานจะเข้าใจว่าไพ่สองใบแรกที่เราและเจ้ามือได้คือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เรามีโอกาสแพ้หรือชนะในตานั้น ๆ ซึ่งไพ่ที่ได้รับจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ Hard Hand, Soft Hand และไพ่คู่ โดยไพ่แต่ละชนิดก็จะมีเทคนิคการเล่นที่แตกต่างกันไป

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกัน

วิธีเล่น BlackJack ด้วยไพ่ Hard Hand

ขึ้นชื่อว่า Hard Hand ก็แสดงว่าเป็นมือที่เล่นยากอยู่แล้ว เพราะว่าไพ่สองใบแรกที่เราได้รับจะไม่มีไพ่ A (Ace) อยู่เลย และเมื่อใดก็ตามที่ในมือเราไม่มีไพ่ A และก็ไม่ใช่ไพ่คู่ ให้เล่นตามสเต็ปนี้ได้เลย

  1. หากแต้มรวมได้ไม่เกิน 8 แต้ม ให้ Hit เสมอ
  2. หากแต้มรวมได้ 9 แต้ม และไพ่หงายของเจ้ามืออยู่ระหว่าง 3-6 แต้ม ให้เพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า เนื่องจากเรามีโอกาสที่จะได้ไพ่ 10 แต้ม และชนะด้วยแต้มรวม 19 แต้ม
  3. หากแต้มรวมได้ 10 แต้ม แล้วไพ่หงายของเจ้ามือเป็น 2-9 แต้ม ให้ Double Down แต่ถ้าอีกฝ่ายได้แต้มสูงกว่านี้ให้ Hit สู้
  4. ถ้าแต้มรวมของเราได้ 11 แต้ม แล้วไพ่หงายของเจ้ามือมีอยู่ 2-10 แต้ม ให้ Double Down แต่ถ้านอกเหนือจากนี้ให้ Hit ไปเรื่อย ๆ
  5. หากรวมแต้มแล้วได้ 12 แต้ม ให้ Hit ทันที แต่ถ้าอีกฝ่ายได้แต้มไพ่ใบแรกที่ 4-6 แต้ม ให้ Stand เพราะมีโอกาสมากที่เจ้ามือจะ Hit จนแต้มเกิน 21 แต้ม
  6. หากแต้มของเรารวมแล้วได้ 13-16 แต้ม แล้วเจ้ามือได้ 2-6 แต้ม ให้ Stand ไว้ก่อน แต่ถ้าเจ้ามือได้แต้มมากกว่านี้ก็ให้ Hit
  7. ถ้าเรารวมแต้มแล้วได้ 17-21 แต้มให้ Stand ไม่ต้องสนว่าอีกฝ่ายจะได้แต้มแค่ไหน เพราะเรามีโอกาสชนะมากว่า 90% ไปแล้ว

วิธีเล่น BlackJack ให้ชนะพร้อมอัตราจ่ายที่ต้องรู้

วิธีเล่น BlackJack ด้วยไพ่ Soft Hand

สำหรับไพ่ Soft Hand สังเกตง่าย ๆ ก็คือการที่เรามีไพ่ A อยู่ในมือ 1 ใบ เมื่อใดก็ตามที่มีไพ่แบบนี้แล้วก็ให้เริ่มเล่นตามขั้นตอนต่อไปนี้เลยครับ

  1. ถ้ารวมแต้มแล้วได้ 13-14 แต้ม ให้ Hit สู้ แต่ถ้าไพ่หงายของเจ้ามือคือ 5-6 แต้ม ให้ Double Down แทน เนื่องจากมีโอกาสมากที่อีกฝ่ายจะทำแต้มเกิน 21 แต้ม
  2. หากรวมแต้มแล้วได้ 15-16 แต้ม ให้ Hit ไปก่อน ยกเว้นเวลาที่ไพ่หงายของเจ้ามือออกมาเป็น 4-6 แต้ม เราจะ Double Down ด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้อที่ 1
  3. หากแต้มรวมของเราคือ 17 แต้ม ให้ Hit ได้ทันที แต่ถ้าไพ่หงายของเจ้ามือเป็น 3-6 แต้ม ให้ Double Down เพราะอีกฝ่ายมีโอกาส Hit เกิน 21 แต้ม
  4. หากเรารวมแต้มแล้วได้ 18 แต้ม ขณะที่เจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็น 2, 7 หรือ 8 ให้เรา Stand ไปก่อน แต่ถ้าได้ 3-6 แต้ม ให้ Double Down แล้ว Hit อีกหนึ่งใบ แต่ถ้าเจ้ามือถือไพ่ใบแรกเป็น 9 ให้เรา Hit แทน
  5. ถ้าฝั่งเรารวมแต้มแล้วได้ 19-21 แต้ม ให้ Stand เท่านั้น เพราะตอนนี้เรามีโอกาสชนะมากกว่า 90% แล้ว

วิธีเล่น  BlackJack ด้วยไพ่คู่

ในการเล่นไพ่คู่จะมีความซับซ้อนกว่า Hard Hand และ Soft Hand เล็กน้อย คือมันจะมีเรื่องของการแยกไพ่ หรือ Split เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ คาสิโนออนไลน์ ด้วยว่าจะตั้งกติกาในการ Split ไว้อย่างไร แต่ในที่นี้ผมจะเขียนกลาง ๆ ไว้ตามกติกามาตรฐานที่ใช้ในการเล่น แบล็คแจ็ค ก็แล้วกันครับ

เมื่อใดก็ตามที่เราได้ไพ่สองใบที่มีแต้มเดียวกัน จะถูกนับว่าเป็นไพ่คู่ทันที หากเราได้ไพ่คู่ก็ให้เล่นตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย

รวมศัพท์เกมไพ่BlackJack

  1. หากได้ไพ่คู่ 22 หรือ 33 แล้วไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น 2-6 แต้ม ให้ Split ออกเป็น 2 มือ แต่ถ้าเจ้ามือได้แต้มมากกว่านั้นให้ Hit
  2. หากได้ไพ่คู่ 44 แล้วไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น 5-6 แต้ม ให้ Split แต่ถ้าเจ้ามือได้แต้มตั้งแต่ 7 แต้มขึ้นไปให้ Hit สู้
  3. ถ้าได้ไพ่คู่ 55 ขณะที่ฝั่งเจ้ามือได้ 2-9 แต้มจากไพ่ใบแรก ให้เรา Double Down เพราะอีกฝ่ายมีโอกาสที่จะทำแต้มเกิน 21 แต้ม ยกเว้นเวลาที่เจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็นพวกไพ่ 10 แต้ม หรือไพ่ A กรณีนี้เราจะไม่ Split แต่จะ Hit
  4. เมื่อได้ไพ่คู่ 66 และเจ้ามือหงายไพ่ใบแรกเป็น 2-6 แต้ม ให้เรา Split แต่ถ้าอีกฝ่ายได้ 7 แต้มขึ้นไป ก็ให้ Hit
  5. หากได้ไพ่คู่ 77 เราจะ Split เมื่อไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น 2-7 แต้ม นอกจากนี้เราจะ Hit เท่านั้น
  6. สำหรับไพ่คู่ 88 ต้องดูก่อนว่าเจ้ามือถือแต้ม 2-9 หรือไม่ ถ้าใช่ค่อย Split แต่ถ้าไม่ ก็ Hit เหมือนเดิมตามสูตร
  7. ส่วนไพ่คู่ 99 ให้ Split เมื่อเจ้ามือถือแต้ม 2-6 หรือ 8-9 แต้มเท่านั้น ส่วนแต้มอื่นให้ Stand เพราะแค่ 18 แต้มในมือก็มากพอที่จะสร้างโอกาสชนะให้กับเราแล้ว
  8. กรณีที่ได้ไพ่คู่ 10 แต้ม (1010, JJ, QQ, KK) เราจะไม่สนใจไพ่ของเจ้ามือ ในเมื่อมีอยู่ 20 แต้มแล้ว แค่ Stand ก็พอ
  9. เมื่อใดก็ตามที่ได้ไพ่คู่ AA จำไว้ว่าต้อง Split เสมอ เพื่อลดโอกาส Hit แล้วแต้มเกิน 21 แต้ม แต่ตามกฎทั่วไปถ้าได้ไพ่คู่นี้จะถูกบังคับให้แยกเช่นเดียวกับไพ่คู่ 88

ก่อนจากกันเพื่อความเข้าใจง่ายใน 3 เทคนิค BlackJack ที่เอามาฝากกัน ผมจะทำเป็นตารางข้อมูลทิ้งไว้ เผื่อใครที่อ่านแล้วคิดตามไม่ไหวหรือจำไม่หมด แค่เปิดตารางนี้แล้วเล่นไปก็ได้แล้วครับ และมันจะสะดวกมากหากเป็นการเล่นใน คาสิโนออนไลน์

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

4 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

4 เทคนิคช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

( 4 เทคนิคช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น ) แม้ว่าสมัยนี้เราจะสามารถหาเล่น แบล็คแจ็ค ได้ง่าย ๆ ตาม คาสิโนออนไลน์ แต่ส่วนใหญ่แล้วพื้นฐานการเล่นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ทั้งในเรื่องของวิธีเล่น กติกาต่าง ๆ นอกจากนี้ก็มีแค่ดวงที่ต้องพกไป กับเทคนิคที่จะใช้ในการเล่น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกจากโต๊ะไวก่อนกำหนด ซึ่งเทคนิคเหล่านี้แต่ละคนก็จะมีวิธีเล่นที่แตกต่างกันไปตามสไตล์ตัวเอง ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่นยังไง ลองศึกษา 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้นนี้ก่อน และจะรู้ว่ามันไม่ได้ยากเกินไปเลย

ก่อนที่จะเข้าสู่เทคนิคการเล่น สิ่งที่ผู้เล่นต้องเข้าใจก่อนลงสนามจริงก็คือการตัดสินใจเล่นด้วยตัวเลือกต่าง ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งหลังจากที่เราได้รับแจกไพ่จากเจ้ามือมาทั้ง 2 ใบแล้ว เราจะต้องตัดสินใจว่าจะเล่นด้วยตัวเลือกไหนบ้าง ก่อนที่เจ้ามือจะทำการหงายไพ่หรือเรียกไพ่เพิ่ม เพื่อสู้กับเรา

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆ

Stand : หลังจากที่ดูไพ่ในมือแล้ว หากว่าเราพอใจกับแต้มที่มีอยู่ในมือ เจ้ามือจะถามเราว่าต้องการเรียกไพ่เพิ่มหรือไม่ เราสามารถปฏิเสธได้ หรือถ้าเป็นการเล่นผ่าน คาสิโนออนไลน์ ก็กดไปที่ปุ่ม Stand จากนั้นก็ลุ้นเอาว่าเรากับเจ้ามือใครจะได้แต้มมากกว่ากัน

Hit : เป็นการขอไพ่เพิ่มจากเจ้ามือ เนื่องจากเราดูแต้มในมือแล้วคิดว่ามันยากที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้ หรือแต้มมันดูน้อยไป ตรงนี้เราสามารถกด Hit เพื่อรับไพ่เพิ่ม โดยมีเป้าหมายให้แต้มรวมใกล้เคียงกับ 21 แต้มให้มากที่สุด

Double Down : เป็นการเพิ่มเดิมพันเป็นเท่าตัว เมื่อเราคิดว่าจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ด้วยไพ่สองใบนี้ หรือหลังจากเรียกไพ่เพิ่มอีกใบก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ก็คือหลังจากเพิ่มเงินเดิมพันไปแล้วจะเรียกไพ่ได้แค่ใบเดียวเท่านั้น

Split : คือการแบ่งไพ่ออกเป็น 2 กอง จะทำได้ก็ต่อเมื่อเราได้รับไพ่คู่เท่านั้น คาสิโนออนไลน์ บางแห่งก็อนุญาตให้เราสามารถ Split ได้มากถึง 3-4 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะทำได้แค่ครั้งเดียว

Insurance : ทันทีที่ไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A เจ้ามือจะถามผู้เล่นว่าต้องการวางประกันเดิมพันหรือไม่ ซึ่งเลินประกันนี้จะเป็นการประกันในกรณีที่เจ้ามือติดไพ่ แบล็คแจ็ค ด้วย Hole Card ซึ่งจะทำให้เจ้ามือชนะในทันที หากต้องการทำประกันเดิมพันจะต้องวางเดิมพันเป็นครึ่งหนึ่งของเดิมพันที่วางไว้ก่อนหน้านี้

Surrender : เป็นการยอมแพ้หากเราคิดว่าโอกาสที่จะเอาชนะเจ้ามือนั้นมีน้อยเกินไป ซึ่งการยอมแพ้จะทำให้เราได้รับเดิมพันคืนมาเพียงแค่ครึ่งหนึ่งจากเงินเดิมพันที่วางลงไป

ทีนี้เราจะมาดูกันครับว่ามี 4 เทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราไม่ต้องรีบแพ้ตั้งแต่ต้นเกม

 เทคนิคช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

4 เทคนิคที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

  1. รู้จังหวะ Hit และ Stand

เป้าหมายสำคัญในการเล่น แบล็คแจ็ค ไม่ได้อยู่ที่การทำแต้มให้ได้ 21 แต้ม แต่เป็นการเอาชนะเจ้ามือให้ได้ด้วยแต้มที่เหนือกว่า ดังนั้นทันทีที่ได้รับไพ่มาจะต้องดูก่อนว่าแต้มรวมเป็นอย่างไร หากอยู่ระหว่าง 0-11 แต้ม ให้ Hit แต่ถ้าอยู่ระหว่าง 12-15 ให้ดูก่อนว่าไพ่หงายของเจ้ามือเป็นแต้มสูงหรือต่ำ หากเป็นไพ่ต่ำที่มีแต้มระหว่าง 2-6 เท่ากับว่าอีกฝ่ายมีโอกาสจะทำแต้มเกิน 21 เนื่องจากต้อง Hit ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้มากกว่า 17 แต้ม ตรงนี้ให้เรา Stand แต่ถ้าเป็นไพ่สูง 7-10 แต้ม ก็มีโอกาสที่เราจะแพ้ให้เจ้ามือ

หลักการจำก็ง่าย ๆ คือ ถ้าไพ่ในมือต่ำกว่า 11 แต้มให้ Hit ถ้ามากกว่า 16 ให้ Stand นอกจากนั้นให้ดูไพ่หงายของเจ้ามือประกอบไปด้วย

  1. รู้ว่าควร Insurance ตอนไหน

Insurance หรือการประกันเดิมพันเป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับผู้เล่นที่นับไพ่ไม่เป็น หรือไม่มีการใช้เทคนิคใด ๆ ในการเล่น เงื่อนไขสำคัญของฝั่งเราก็คือไพ่ในมือต้องไม่มีโอกาสติด 21 แต้ม เพราะถ้าเรามีโอกาสชนะเจ้ามือด้วยแต้มที่เหนือกว่า หรือว่าชนะด้วย 21 แต้มได้ การวางประกันเดิมพันก็ไม่ต่างจากการเอาเงินไปทิ้ง เพราะเราต้องวางเงินประกันเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเดิมพัน และถ้าชนะจะได้รับเงินเพียงครึ่งเดียว ดังนั้นหากแต้มต่ำกว่า 16 ก็ให้ทำ Insurance จะดีกว่า

  1. เมื่อมีโอกาสไม่ควรพลาด Double Down

การเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราได้กำไรมากขึ้น แต่มันก็มีเงื่อนไขในการทำ Double Down อยู่เหมือนกัน หากไพ่ฝั่งเจ้ามือเป็นไพ่ต่ำที่มีแค่ 2-6 แต้ม เป็นเป็นโอกาสดีที่จะอัดเดิมพันเข้าไป แต่ถ้าเป็นไพ่สูงอย่าง 9-11 แต้ม การเพิ่มเงินเดิมพันจะกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง เพราะเจ้ามืออาจทำแต้มสูงกว่าเดิมได้จากการ Hit นอกจากนี้ตามกฎของ คาสิโนออนไลน์  แล้วหลังจากที่ Double Down เราจะ Hit ได้อีกแค่ใบเดียวเท่านั้น จำไว้ว่าจังหวะที่ดีที่สุดในการ Double Down ก็คือช่วงที่เรามีอยู่ 10-11 แต้ม และเจ้ามือมีแต้มต่ำกว่า 6 นั่นเอง

  1. Split ให้ถูกคู่

การ Split หรือแยกไพ่คู่เป็นอีกเรื่องที่ควรระวังมาก ๆ คาสิโนออนไลน์ บางแห่งเราสามารถแยกไพ่ได้ทุกคู่ แต่ตามกฎมาตรฐานแล้วเราจะแยกได้เฉพาะไพ่คู่ AA และ 88 หลังจากแยกแล้วก็ต้องเพิ่มเงินเดิมพันลงไปในขาที่แยก ซึ่งการ Split จะช่วยให้เรามีโอกาสชนะมากขึ้น หากไพ่ขาหนึ่งแพ้ ก็ยังได้ลุ้นอีกขาที่เหลือ

การแยกไพ่ BlackJack

อย่างไรก็ตามการ Split ก็มีข้อควรระวังคือเมื่อใดก็ตามที่ได้ไพ่คู่ 1010 หรือคู่ 66 ห้ามแยกไพ่เด็ดขาด เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง เนื่องจากไพ่คู่ 1010 มีโอกาสชนะสูงมากจากแต้มรวม 20 แต้ม ส่วนการแยกไพ่คู่ 66 จะกลายเป็นการลดโอกาสชนะของตัวเองให้น้อยลงไปอีกด้วยแต้มไพ่ที่น้อยลง

ไม่ยากเลยใช่ไหมครับกับ 4 เทคนิคที่ผมยกมาแบ่งปันกันในวันนี้ ต่อให้เป็นนักเล่น แบล็คแจ็ค มือใหม่ก็สามารถฝึกตามได้ไม่ยาก แล้วเดี๋ยวนี้เรามีแหล่งลองวิชาที่ทั้งดีและฟรีตาม คาสิโนออนไลน์ อีกด้วย ไม่ต้องห่วงว่าจะเสียเงินเสียเวลาไปกับการฝึก เล่นให้มาก ฝึกให้ชำนาญ แล้วการเล่นในสนามจริงจะไม่ใช่สิ่งน่ากลัวอีกต่อไปครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack

Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack

( Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack )ในโลกของ คาสิโนออนไลน์ นักพนันแต่ละรายย่อมมีเทคนิควิธีการเอาชนะที่แตกต่างกัน ซึ่งวิธีการเหล่านี้ต่างก็ได้มาจากการมองเห็นช่องโหว่ของเกม หรือโอกาสที่จะเอาชนะเจ้ามือ รวมไปถึงการพัฒนากลยุทธ์ต่าง ๆ ด้วยประสบการณ์จนกลายเป็นสูตรการเล่นต่าง ๆ ที่สืบทอดกันมา โดยเฉพาะเทคนิคHole Cardingที่ได้ชื่อว่าเป็นวิธีการแสนง่ายที่จะเอาชนะ BlackJack ว่าแต่มันคืออะไร มันใช้อย่างไร ไปดูกันเลยครับ

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน กติกาการเล่นไพ่ BlackJack และเทคนิคพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

Hole Cardingคืออะไร

Hole Cardingคืออะไร

ถ้าจะเอาง่าย ๆ ตรงไปตรงมา มันก็คือเทคนิคการแอบมองไพ่ แบล็คแจ็ค นั่นเอง แต่การที่จะใช้เทคนิคนี้ได้จำเป็นต้องมีชั้นเชิงกันเสียหน่อย ไม่ต่างจากการบลัฟในโป๊กเกอร์ที่ต้องทำด้วยความชำนาญอย่างมีศิลปะ และหากสามารถทำได้ล่ะก็โอกาสที่เราจะชนะมีมากกว่า 95% เลยทีเดียว

หัวใจของHole Cardingคือการเก็บข้อมูลบางอย่างจากไพ่ที่คว่ำอยู่ (Hole Card) ของเจ้ามือ การที่จะมองไพ่ใบนี้ได้จำเห็นต้องใช้ความสามารถล้วน ๆ อุปกรณ์ไม่ต้อง ถึงมันจะดูยากไปเสียหน่อย แต่รับรองได้เลยว่ามันไม่ผิดกฎหมายและเจ้ามือก็ไม่สามารถเอาผิดเราได้ด้วย เว้นแต่ว่าเราจะส่งคนไปยืนมองไพ่หลังเจ้ามือหรือมีคนแอบส่งสัญญาณให้ อันนี้คือผิดเต็ม ๆ แล้วก็เตรียมตัวรับบทลงโทษกันได้เลย

BlackJack ถือได้ว่าเป็นเกมที่ต้องเล่นด้วยการคาดคะเนและคำนวณไพ่จากแต้มของเรากับเจ้ามือ เมื่อใดก็ตามที่รู้ถึงความน่าจะเป็นของHole Cardฝั่งเจ้ามือก็จะทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งดีกว่าการนั่งมองไพ่เฉย ๆ และสร้างความเสียเปรียบให้เราได้มากถึง 0.5% อย่างไรก็ตามกลยุทธ์Hole Cardingแม้จะไม่ผิดกฎหมายแต่ถ้าถูกจับได้ก็อาจโดน เจ้ามือ หรือ คาสิโนออนไลน์ ตัดสิทธิ์ไม่ให้เล่นเลยก็ได้

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน 14 เคล็ดลับที่จะช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น

กลยุทธ์Hole Cardingใช้อย่างไร

  1. เลือกโต๊ะก่อนเล่นเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ สิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจเล่นก็คือการเลือกโต๊ะก่อนเล่นเสมอ โดยมองหาโต๊ะที่เป็นดีลเลอร์มือใหม่ หรือพวกประสบการณ์น้อย พวกนี้จะไม่ค่อยรอบคอบมากนัก ทำให้มีโอกาสผิดพลาดสูง วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือดูที่การหยิบไพ่ หากเป็นพวกที่คล่องมาก ๆ มักจะหยิบไพ่แทบจะไม่ห่างจากโต๊ะ ต่างจากดีลเลอร์มือใหม่ที่มักจะหยิบไพ่สูงกว่าโต๊ะผิดปกติ

  1. วิเคราะห์ดีลเลอร์ก่อนวางเดิมพัน

หลังจากที่เราได้โต๊ะแล้ว อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้าไปนั่งวางเดิมพันในทันที แต่ให้ลองดูก่อนสัก 2-3 ตา เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์Hole Cardingจะสามารถใช้กับดีลเลอร์คนนี้ได้จริง นอกจากนี้ต้องคอยดูด้วยว่าจุดนั่งตรงไหนที่ทำให้เราได้เปรียบในการมองไพ่ ที่สำคัญควรจะทำทีให้เหมือนว่าเรามาดูเกม แบล็คแจ็ค จะได้ไม่ถูกสงสัยตั้งแต่ยังไม่ได้เล่น

 

Hole Carding

  1. มองหาโต๊ะที่วางที่สับไพ่ใกล้กับผู้เล่น

เครื่องสับไพ่ถือว่าเป็นอีกแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้Hole Cardingของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรจะเลือกจุดที่สามารถมองเห็นเครื่องสับไพ่ได้ชัดเจน เช่น ตำแหน่งขวามือสุดของโต๊ะ BlackJack ที่มักจะวางเครื่องไว้แถวนี้ อย่างน้อยมันก็จะช่วยให้เรามีโอกาสแอบมองไพ่ได้มากขึ้น

  1. มองหาเครื่องสับไพ่ที่ช่องหยิบไพ่สูงกว่าโต๊ะ

สำหรับเครื่องสับไพ่คาสิโนบางแห่งยังคงใช้เครื่องรุ่นเก่าที่มีช่องหยิบไพ่หรือปากทางออกอยู่เหนือโต๊ะประมาณ 2-3 นิ้ว ถือเป็นช่องโหว่หนึ่งที่ทำให้เราสามารถแอบมองไพ่ได้ แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมีของแบรนด์ ACE สีดำเท่านั้นที่ยังคงทำปากทางออกสูงเหนือโต๊ะ และยังคงนิยมใช้ในคาสิโนอีกด้วย

  1. นั่งในจุดที่ตรงกับมือแจกไพ่ของดีลเลอร์

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้คือดีลเลอร์แต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนถนัดซ้าย บางคนถนัดขวา ตรงนี้เราเอามาวิเคราะห์ได้ว่าหากดีลเลอร์ถนัดซ้ายให้เรานั่งฝั่งซ้ายของดีลเลอร์ซึ่งเป็นตำแหน่งแรก หรือถ้าดีลเลอร์ถนัดขวาก็ให้นั่งฝั่งขวาของดีลเลอร์แทน ซึ่งจะเป็นตำแหน่งสุดท้าย

  1. จับจ้องมองที่มุมไพ่Hole Card

สำหรับนักเล่น แบล็คแจ็ค มืออาชีพ จะไม่ค่อยพลาดในการมองมุมไพ่Hole Cardของเจ้ามือ จากมุมไพ่ที่เผลอเผยอให้ได้เห็นเพียงเล็กก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าไพ่ใบนั้นคืออะไร หากมองไม่เห็นตัวเลขและมีลักษณะเป็นขอบ ไพ่นั้นมีโอกาสเป็น Face Card (ไพ่ J, Q, K) หากมองไม่เห็นอะไรเลยอาจเดาว่าเป็นไพ่แต้มต่ำอย่าง A, 2, 3 การจะใช้เทคนิคนี้ได้นอกจากความเนียนแล้วอาจต้องใช้แว่นดำในการพรางสายตาที่จับจ้องHole Cardของเจ้ามือด้วย

  1. มองมุมไพ่ทุกครั้งที่มีการเช็ค

ทันทีที่ไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น A หรือไพ่ 10 แต้ม ดีลเลอร์ส่วนใหญ่มักจะแอบมองไพ่อีกใบว่าสามารถทำให้ตนติด BlackJack ได้หรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แอบดูไพ่ไปด้วย

  1. เพิ่มโอกาสชนะด้วยการเล่นกันเป็นทีม

Hole Cardingจะทรงพลังยิ่งขึ้นเมื่อเราเล่นกันเป็นทีม เพราะมันจะช่วยให้เรามีโอกาสชนะมากถึง 70% เพียงแค่เรามีเพื่อนเล่นอยู่ด้วยในโต๊ะนั้น หากมีคนใดคนหนึ่งที่สามารถแอบมองไพ่ได้ อาจใช้วิธีส่งสัญญาณที่รู้กันในกลุ่ม จะเป็นเคาะโต๊ะ แตะขา หรือว่าอะไรก็ได้ แต่สิ่งสำคัญก็คืออย่าให้ใครรู้ว่าเรารู้จักกัน เพื่อให้เกิดความไหลลื่นและเลี่ยงต่อการถูกจับได้

  1. เสี่ยงเท่าที่จำเป็น

เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถคาดเดาได้ว่าHole Cardของเจ้ามือคืออะไร เราก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเดิมพันได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ควรเสี่ยงเด็ดขาด ให้ทำตามแผนเดิมหรือใช้กลยุทธ์พื้นฐานอื่น ๆ แทน เช่น การนับแต้มไพ่ เป็นต้น

BlackJack-Hole Carding

  1. ไม่พลาดที่จะ Double Down หรือ Split ทุกครั้งที่เจ้ามือมีโอกาสทะลุ 21 แต้ม

ถ้าหากว่าไพ่ของเจ้ามือมีโอกาสที่จะติดแต้มระหว่าง 12-16 ก็มีความเป็นไปได้ว่าในการจั่วครั้งต่อไปมีโอกาสที่เจ้ามือจะมีแต้มรวมเกิน 21 แต้ม ให้เรา Double Down หรือถ้าถือไพ่คู่อยู่ในมือล่ะก็แยกมันออกมาเป็น 2 กอง จะช่วยให้เรามีโอกาสทำกำไรมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการทำHole Cardingจะช่วยให้เรารู้แนวทางการเล่นว่าต่อไปควรจะ Hit หรือ Stand ดี

  1. รีบ Hit เมื่อเจ้ามือติด 17 แต้ม

หลังจากที่เรามอง Hole Card ของเจ้ามือแล้วมั่นใจว่าต้องได้แต้มอย่างน้อย 17 แต้ม ควรจะ Hit ทันที เพราะถ้าเรามีน้อยกว่า 17 แต้มเท่ากับว่าเรามีโอกาสแพ้มากกว่า แต่ก็ต้องดูด้วยว่าแต้มในมือเรามีโอกาสที่จะ Bust หรือแต้มทะลุ 21 แต้มหรือไม่จากการจั่วไพ่ใบต่อไป

  1. ไม่จำเป็นต้อง Hit หากคิดว่าอีกฝ่ายจะเกิน 21 แต้ม

เงื่อนไขการเอาชนะ แบล็คแจ็ค ไม่ใช่การได้ 21 แต้ม แต่ 21 แต้มคือคะแนนสูงสุดของเกมไพ่ชนิดนี้ ดังนั้นหากคิดว่าอีกฝ่ายจะติด Bust แล้วล่ะก็ เราเองไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง Hit แต่อย่างใด แค่ Stand เอาไว้รอให้อีกฝ่ายทำแต้มเกิน แค่นี้เราก็ชนะได้ง่าย ๆ แล้ว

นอกจากพื้นฐานของกลยุทธ์Hole Carding ทั้ง 12 ข้อนี้แล้ว การที่จะทำให้เทคนิคนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นจำเป็นต้องใช้การฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญ นอกจากนี้กลยุทธ์Hole Carding ยังแบ่งออกเป็น 4 รูป ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันดังนี้

รูปแบบที่ 1 : First-Basing and Spooking

เป็นวิธีการพื้นฐานในการเช็คไพ่ Hole Card โดยเราจะแอบมองไพ่ของเจ้ามือขณะที่อีกฝ่ายกำลังเช็คไพ่ Hole Card อยู่ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า First-Basing ส่วนการทำ Spooking คือการให้ผู้เล่นอีกคนช่วยแอบมอง Hole Card ของดีลเลอร์จากอีกมุม จากนั้นค่อยแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยการส่งสัญญาณให้กัน สำหรับนักเดิมพันที่เชี่ยวชาญการทำHole Carding ในเกม แบล็คแจ็ค มักจะเอาข้อมูลที่ได้มาอ้างอิงกับตารางสูตรข้างล่างเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะ Hit หรือ Stand

First-Basing and Spooking

จากตารางเป็นตัวอย่างการเล่น BlackJack ที่ใช้ไพ่ 6 สำรับในการเล่น และเจ้ามือจะ Stand เมื่อได้แต้ม 17 โดย Columns จะหมายถึงแต้มฝั่งเจ้ามือ ส่วน Rows จะหมายถึงแต้มฝั่งเรา สีแดงคือ Stand และสีเขียวคือ Hit ยกตัวอย่างเช่น เจ้ามือได้ 17 แต้ม ส่วนเราได้ 18 แต้ม จุดตัดคือสีเขียวแสดงว่าตานี้เราจะต้อง Hit

รูปแบบที่ 2 : Front-Loading

การทำ Front Loading คือการแอบมองไพ่ขณะที่ Hole Card ถูกเลื่อนไปอยูใต้ไพ่ที่หงาย เราจะเริ่มมองตั้งแต่ตอนที่ไพ่ออกจากเครื่องสับไพ่โดยอาศัยช่วงเวลาที่ไพ่ย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ทักษะการแอบมองระดับสูง เพราะมีแค่ช่วงที่ไพ่ถูกหยิบขึ้นมากับจังหวะที่ไพ่สะดุดกับโต๊ะเท่านั้นเราจะมีโอกาสได้แอบมอง ดังนั้นการนั่งในตำแหน่งที่อยู่ใกล้เครื่องแจกไพ่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้วิธีนี้ได้ผลดียิ่งขึ้น

รูปแบบที่ 3 : Partial Information

เนื่องจาก Hole Cardingเป็นกลยุทธ์ที่ต้องใช้ความชำนาญในการแอบมองเป็นหลัก แต่ข้อมูลที่ได้มาก็มักจะทำให้เกิดความลังเล เช่น หากเห็นขอบไพ่ไม่มีจุดสีอะไรเลย อาจเป็นไพ่ A, 2 หรือ 3 ก็ได้ แต่ถ้ามีจุดสีเล็ก ๆ อาจเป็นไพ่ 4-10 ซึ่งตรงนี้ถ้าไม่มีความมั่นใจก็อาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้ได้เหมือนกัน ดังนั้น Partial Information จึงเกิดมาเพื่อแก้ไขสิ่งด้วยด้วยตารางข้อมูลด้านล่าง

Partial Information

จากตารางนี้ Column จะหมายถึงแต้มไพ่หงายของเจ้ามือ ส่วน Rows คือแต้มไพ่ของเรา สมมติว่าไพ่หงายของเจ้ามือเป็น 9 แต้ม แล้วเรามีอยู่ 12 แต้ม จากตารางจะเป็นสีแดงหมายความว่าให้เรา Stand ไว้ก่อน เพราะเจ้ามือมีโอกาส Hit เกิน 21 แต้ม หากไพ่อีกใบทำให้มีแต้มอยู่ระหว่าง 12-16 แต้ม หรือถ้าไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น A ส่วนเรามี 17 แต้ม จะเห็นว่าเป็นช่องสีเขียว หมายความว่าให้เรา Hit สู้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีโอกาสติด แบล็คแจ็ค แต่การจั่วสู้ก็ดีกว่ายอมแพ้ไปเฉย ๆ

รูปแบบที่ 4 : Next Card Play

กลยุทธ์ Next Card Play ค่อนข้างจะย้อนแย้งกับ Hole Carding เสียหน่อยตรงที่เราจะไม่สนใจ Hole Card ของเจ้ามือ แต่เบนความสนใจไปที่ไพ่ใบที่สามของเจ้ามือแทน หรือที่เรียกกว่า Next Card ซึ่งต้องอาศัยจังหวะแจกไพ่ใบที่สามเท่านั้นในการแอบมอง ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อกลยุทธ์นี้ก็คือ ตำแหน่งที่นั่ง การนั่งในตำแหน่งแรกหากไม่ Hit คนต่อไปก็จะ Hit แทน แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งสุดท้ายแล้วไม่ Hit เจ้ามือก็อาจยกเลิกไพ่ใบนี้ หรือใช้เป็นไพ่ใบที่สองของเจ้ามือแทน ดังนั้นการมองไพ่ Next Card จึงช่วยให้เรามีโอกาสคาดเดาได้แม่นขึ้นและเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราด้วย

สำหรับใครก็ตามที่ต้องการใช้กลยุทธ์Hole Carding การฝึกฝนทักษะแอบมองแบบเนียน ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ หลายคนอาจมองว่ามันเป็นเรื่องยากมากหากเราจะใช้กลยุทธ์นี้ในบ่อนคาสิโน เพราะหลายที่ก็มีการใช้เครื่องสับไพ่ที่มีช่องจ่ายแทบจะเรียบไปกับโต๊ะ แต่ก็อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่าต่อให้เป็น คาสิโนออนไลน์ ถ้าหากดีลเลอร์เป็นมือใหม่หัดแจกไพ่ ยังไงก็ย่อมมีจุดอ่อนให้เราได้เห็น และเล่นงานด้วยกลยุทธ์นี้ อย่างไรก็ตามใครที่คิดจะเพิ่มโอกาสชนะด้วยการพาคู่หูไปเล่นด้วยล่ะก็ ควรจะหาคนที่เข้าใจเรื่อง Hole Carding มีทักษะตรงนี้ค่อนข้างสูง ที่สำคัญควรจะเล่นเข้าขากับเราด้วย ไม่อย่างนั้นหากโดนจับได้ขึ้นมาอาจถูกแบนไม่ให้เล่น แบล็คแจ็ค จากคาสิโนทุกที่ได้เหมือนกัน

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

( รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A ) เวลาเล่น แบล็คแจ็ค สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่อยากเจอก็คือไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A เพราะไพ่ใบนี้มันจะทำให้เราตัดสินใจได้ยากขึ้นว่าจะหมอบดีไหม หรือว่าจะทำประกันเดิมพันเผื่อไว้ดี ต้องมาคิดอีกว่าถ้าไพ่อีกใบของเจ้ามือไม่ใช่ 10 แต้มล่ะ จะเสียเงินฟรีไหม คือถ้าเป็นมือใหม่เจอไพ่ A ใบเดียวอาจมีเสียกระบวนเลยก็ได้ วันนี้เราจะไปดูกันว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A กันครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack

เจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

ทำไมไพ่ A ถึงน่ากลัวใน BlackJack

ในบรรดาไพ่ทั้งหมดที่ใช้เล่น แบล็คแจ็ค ไพ่ A เป็นไพ่ที่มีความผันผวนมากที่สุด คือสามารถเป็นไพ่ที่แข็งที่สุดและอ่อนที่สุดในใบเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าไพ่ที่อยู่ด้วยคือไพ่อะไร หากเป็นจำพวกไพ่ 10 แต้มอย่าง 10, J, Q และ K จะทำให้ไพ่ A มีค่าเป็น 11 แต้มในทันที ขณะเดียวกันถ้าไพ่ใบนี้ไปอยู่กับไพ่หลักหน่วยจำพวก 2-9 ไพ่ A จะมีค่าแค่ 1 แต้มเท่านั้น

การที่จะเล่น BlackJack ไม่ว่าจะเป็นใน คาสิโนออนไลน์ หรือที่ไหนก็ตามเราควรจะศึกษากฎการเล่นให้ดี แต่ละที่แต่ละเกมอาจมีการปรับกฎเกี่ยวกับไพ่ใบนี้ เช่น บังคับให้แยกไพ่โดยปริยายเมื่อได้ไพ่คู่ AA (ถ้าไม่ยอมแยกก็ต้องหมอบ), แยกไพ่ A แล้วก็จะจั่วไพ่ได้อีก 1 ใบ แถมพอจั่วได้ไพ่ 10 แต้มหลังจากแยกคู่ AA แล้วก็ยังไม่นับว่าเป็น แบล็คแจ็ค อีก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ไม่ขอเจอไพ่นี้ก่อนจะดีกว่า แต่สิ่งที่เราจะพูดกันในวันนี้คือการรับมือกับเมื่ออีกฝ่ายได้ไพ่ A กันครับ

ไพ่ A ใบแรก กับเจ้ามือ BlackJack

การที่เจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็นไพ่ A เรียกได้ว่าสร้างความปวดหัวอยู่ไม่น้อย ด้วยไพ่ที่มีมากถึง 6-8 สำรับ ทำให้เรานับไพ่ลำบาก ยากจะคาดเดาโอกาสที่เจ้ามือจะติด แบล็คแจ็ค ด้วยไพ่ใบถัดใบ จึงทำให้ คาสิโนออนไลน์ มักจะมีข้อเสนอให้เราทำประกันเดิมพันกรณีที่เจ้ามือติด แบล็คแจ็ค

นอกจากจะมีโอกาสชนะด้วยไพ่สองใบแรกแล้ว จากสถิติหากไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือไพ่ A มีโอกาสมากถึง 90% ที่จะได้แต้มรวม 17-21 แต้ม ด้วยไพ่ใบที่สอง และมีโอกาสแพ้เพียงแค่ 10% เท่านั้น เลยกลายเป็นว่าฝั่งเราต้องรับแรงกดดันเพื่อที่จะตัดสินใจว่าควรเล่นด้วยตัวเลือกไหนดี

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สูตรเดินเงิน BlackJack Martingale เสียไปก็ได้คืน

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

วิธีสู้กับเจ้ามือที่ถือไพ่ A

  • วางประกันเดิมพัน

ในการเล่น แบล็คแจ็ค หากเจ้ามือหงายไพ่ A ออกมา เราจะมีทางเลือกก็คือ จะวางประกันเดิมพันหรือไม่ โดยที่เราจะได้รับผลตอบเทนในกรณีที่ไพ่อีกใช้ของเจ้ามือเป็นไพ่ 10 แต้ม ซึ่งจะนำไปสู่การชนะด้วย BlackJack และชนะในทันที

หลังจากที่ได้รับข้อเสนอมา หากเราต้องการซื้อประกันดังกล่าวไว้ ส่วนใหญ่จะต้องวางเงินเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเดิมพันที่เราวางไว้ อัตราจ่ายเงินประกันอยู่ที่ 2-1 ในกรณีที่เจ้ามือได้ แบล็คแจ็ค สำหรับการวางประกันเดิมพันจะส่งผลอยู่ 3 กรณีคือ

  • ถ้าเจ้ามือชนะด้วย BlackJack เราจะเสียเดิมพัน แต่ได้เงินประกันพร้อมกำไร
  • ถ้าเจ้ามือชนะด้วยแต้มที่มากกว่า เราจะเสียทั้งเงินเดิมพันและเงินประกัน
  • ถ้าเจ้ามือแพ้ เราจะเสียเงินประกัน แต่ได้เงินเดิมพันพร้อมกำไร

การวางประกันเดิมพัน วัตถุประสงค์หลักก็คือใช้ชดเชยมือที่แพ้ แต่มันก็มีความเสี่ยงเหมือนกันว่าเราอาจเสียมากกว่าเดิมหากอีกฝ่ายชนะด้วยแต้มที่มากกว่า

ถึงอย่างนั้นการวางประกันเราก็ต้องดูจากความเป็นไปได้ด้วยว่ามันมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่อีกฝ่ายจะติด BlackJack และจากความน่าจะเป็นโอกาสที่จะติดไพ่อื่นย่อมมากกว่าไพ่ 10 แต้มอยู่แล้ว

  • ใช้ไพ่ที่มีอยู่ในมือ

ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายถือไพ่ A ไว้ อย่าเพิ่งตกใจไป ให้ดูก่อนว่าไพ่ในมือเราเป็นอย่างไร หากมีใบใดใบหนึ่งที่เป็นไพ่ A ถือว่าเรามี “มืออ่อน” คือไพ่นี้เป็นได้ทั้ง 1 แต้ม และ 11 แต้ม แต่ก็มีข้อดีตรงที่เรามีวิธีรับมือที่หลากหลายมากขึ้น

ก่อนอื่นดูว่าแต้มอีกใบของเรามากหรือน้อย ถ้าเป็นแต้ม 2-7 ก็มีโอกาสที่จะจั่วไพ่ให้มากขึ้น แต่ถ้าเป็นไพ่ 8-9 ความเสี่ยงก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพราะมีโอกาสมากที่แต้มเราจะทะลุ 21 จากการจั่วไพ่ใบที่สาม

แต่ถ้าเป็น “มือแข็ง” คือไม่มีไพ่ A อยู่ในมือเลย ตามกฎแล้วเราก็จะต้องจั่วให้ได้แต้มรวมไม่น้อยกว่า 15 แต้ม หรือจะ Stand ที่ 17-21 แต้มก็ได้

  • ยอมแพ้เสียดีกว่า

หากคิดว่ายังไงก็แพ้แล้วล่ะก็ เราสามารถยอมแพ้ได้ก่อนที่จะมีการจั่วไพ่เพิ่ม โดยเราจะได้รับเงินเดิมพันกลับคืนมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

รวมศัพท์ต้องรู้และวิธีดูแต้มไพ่ BlackJack

อย่างไรก็ตามการที่จะเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ ที่มีไพ่ A อยู่ในมือก่อนแล้วนั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ครับ เพียงแต่เราต้องดูสถานการณ์โดยรอบว่ามีหนทางไหนบ้างที่เราจะสู้ได้ บางทีอาจต้องใช้กลยุทธ์ แบล็คแจ็ค หรือสูตรเดินเงินต่าง ๆ เข้ามาลดความเสี่ยงด้วยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือสติ โปรดอย่าลืมว่าถึงไพ่ A จะใหญ่ที่สุด แต่มันก็มีความเล็กที่สุดในตัว ถ้าเรามัวแต่กลัว บางทีอาจแพ้เอาง่าย ๆ ทั้งที่เรามีไพ่เหนือกว่าอีกฝ่ายครับ

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

( เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ ) ทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้คงไม่มีใครเล่นไพ่แล้วไม่หวังชนะใช่ไหมครับ ยิ่งเป็นเกม แบล็คแจ็ค หรือไพ่ยี่สิบเอ็ดที่สุดฮิตติดอันดับต้น ๆ ของ คาสิโนออนไลน์ ด้วยแล้วเห็นเล่นง่าย ได้เงินไว แต่ก็เสียเงินเร็วเหมือนกัน เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การลุ้นให้ไพ่ได้ 21 แต้มเท่านั้น การมีไพ่เหนือกว่าเจ้ามือคือการเป็นผู้ชนะที่แท้จริง แน่นอนว่าการที่จะไปถึงจุดนั้นได้จำเป็นต้องรู้ว่า เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ 5 วิธีที่นักพนันใช้ทำกำไรจาก คาสิโนออนไลน์ แบบไม่ง้อ BlackJack

เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

ศาสตร์พื้นฐานในการล้มเจ้ามือ

กลยุทธ์พื้นฐานที่ทุกคนควรจำไว้ในการเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค ก็คือเสียเงินให้เจ้ามือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในแต่ละเกม นั่นหมายความว่าเราจำเป็นต้องรู้ว่าตอนไหนควร Hit, Stand, Split, Double Down หรือ Fold หลัก ๆ ก็มีอยู่แค่สี่อย่างนี้เท่านั้น

ความเจ๋งอีกอย่างของ BlackJack ก็คือไม่ว่าจะเป็นเกมไหนบน คาสิโนออนไลน์ เราไม่จำเป็นต้องไปเริ่มต้นศึกษาใหม่เลย เพราะมันใช้กฎมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ก็ไม่ต้องใช้เวลานานแรมเดือนแรมปีอย่างโป๊กเกอร์เพื่อที่จะให้ชำนาญในการเล่น ขอแค่เข้าใจในเรื่องสัดส่วนของไพ่สูงและไพ่ต่ำ หรือที่เรียกกันว่า “นับตาราง” ซึ่งจะช่วยให้เรามองเห็นไพ่บนโต๊ะทุกมือ ด้วยการนับไพ่สูง (10, J, Q, K) และไพ่ต่ำ (2, 3, 4, 5) สองกลุ่มนี้จะมีจำนวนไพ่เท่ากัน

เมื่อใดก็ตามที่ไพ่ต่ำมากกว่าไพ่สูง (มีไพ่ต่ำตั้งแต่ 6 ใบขึ้นไป) จะทำให้ไพ่สูงมีโอกาสมากขึ้นซึ่งดีต่อเรา แต่กลับกันถ้าไพ่สูงมากกว่า จะทำให้มีโอกาสมากที่จะจั่วได้ไพ่ต่ำซึ่งไม่ดีต่อเราแน่ ๆ โดยข้อมูลที่ได้ตรงนี้เราจะเอาไปปรับกลยุทธ์ในการเล่นอีกครั้ง

ยกตัวอย่างเช่น เราได้ไพ่ 2-6 ให้นับ +1 ตรงนี้เราจะคิดเป็นไพ่ต่ำ แต่ถ้าได้ไพ่สูงมาให้ -1 แทน ส่วนไพ่กลาง 7-9 ให้นับเป็น 0 โดยการนับให้เริ่มตั้งแต่เริ่มเกม เพราะการนับไพ่จำเป็นต้องใช้ความต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความแม่นยำ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงวิธีที่ใช้สำหรับการเล่นด้วยไพ่ 1 สำรับเท่านั้น

แต่การเล่นใน คาสิโนออนไลน์ ที่ใช้ไพ่มากถึง 6-8 สำรับ การนับไพ่จะทำได้ลำบากขึ้น แต่ถ้าสามารถนับไพ่ได้เนียนพอที่จะทำให้คนอื่นสงสัย ก็จะช่วยทำให้ได้กำไรมากขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ควรจะเปลี่ยนโต๊ะทันทีไม่ก็เลิกเล่นไปก่อนที่จะถูกสงสัย

รู้จักเพิ่มโอกาสในการชนะ BlackJack

นอกจากการนับไพ่แล้ว การอ่านแต้มไพ่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้แม่นยำว่าจะเล่นด้วยวิธีไหน จะลดความเสี่ยงได้อย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เรามีโอกาสชนะมากขึ้นไปด้วย

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ 4 ความต่างที่ต้องรู้ก่อนเล่นระหว่าง BlackJack กับ Poker

สูตร BlackJack ล้มโต๊ะ

เรียนรู้ที่จะใช้สูตรเดินเงินในการเล่น BlackJack

ปกติแล้วในวงการพนันจะมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า สูตรเดินเงิน อยู่ แต่ถ้าเป็นใน แบล็คแจ็ค อาจเรียกว่าการเดิมพันแบบก้าวหน้า ขณะที่ โป๊กเกอร์ จะเรียกสิ่งนี้ว่าการบริหารแบงค์โรล หลักการเหล่านี้จะมีความคล้ายคลึงกันตรงที่เราต้องรู้ว่าตอนไหนหรือสถานการณ์ใดควรใช้วิธีการเดิมพันแบบไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การเดิมพันแบบก้าวหน้าใน แบล็คแจ็ค แบ่งออกเป็นสองรูปแบบคือ ระบบความก้าวหน้าเชิงบวก กับระบบความก้าวหน้าเชิงลบ การวางเดิมพันแบบความก้าวหน้าเชิงบวกจะเป็นการค่อย ๆ เพิ่มเงินเดิมพันทีละน้อยเมื่อเราเล่นแล้วชนะ ขณะที่ความก้าวหน้าเชิงลบจะเป็นการลดเดิมพันทีละนิดเมื่อเราเล่นแพ้ เพื่อให้เงินอยู่กับเรานาน ๆ

สูตรเดินเงินก็มีการวางเดิมพันลักษณะนี้เหมือนกัน บางทีก็เป็นลักษณะสวนทางกัน คือยิ่งแพ้ยิ่งเพิ่ม แล้วค่อยไปเริ่มเดิมพันขั้นต่ำใหม่เมื่อชนะ เพื่อที่จะดึงเงินที่เสียไปกลับคืนมาพร้อมกำไรอีกหนึ่งหน่วย แต่ก็มีความเสี่ยงที่ว่าอาจต้องเสียเงินก้อนโตไป เพราะไม่มีอะไรมารับประกันว่าหลังจากที่เราแพ้ไปแล้วจะไม่แพ้อีกยาว ๆ

ประกันเดิมพัน และการแยกไพ่ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

บางคนอาจขี้เหนียวกลัวเสียเงินประกันไปฟรี ๆ หากเจ้ามือดันติด แบล็คแจ็ค ขึ้นมา หรือแม้แต่ไม่กล้าแยกไพ่ เพียงเพราะเห็นโอกาสชนะอยู่แล้ว กลัวว่าแยกไปจะได้ไพ่แย่กว่าเดิม อาจทำให้เสียพร้อมกันทั้งสองมือ

มันก็ไม่ผิดที่จะคิดแบบนั้น มันเป็นไปได้อยู่แล้วที่เราจะเสียเงินเพราะการตัดสินใจผิดพลาดเพียงนิดเดียว แต่ลืมอะไรไปหรือเปล่าครับว่า นอกจากกำไรที่เป็นเป้าหมายสำคัญในการเล่นแล้ว การลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสชนะก็เป็นอีกงานที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย

เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆ ด้วยสิ่งนี้

ดังนั้นเมื่อเล่นไปนาน ๆ แล้ว เราก็จะรู้เองล่ะครับว่าเมื่อใดที่ควรจั่วไพ่เพิ่ม ตอนไหนควรหยุด ตอนไหนควรจะเพิ่มเดิมพัน ได้ไพ่คู่นี้มาจะแยกดีไหม เราถือไพ่นี้อยู่แต่เจ้ามือออก A ทำประกันเดิมพันไปจะคุ้มหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ประสบการณ์จะให้คำตอบแก่เราเองครับ

แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือการฝึกฝน ต่อให้รู้กลยุทธ์มากมาย อ่านไพ่ได้นับไพ่เป็นแค่งู ๆ ปลา ๆ แบบนี้ไปเล่นกี่รอบก็แพ้ แต่ถ้าแพ้แล้วถอยไม่เกิดประโยชน์แน่ เมื่อแพ้ขอให้เรียนรู้ ปรับกลยุทธ์ดู ของแบบนี้ยิ่งเล่นบ่อยยิ่งเชี่ยวชาญครับ แล้วการเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปครับ

 

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกัน

5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกัน

( 5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกัน )ต้องยอมรับเลยว่าในบรรดาเกมพนัน แบล็คแจ็ค นั้นเย้ายวนใจที่สุด ไม่ใช่แค่รูปแบบเกมที่เล่นง่าย กติกาไม่ซับซ้อน แต่ BlackJack เป็นไพ่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นท้าทายตั้งแต่ลุ้นให้ติดไพ่ตั้งแต่คู่แรก ไหนจะต้องจั่วไพ่ไม่ให้เกิน 21 แต้ม แล้วต้องพยายามให้แต้มสูงกว่าเจ้ามืออีก แถมยังจั่วมาแล้วไม่มีสิทธิ์ทิ้งไพ่ด้วย ถึงจะดูชนะยากแต่มันก็เป็นเกมที่นิยมกันมากใน คาสิโนออนไลน์ แล้วพวกที่เขาเล่นชนะกันบ่อย ๆ เขามีของดีอะไร วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับ 5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกันครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 4 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

ความลับ BlackJack

เรื่องที่ 1 : เข้าใจกฎ BlackJack และอัตราจ่าย

แม้ว่ากฎกับอัตราจ่ายจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่รู้กันอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าไพ่ แบล็คแจ็ค มีความแตกต่างหลากหลายของเกมเหมือนกับพวก Poker หรือ Slot หลัก ๆ ที่รู้กันก็มีแค่สไตล์ยุโรป (European Style) ที่ใช้ไพ่ 6 สำรับ กับสไตล์อเมริกัน (American Style) ที่ใช้ไพ่ 4 สำรับ แต่ว่าตาม คาสิโนออนไลน์ ต่าง ๆ โดยเฉพาะของเมืองนอกต้องดูให้ดีว่าเกมที่เราจะเล่นนั้นเรียกว่าอะไร เพราะแต่ละตัวจะมีกติกาที่แตกต่างกันไป ที่มักจะเห็นก็มี

  • High roller Atlantic City BlackJack
  • European BlackJack
  • Pirate 21
  • Super fun 21

สำหรับกฎ แบล็คแจ็ค ที่ใช้ส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานเดียวกัน ต่างกันก็แค่วิธีเล่น อย่างพวก European Style กับ American Style ก็จะต่างกันแค่จำนวนไพ่ที่ใช้เล่น รูปแบบการชนะก็จะอ้างอิงจากไพ่ในมือเราเท่านั้น ต่างจาก Pirate 21 ที่มีการเอาไพ่ฝั่งเจ้ามือมาร่วมด้วย เหมือนไพ่กองกลางใน Poker แล้วก็สามารถเล่นได้มากกว่า 1 มือ ส่วน High roller จะมีจุดเด่นตรงที่เราจะเพิ่มเงินเดิมพันมากแค่ไหนก็ได้เท่าที่เราจะลงไหว

ในเรื่องของอัตราจ่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดหากเรายังอยากได้กำไรจาก คาสิโนออนไลน์ ดังนั้นก่อนเล่นทุกครั้งนอกจากรูปแบบการเดิมพัน และกติกาของโต๊ะแล้ว ควรดูอัตราจ่ายที่มักจะเขียนไว้ในช่องเดิมพันด้วย เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องคุ้มค่า แต่มันจะช่วยลดความกดดันในการเล่นของเราอีกด้วย

5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกัน

เรื่องที่ 2 : รู้จักจังหวะ Stand & Hit

ในบรรดามือใหม่หัดเล่น แบล็คแจ็ค ทั้งหลายมักจะฝากไพ่ไว้กับดวง ถ้าดวงดีก็ชนะไป ถ้าดวงไม่เข้าข้างก็เสียกันตามนั้น ความจริงแล้วการรู้จักจังหวะ Stand (อยู่) กับ Hit (จั่วเพิ่ม) ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เราชนะ คาสิโนออนไลน์ แต่ก่อนจะตัดสินใจ Stand หรือ Hit ต้องรู้ก่อนว่าไพ่ในมือเราเป็นมือดีหรือมือแย่

วิธีดูก็ไม่ยากให้ดูจากแต้มรวมของไพ่สองใบที่ได้รับแจกมา หากแต้มอยู่ระหว่าง 19-21 บอกเลยว่าโคตรดี และมีโอกาสยากที่จะแพ้ อย่างมากก็แค่เสมอ ดังนั้นควรจะ Stand ไว้ แต่ถ้า 15 แต้มลงไปก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก Hit ไปเลยเพราะถือว่าเป็นแต้มต่ำอยู่แล้ว อันนี้เราอ้างอิงจากกฎที่บังคับให้เจ้ามือจั่วจนกว่าจะได้แต้มมากกว่า 16 แต้มขึ้นไปถึงจะหยุดได้ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าหากต่ำกว่า 17 แต้มมีโอกาสที่เจ้ามือจะแพ้สูง

แต่แต้มที่ทำให้ลำบากใจสุด ๆ ก็คือ 16 แต้ม จะเรียกว่าเป็นกลางค่อนสูงก็ได้ ถ้าไม่จั่วมันก็มีโอกาสที่จะแพ้ แต่ถ้าจั่วก็เสี่ยงที่จะแต้มเกิน 21 แต้มอีก ดังนั้นเราก็ต้องดูฝั่งเจ้ามือด้วยว่าไพ่ใบแรกของเขามันออกมากี่แต้ม จะได้ตัดสินใจง่ายว่าควรทำอย่างไร ผมจะสรุปวิธีอ่านไพ่ง่าย ๆ ไว้ดังนี้

            Hit เมื่อ

  • ฝั่งเรามีไม่เกิน 8 แต้ม
  • ฝั่งเรามี 12-16 แต้ม และเจ้ามือมี A หรือ 7 แต้มขึ้นไป
  • ฝั่งเรามี 16 แต้ม และเจ้ามือมี A หรือ 7

            Stand เมื่อ

  • ฝั่งเรามี 17 แต้มขึ้นไป
  • ฝั่งเรามี 12-16 แต้ม และเจ้ามือมี 2-6 แต้ม

Split เมื่อ

  • ได้ไพ่คู่ AA หรือ 88

จากสถานการณ์เหล่านี้แม้จะไม่ได้ช่วยให้ชนะทุกตา แต่มันก็จะช่วยให้เรามีโอกาสชนะมากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มเดิมพันได้อย่างแม้ยำ

วิธีเล่น BlackJack

เรื่องที่ 3 : ทิ้งทุกความเชื่อเกี่ยวกับ BlackJack

ทุกสิ่งที่เคยได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ส่วนใหญ่ไม่มีอะไรรับประกันเลยว่ามันสามารถช่วยให้เราเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ ได้จริง ซึ่งความเชื่อหลัก ๆ ที่ควรจะลืมหรือทิ้งไปเสียก็มี

  • ต้องเอาเอาชนะเจ้ามือให้ได้ด้วย 21 แต้มเท่านั้น หากได้เพียง 19-20 แต้มยังไม่เพียงพอหากอีกฝ่ายได้ 21 แต้มเราก็จบ ทั้งที่จริงเกมนี้หัวใจสำคัญอยู่ที่เอาชนะเจ้ามือให้ได้ด้วยแต้มที่มากกว่า และต้องไม่ให้เกิน 21 แต้มต่างหาก
  • มือร้อนมือเย็นไม่มีอยู่จริงบน คาสิโนออนไลน์ แม้การเล่นที่บ่อนหรือที่บ้านจะมีสถานการณ์แบบนี้ แต่ที่นี่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์สุ่มไพ่จึงมีความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
  • อย่าไปเสียเวลานับไพ่ แม้จะมีข่าวว่าพระเอกคนดังเคยทำได้จนโดนแบนไม่ให้เล่น แบล็คแจ็ค ในคาสิโนก็ตาม หากเป็นไพ่สำรับเดียวการนับก็ไม่ยาก แต่ถ้ามากกว่านั้นแน่ใจหรือว่าจะจำได้หมดทุกใบ การนับไพ่เลยกลายเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ทันที
  • ไม่ว่าจะเป็น คาสิโนออนไลน์ หรือเล่นที่ไหนก็ใช้กฎมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ต่างกันก็คือมันทำให้เราเล่นง่าย เล่นที่ไหนก็ได้ไม่ต้องออกบ้านไปให้เสียเวลา

เชื่อเถอะครับว่าความเชื่อเดิมแบบนี้มันใช้ได้เฉพาะในยุคที่เล่นไพ่ BlackJack ด้วยสำรับเดียวจริง ๆ

เรื่องที่ 4 : อย่าเอาเงินไปทิ้งกับประกันภัย

ถึงมันจะอุ่นใจเวลาที่คิดว่าเจ้ามือจะติดไพ่ แบล็คแจ็ค ก็ตาม เพราะเวลาที่เจ้ามือติดไพ่ขึ้นมาจริง เราก็ยังได้เงินจากการเคลมประกัน แต่ถ้าเจ้ามือไม่ติดขึ้นมา เท่ากับว่าเราเอาเงินไปทิ้งเฉย ๆ ดังนั้นแทนที่จะมากังวลใจกับเรื่องที่เจ้ามือจะติด BlackJack หรือไม่ ไปดูแต้มไพ่แล้วตัดสินใจว่าจะ Stand หรือ Hit ยังจะดีกว่าอีก

กติกาการเล่นไพ่ BlackJack

เรื่องที่ 5 : เลือกกลยุทธ์ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

กลยุทธ์ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในยามวางเดิมพันเสมอ เรื่องพื้นฐานที่ต้องจำไว้ก็คือเล่นด้วยเงินที่พร้อมจะเสีย และเมื่อเสียก็อย่าพยายามที่จะเอาคืนมา ยิ่งดิ้นยิ่งเสีย นี่คือกลยุทธ์พื้นฐานที่นักพนันควรมี

นอกจากนี้การเล่นแบบมีเป้าหมายจะช่วยลดความสูญเสียได้มาก ตั้งเป้าหมายไว้เสมอว่าจะเล่นแค่ไหน อย่าปล่อยให้ตัวเองติดลม ไม่อย่างนั้นต่อให้เล่นได้มากแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องเสียคืนให้กับ คาสิโนออนไลน์ อยู่ดี

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน BlackJack 10 ประเภทที่มักเจอใน คาสิโนออนไลน์

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

14 เคล็ดลับที่จะช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น

14 เคล็ดลับช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น

( 14 เคล็ดลับช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น ) ความยากของมือใหม่หัดเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค มักจะอยู่ที่ไม่รู้จะเล่นยังไงให้ชนะ คาสิโนออนไลน์ จะเล่นของไทยหรือของนอกก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน ทั้งที่วิธีการเล่นก็ไม่ยาก ไม่ต้องใช้สูตรอะไรมากมายก็เล่นได้แล้ว บางทีผมว่าอาจเป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับในการเล่นเสียมากว่า บางครั้งมันก็มีจุดเล็ก ๆ ที่เรามองข้ามไปแต่มันกลับส่งผลต่อเกมมากแบบคาดไม่ถึง และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมต้องเอา 14 เคล็ดลับที่จะช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น มาบอกครับ

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน 5 เรื่องจริงที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับการนับไพ่ BlackJack

  1. อย่ามองข้ามคำศัพท์เด็ดขาด

สิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มักมองข้ามก็คือเรื่องศัพท์พื้นฐานหรือศัพท์เฉพาะของ แบล็คแจ็ค ส่วนมากจะไปให้ความสำคัญในเรื่องการนับแต้ม กับดอกไพ่เสียมากกว่า แต่รู้หรือไม่ครับว่าในการเล่นตามคาสิโนต่าง ๆ เขามักจะพูดหรือถามกันสั้น ๆ ด้วยคำศัพท์แทน หากเราไม่เข้าใจตรงนี้ นอกจากจะไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร อาจนำไปสู่การเล่นผิด ๆ ถูก ๆ อย่างเช่น Double Down ถ้าใครที่ไม่เข้าใจพอได้ไพ่มาสองใบแล้วก็รีบเพิ่มเดิมพันไปเลย แต่ลืมไปว่าหลังจาก Double Down แล้วจะจั่วไพ่เพิ่มได้แค่อีกใบเดียว เรียกว่าเสียโอกาสชนะไปเต็ม ๆ

เคล็ดลับชนะ แบล็คแจ็ค

  1. หาวิธีทำให้เจ้ามือได้เปรียบน้อยลง

ปกติแล้วเจ้ามือจะได้เปรียบเราอย่างชัดเจนก็ต่อมาเราต้องเป็นฝ่ายเล่นก่อน โดนที่ไม่รู้ว่า Hole Card กับไพ่ที่คว่ำอยู่ของอีกฝ่ายคืออะไร ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือเราเองเผลอจั่วจนมีแต้มรวมเกิน 21 มันก็จะทำให้เราแพ้โดยอัตโนมัติถึงแม้ว่าเจ้ามือจะมีแต้มเกิน 21 เหมือนกัน ดังนั้นตลอดเวลาที่เล่นต้องคอยสังเกตด้วยว่าไพ่ในมือเราเป็นอย่างไร ไพ่ใบแรกของเจ้ามือคืออะไร เพื่อคุมแต้มไพ่ให้อยู่เหนือกว่าอีกฝ่าย

  1. เรียนรู้กลยุทธ์ขั้นพื้นฐานไว้เสียบ้าง

กลยุทธ์พื้นฐานในการเล่น แบล็คแจ็ค ส่วนใหญ่จะสอดคล้องกับกฎกติกาที่ใช้ในการเล่น เช่น ถ้าเราอาจจะตัดสินใจหมอบหากเราได้ไพ่ต่ำแล้ว อีกฝ่ายมีไพ่ใบแรกเป็น A เพราะฝั่งนั้นมีโอกาสจะติดแบล็คแจ็ค หรือเลี่ยงที่จะวาง Double Down เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีแต้มสูงในมือ เพื่อที่จะได้มีโอกาสจั่วไพ่ให้ได้แต้มสูงกว่าเจ้ามือมากขึ้น

  1. ศึกษากฎของโต๊ะ แบล็คแจ็ค ก่อนเล่นทุกครั้ง

แม้ว่า BlackJack จะเป็นที่นิยมไปทั่วโลกและมีการใช้กติกาเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ก็มี คาสิโนออนไลน์ บางแห่งมีการปรับเปลี่ยนกฎเล็กน้อย เพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับตัวเอง ตั้งแต่การเพิ่มไพ่หลายสำรับในการเล่น จะได้ตรวจสอบได้ยาก โอกาสชนะของผู้เล่นก็น้อยลง รวมไปถึงการขยับแต้มฝั่งเจ้ามือที่จะสามารถ “อยู่” ให้สูงขึ้น เพื่อที่จะได้มีโอกาสจั่วไพ่มากขึ้นนั่นเอง

  1. ไม่ลืมที่จะตรวจสอบกติกาของโต๊ะ

นอกจากกฎแล้วยังมีกติกาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละโต๊ะที่เราเล่น โดยเฉพาะเรื่องของการจ่ายเงิน บางโต๊ะอาจจ่ายให้ในอัตรา 3/2 แต่ถ้าไปเจอโต๊ะที่จ่าย 6/5 ก็ควรเลี่ยง เพราะมีโอกาสชนะน้อยกว่าเห็น ๆ และอีกอย่างที่ควรดูด้วยก็คืออัตราการวางเดิมพันขั้นต่ำสุดและสูงสุดของโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เราชนเพดานเวลาที่ต้องการจะทำ Double Down

  1. สร้างกลยุทธ์ในแบบฉบับของตัวเอง

อย่าลืมว่าในการเล่น แบล็คแจ็ค ไม่ได้มีแต่เราเท่านั้นที่สามารถใช้กลยุทธ์ได้ ฝั่งเจ้ามือก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน และถ้าเราใช้แต่กลยุทธ์พื้นฐานที่มีรูปแบบตายตัว มันก็ง่ายต่อการคาดเดา ดังนั้นจึงต้องมีรูปแบบการเล่นที่เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม / ลดมูลค่าของเดิมพัน หรือจังหวะการจั่ว การแยกไพ่ เป็นต้น

  1. เพิ่มเดิมพันเมื่ออัตราการเดิมพันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

การวางเดิมพันที่ดีไม่ใช่สักแต่จะเอาสะใจ หรือหวังแต่ได้เพียงอย่างเดียว สิ่งที่ควรทำก็คือมองหาจังหวะที่จะเพิ่มเดิมพัน มองไพ่ในมือแล้วคาดเดาว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่เราจะชนะ ถ้าคิดว่ามีโอกาสมาก ก็ควรจะเพิ่มเดิมพันลงไปเลย

มือใหม่ชนะ แบล็คแจ็ค

  1. ไม่ซื้อประกันโดยไม่จำเป็น

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำคือ แม้ว่าการทำประกันภัยจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเสียเงินเดิมพันไป แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ติด แบล็คแจ็ค ขึ้นมา เราก็ต้องเสียเงินประกันตรงนั้นไปฟรี ๆ  ดังนั้นต้องดูด้วยว่าโอกาสที่เจ้ามือจะชนะด้วย BlackJack มีมากน้อยแค่ไหน โดยดูจากไพ่ที่เหลือในกองกลางเป็นหลัก

  1. รู้จักกำหนดมูลค่าไพ่

ในการเล่นไพ่ชนิดนี้ ไพ่ทุกใบจะมีมูลค่าของมันอยู่ คือ

ไพ่ 2, 3, 4, 5 และ 6 มีค่าเท่ากับ +1

ไพ่ 7, 8 และ 9 มีค่าเป็น 0

ไพ่ 10, J, Q, K และ A มีค่าเท่ากับ -1

จากตรงนี้จะช่วยให้เราประเมินโอกาสแพ้ชนะของเจ้ามือได้ง่ายขึ้น ยิ่งมีไพ่ที่มีค่า -1 ในสำรับมากแค่ไหน โอกาสที่เจ้ามือจะแพ้ให้เราก็จะสูงตามไปด้วย

  1. ทำ Running Count ไปด้วย

การนับไพ่ หรือ Running Count ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่เป็นวิธีที่สามารถใช้กับไพ่เพียง 1 สำรับเท่านั้น โดยการเปิดไพ่ทีละใบ เมื่อเปิดออกมาเราจะบวกมูลค่าไปเรื่อย เช่น ถือไพ่ 2 กับ 5 ไว้ แล้วจั่วได้ A ตอนนี้มูลค่าไพ่เราก็จะเป็น 1 + 1 – 1 = 1 และเมื่อไพ่หมดสำรับ มูลค่าไพ่ในมือควรจะเป็น 0 ถ้าฝึกตรงนี้ให้ไวก็จะทำให้เล่นได้ดีขึ้น

  1. มองให้เห็น True Count

แต่เนื่องจาก คาสิโนออนไลน์ จะใช้ไพ่หลายสำรับในการเล่น Running Count จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยเราได้ การนับมูลค่าไพ่ที่แท้จริงเลยเป็นเรื่องที่ต้องรู้และทำให้เป็น เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ หลักการคิดก็ง่าย ๆ คือ True Count หารด้วยจำนวนสำรับของไพ่ที่ใช้เล่น

ยกตัวอย่างเช่นหากเป็นการเล่นด้วยไพ่ 1 สำรับ หาก Running Count = 3 ก็ถือว่าปกติ แต่ถ้าเป็นระดับ 4 สำรับ หรือ 6 สำรับ ถือว่าน้อยมาก เพราะปริมาณไพ่จะเพิ่มขึ้นและลดโอกาสการชนะไปในตัว เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันชัดขึ้นครับ

ตอนนี้เรามี Running Count = 7 จากไพ่ 2 สำรับ True Count จะอยู่ที่ 3.5 แต่ถ้าเป็น 6 สำรับ จะอยู่ที่ 1.17 ก็อาจจะตัดสินใจได้ง่ายว่าจะสู้ต่อไปหรือว่าหมอบดี ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าไพ่ในมือเราคืออะไร มีกี่แต้ม และต้องระวังอย่าให้เกิน 21 แต้มด้วย

  1. ฝึกรักษา True Count ให้ชำนาญ

เมื่อหามาได้ก็ต้องรักษาให้เป็น แม้ใน คาสิโนออนไลน์ จะไม่มีที่ให้เราฝีก True Count แต่เราก็สามารถฝึกเองได้ โดยเริ่มจากไพ่ 2 สำรับก่อน หงายไพ่ทีละใบ เริ่มจ่ายไพ่เป็นกอง ๆ แล้วก็นับไปตามปกติ เมื่อเราเข้าใจ True Count แล้วก็น่าจะแกร่งพอที่จะไปลองวิชา นอกจากนี้ก็มีคาสิโนบางทีให้เราได้ลองซ้อมก่อนเล่นจริงสองสามรอบอีกด้วย

เพิ่มโอกาสชนะ ไพ่แบล็คแจ็ค

  1. อย่าสนใจสิ่งอื่นใดนอกจากการนับไพ่

ในช่วงเวลาที่เรานับไพ่อยู่ พยายามอย่าไปสนใจสิ่งรอบข้างให้มากนัก และวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้นับไพ่ได้เก่งขึ้นก็คือการนับในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการรบกวน หรือนับไปด้วยคุยกับคนอื่นไปด้วย เพราะในการเล่นจริงมันจะมีทั้งแรงกดดันและสิ่งต่าง ๆ มารบกวนมากขึ้น

  1. ปรับเปลี่ยนวิธีเล่นตลอดเวลา

ไม่ใช่แค่กลยุทธ์เท่านั้นที่ควรจะมีรูปแบบเฉพาะตัว แต่ตลอดช่วงเวลาที่เราเล่น เราควรจะรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ อาจจะเริ่มจากนับไพ่เนียน ๆ ไม่ให้ใครรู้ เพิ่มเดิมพันเมื่อเห็นโอกาส ลดเดิมพันเมื่อคิดว่ายากที่จะชนะ หรือเลิกเล่นไปเลยเมื่อชนะแล้ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับเรามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนี้แน่ล่ะว่าฝั่ง คาสิโนออนไลน์ จะเป็นฝ่ายได้เปรียบเราแทน

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆ ด้วยสิ่งนี้

เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆ ด้วยสิ่งนี้

( เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆด้วยสิ่งนี้ )หากว่าเรามองแบบผิวเผิน อาจคิดว่าไพ่ แบล็คแจ็ค เป็นเกมพนันที่ต้องใช้ดวงเป็นหลัก เพราะเราไม่สามารถเลือกไพ่ได้ จั่วมาแล้วก็ทิ้งไม่ได้อีก คือต้องระวังแบบสุดตัวเพื่อที่จะไม่ให้แต้มรวมออกมาเกิน 21 แต้ม ถึงแม้ว่าจะเล่นใน คาสิโนออนไลน์ รู้หรือไม่ครับว่าความจริงแล้วเกมนี้เราสามารถใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราได้ด้วย

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ 5 เรื่องจริงที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับการนับไพ่ BlackJack

เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆ

BlackJack ใช้กลยุทธ์ในการเล่นได้จริงหรือ

หลายคนอาจคาดหวังว่า แบล็คแจ็ค จะมีสูตรการเล่นหรือสูตรเดินเงินเหมือนบาคาร่า หรือว่าใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อนซ่อนกลอย่างโป๊กเกอร์ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันง่ายมาก ๆ เลยครับ เพียงแค่เราอาศัยทักษะการอ่านไพ่เจ้ามือ กับการใช้เทคนิค Double Down ก็จะช่วยให้เรามีโอกาสชนะและทำกำไรมากขึ้นแล้ว แต่ก่อนอื่นเราไปทบทวนวิธีเล่นกันสักนิดก่อนครับ จะได้มองออกว่าจังหวะไหนเราควรใช้กลยุทธ์ใด ซึ่งผมจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ BlackJack กับ Poker เล่นอันไหนดีกว่ากัน

วิธีเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค

  1. เจ้ามือแจกไพ่ให้กับผู้เล่นคนละใบโดนคว่ำหน้าไพ่ไว้
  2. เจ้ามือแจกไพ่ให้กับตัวเอง 1 ใบ โดยหงายหน้าไพ่
  3. เจ้ามือแจกไพ่ใบที่สองให้กับผู้เล่นทุกคนและตัวเอง โดยคว่ำหน้าไพ่ไว้
  4. เมื่อผู้เล่นดูไพ่ของตัวเองแล้ว สามารถเลือกจั่วไพ่เพิ่มได้ตามต้องการเพื่อให้ได้แต้มที่พอใจ
  5. เจ้ามือเปิดไพ่ใบแรกของตัวเอง แล้วรอให้ผู้เล่นคนอื่นจั่วไพ่จนครบ
  6. หลังจากจั่วไพ่ครบแล้ว เจ้ามือจะเปิดไพ่ใบที่ 2 หากได้แต้มรวมต่ำกว่า 17 แต้ม เจ้ามือจะต้องจั่วไพ่เพิ่มไปจนกว่าจะมากกว่าหรือเท่ากับ 17 แต้ม จึงจะ “อยู่” ได้
  7. เมื่อเจ้ามือหยุดจั่วไพ่ ให้ผู้เล่นวัดแต้มไพ่กับเจ้ามือ

กติกาการเล่นไพ่ BlackJack

วิธีอ่านไพ่เจ้ามือ

หากเป็นผู้เล่น แบล็คแจ็ค มือใหม่เชื่อว่าคงไม่เคยได้ยินเทคนิคนี้แน่ แต่สำหรับผู้เล่นที่มีความชำนาญในระดับหนึ่ง พวกเขาจะมีวิธีจับจุดไพ่ของเจ้ามือ โดยดูจากจังหวะที่เจ้ามือเปิดไพ่ใบแรกให้ผู้เล่นทุกคนดูว่าแต้มไพ่เป็นอย่างไร จากนั้นค่อยคาดเดาเหตุการณ์และพฤติกรรมที่น่าจะเป็น ซึ่งแยกเป็น 2 เหตุการณ์คือ

เมื่อไพ่ใบแรกของเจ้ามือมีแต้มไม่เกิน 6 แต้ม

  • ให้เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าไพ่ที่เหลืออยู่ในกองกลางมีโอกาสที่จะมีไพ่ 10 แต้มเยอะกว่าไพ่แต้มอื่น
  • เมื่อแต้มไพ่ใบแรกของเจ้ามือต่ำกว่าหรือเท่ากับ 6 แต้ม มีโอกาสสูงที่เจ้ามือจะจั่วไพ่แล้วได้แต้มรวมเกิน 21 แต้ม
  • โอกาสที่จะได้แต้มเกินสูงก็ต่อเมื่อเจ้ามือได้ไพ่ 6 และมีโอกาสเกินน้อยที่สุดเมื่อได้ไพ่ 2
  • เมื่อเจ้ามือมีโอกาสติดไพ่แต้มสูง สิ่งที่เราต้องทำก็คืออย่าให้แต้มไพ่เราเกิน

เมื่อไพ่ใบแรกของเจ้ามือมีแต้มไม่น้อยกว่า 7 แต้ม

  • มีโอกาสมากที่เจ้ามือจะจั่วเจอไพ่ 10 แต้ม ที่มีเหลืออยู่ในกองกลาง
  • ถ้าเจ้ามือได้ไพ่ 7 มีโอกาสที่เจ้ามือจะหยุดจั่วเมื่อได้แต้มรวม 17 แต้มหรือใกล้เคียง
  • ถ้าเจ้ามือได้ไพ่ 7 หรือสูงกว่านี้ สิ่งที่ไม่ควรทำคือ Double Down แต่ให้ใช้การจั่วให้แต้มเราใกล้เคียงหรือได้ 21 แต้มแทน

สรุปก็คือไม่ว่าจะเหตุการณ์จะออกมาในรูปแบบไหน สิ่งที่เราต้องจำไว้และระวังในการเล่น แบล็คแจ็ค ก็คืออย่าให้แต้มเกิน 21 แต้มเป็นอันขาด หากเจ้ามือได้ไพ่แต้มต่ำ (น้อยกว่าหรือเท่ากับ 6) เราจะจั่วหรืออยู่ก็ได้ แต่ถ้าเจ้ามือได้ไพ่แต้มสูง (มากกว่าหรือเท่ากับ 7) เราก็ต้องจั่วไพ่ให้รวมแต้มแล้วได้ใกล้เคียง 21 แต้มมากที่สุด แค่นั้นเอง

เพิ่มโอกาสชนะ ไพ่แบล็คแจ็ค

เทคนิคทำกำไรด้วย Double Down

เมื่อการอ่านไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็นการเพิ่มโอกาสชนะให้กับเรา สิ่งที่ควรทำด้วยเสมอในการเล่น BlackJack ก็คือการเพิ่มกำไรในการวางเดิมพันด้วยการ Double Down ซึ่งตลอดทั้งเกมเราจะสามารถทำได้เฉพาะเวลาที่เรามีไพ่อยู่ในมือสองใบและยังไม่ได้จั่วเพิ่มเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิวางเดิมพันสองเท่าได้ สำหรับวิธี Double Down มีเทคนิคดังนี้

  • ควรวางเดิมพันเป็นสองเท่า เมื่อไพ่ใบแรกของเจ้ามือออกไพ่แต้มต่ำ คือ ระหว่าง 2 – 6 แต้ม
  • แต่ถ้าไพ่ใบแรกของเจ้ามือออกแต้ม 9 – 11 (A) มีโอกาสที่ติดแต้มสูงหรือ แบล็คแจ็ค ตรงนี้ไม่ควรเสี่ยงทำ Double Down แต่ควรเลือก Insurance (ทำประกันเดิมพัน) แทนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเสียเดิมพันกรณีที่เจ้ามือติด แบล็คแจ็ค
  • สิ่งที่ต้องจำไว้เสมอก็คือ หลังจากที่เรา Double Down ไปแล้วจะมีโอกาสจั่วไพ่ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น จึงต้องตัดสินใจให้ดี
  • นอกจากดูไพ่ของเจ้ามือแล้ว แต้มไพ่รวมบนมือเราที่เหมาะจะ Double Down ก็คือช่วงแต้ม 10 – 11 แต้ม และเจ้ามือจะต้องได้ไพ่ใบแรกต่ำกว่า 6 แต้มเท่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเทคนิคดี ๆ ที่เข้าใจง่าย ๆ แถมยังช่วยให้เรามีโอกาสชนะเพิ่มขึ้น และยังได้เงินจาก คาสิโนออนไลน์ กลับมามากกว่าเดิมอีกด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้เทคนิคนี้ได้ผลในการเล่น BlackJack ก็คือการควบคุมอารมณ์และหาจังหวะเข้าให้ถูก รู้ว่าช่วงไหนควร Hit จังหวะไหนควร Double Down แล้วตอนไหนทำ Insurance ไปแล้วจะคุ้ม เพียงเท่านี้เราก็จะสนุกไปกับการเล่น แบล็คแจ็ค แล้วล่ะครับ