Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest
Trending Now
blackjackarmy

แบล็คแจ็ค 10 เว็บที่ดีที่สุด ปี 2020 เกมไพ่ที่เล่นเป็นเห็นเงินล้าน

blackjackarmy

10 คาสิโนออนไลน์ ผู้ทำกำไรให้นักพนันสูงสุด ในปี 2020

blackjackarmy

หวยออนไลน์ จ่ายจริง 10 สุดยอดเว็บหวย รวยได้ทันที ปี 2020

blackjackarmy

10 เกมยิงปลาเว็บไหนดี 2020 อัพเดตใหม่ รู้ไว้ได้เงินแสน

The Knock Out สูตร BlackJack ล้มเจ้าที่ไม่ควรพลาด

กติกาการเล่นไพ่ BlackJack และเทคนิคพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

4 ความต่างที่ต้องรู้ก่อนเล่นระหว่าง BlackJack กับ Poker

เปลี่ยนไก่ให้เป็นเซียน BlackJack ง่าย ๆ แค่ 3 เทคนิคนี้

BlackJack ประกันภัย ประกันอย่างไรถึงจะคุ้ม

แบล็คแจ็คออนไลน์ มิติใหม่ของการเล่น BlackJack

BlackJack American Style เล่นอย่างไรมาดูกัน

ย้อนรอย BlackJack จากเกมไพ่สู่ คาสิโนออนไลน์

14 เคล็ดลับที่จะช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น

6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack

เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆ ด้วยสิ่งนี้

BlackJack American Style Vs European Style อันไหนน่าเล่นกว่ากัน

5 เรื่องจริงที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับการนับไพ่ BlackJack

10 เกมยิงปลาเว็บไหนดี 2020 อัพเดตใหม่ รู้ไว้ได้เงินแสน

10 คาสิโนออนไลน์ ผู้ทำกำไรให้นักพนันสูงสุด ในปี 2020

BlackJack คืออะไร

แบล็คแจ็ค หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งก็คือ Twenty-one หรือไพ่ยี่สิบเอ็ด เป็นเกมพนันที่ใช้ไพ่แค่ 1 สำรับในการเล่น วัดผลแพ้ชนะกันระหว่างผู้เล่นกับเจ้ามือ กติกาก็ง่าย ๆ ใครได้แต้มไพ่รวมเกิน 21 แต้มแพ้ ได้แต้มรวมน้อยกว่าเจ้ามือ ก็แพ้อีก วิธีชนะจึงต้องจั่วยังไงก็ได้ไม่ให้เกิน 21 แต้มและมีแต้มมากกว่าเจ้ามือ แต่ถ้าใครได้ 21 แต้มตั้งแต่ช่วงแจกไพ่ แบบนี้ก็จะถือว่าได้ BlackJack นั่นเอง

ย้อนรอย แบล็คแจ็ค
5 วิธี ทำกำไร ไม่ง้อ แบล็คแจ็ค

ความต่างระหว่าง
BlackJack กับ Poker

ทุกวันนี้มีเกมพนันมากมาย โดยเฉพาะไพ่มีหลายคนที่ค่อนข้างเข้าใจผิดหรือจำสับสน เอากติกาหรือวิธีเล่นไปปนมั่วกันหมด ยิ่ง BlackJack กับ Poker ซึ่ง 4 ความต่างระหว่าง BlackJack กับ Poker มีดังนี้

หากเป็นการเล่นทั่ว ๆ ไปแบบไม่ใช่ไปเล่นตามบ่อนหรือคาสิโน ทั้งสองเกมนี้จะใช้ไพ่เพียงแค่ 1 สำรับเท่านั้น แต่ถ้าเป็น คาสิโนออนไลน์ เกม แบล็คแจ็ค จะเพิ่มไพ่ที่ใช้ในการเล่นเป็น 4 สำรับ สำหรับการเล่นแบบอเมริกัน หรือ 6 สำรับ ในรูปแบบการเล่นสไตล์ยุโรป ขณะที่โป๊กเกอร์นั้นยังใช้ไพ่ 1 สำรับเหมือนเดิม

การเล่นโป๊กเกอร์จะมี 2 แบบ ก็คือ Cash Game กับ Tournament ทั้งสองแบบจะแตกต่างกันที่ Cash Game จะจบการเล่นและจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้ชนะเพียงคนเดียวในโต๊ะนั้น ส่วน Tournament ผู้เล่นจะได้รับรางวัลก็ต่อเมื่อเป็นผู้ชนะของรายการ คือจะต้องเอาชนะในแต่ละโต๊ะให้ได้เพื่อเข้ารอบต่อไปเรื่อย ๆ

 

ส่วนวิธีเล่นโป๊กเกอร์ใน 1 เกมจะแบ่งออกเป็น 5 รอบ คือ Pre-Flop, Flop, Turn, River และ Show Down ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องจัดไพ่ในมือให้เข้ากับไพ่กองกลางเพื่อให้ได้ชุดไพ่หรือมือที่ดีที่สุด การวัดผลแพ้ชนะจะเป็นการวัดกันระหว่างผู้เล่น และในแต่ละรอบผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะหมอบ, เพิ่มเดิมพัน, อยู่เฉย ๆ หรือจะวางเดิมพันตามผู้อื่น

 

แต่ แบล็คแจ็ค จะแตกต่างออกไปคือไม่ว่าจะมีผู้เล่นกี่คนก็ตาม จะเป็นการแข่งกันระหว่างผู้เล่นกับเจ้ามือ โดยผู้เล่นจะต้องพยายามทำแต้มรวมของไพ่ในมือให้ได้มากกว่าเจ้ามือและต้องไม่เกิน 21 แต้ม ส่วนเจ้ามือเองก็ต้องทำแต้มให้ได้ระหว่าง 17-21 แต้ม จากนั้นค่อยมาวัดผลกับผู้เล่นทีละคน ใครชนะก็ได้เงินไป ใครแพ้ก็เสียเงิน

 

ในกรณีที่ผู้เล่นต้องการเลิกเล่นระหว่างเกม โป๊กเกอร์ จะสามารถเลิกเล่นในรอบไหนก็ได้เพียงแค่หมอบไพ่ก็พอ แต่ถ้าเป็น BlackJack จะหมอบได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในช่วงไพ่สองใบเท่านั้น หากมีการจั่วเพิ่มก็ต้องอยู่ต่อจนกว่าจะถึงรอบวัดไพ่

สำหรับ แบล็คแจ็ค จะนับแต้มไพ่จากหน้าไพ่เท่านั้น โดยที่ดอกไพ่จะไม่ส่งผลถึงขนาดไพ่ ดังนี้

  • ไพ่ A มีค่าเป็น 1 แต้ม เมื่ออยู่กับไพ่ 2-9 แต่จะมีค่าเป็น 11 แต้ม เมื่ออยู่กับไพ่ 10, J, Q หรือ K
  • ไพ่ 2-9 มีค่าตามหมายเลขหน้าไพ่
  • ไพ่ 10, J, Q และ K มีค่าเป็น 10 แต้ม

ส่วน โป๊กเกอร์ ดอกไพ่จะมีผลต่อขนาดไพ่ โดยเรียงจากใหญ่ไปหาเล็ก คือ โพธิ์ดำ > หัวใจ > ข้าวหลามตัด > ดอกจิก ในกรณีที่มีแต้มเท่ากัน จะดูที่ดอกไพ่ว่าใครใหญ่กว่ากัน สำหรับแต้มไพ่มีวิธีการนับดังนี้

  • ไพ่ A จะมีค่าน้อยที่สุดเมื่ออยู่กับชุดไพ่ 2-9 แต่จะมีค่ามากสุดเมื่ออยู่กับชุดไพ่ 10, J, Q, K
  • ไพ่ K มีค่าน้อยกว่า A
  • ไพ่ Q มีค่าน้อยกว่า K
  • ไพ่ J มีค่าน้อยกว่า Q
  • ไพ่ 10-2 มีค่าน้อยกว่า J เรียงตามลำดับตัวเลขจากมากไปหาน้อย

ตรงนี้จะเห็นว่าไพ่ A, 2-9 ของไพ่ทั้งสองแบบจะมีค่าเหมือนกัน แต่ 10, J, Q, K ของโป๊กเกอร์จะมีค่าไม่เท่ากัน ขณะที่ BlackJack ให้ค่าเท่ากันทุกใบคือ 10 แต้ม

วิธีวัดผลแพ้ชนะใน โป๊กเกอร์ จะใช้ชุดไพ่ซึ่งเรียงจากคะแนนมากที่สุดไปหาน้อยสุดดังนี้ Royal Flush > Straight Flush > Four of kind > Full House > Flush > Straight > Three of kind > Two pair > One pair > High card และในกรณีแต้มไพ่เท่ากัน หรือมีชุดไพ่เดียวกันจะใช้ดอกไพ่ และไพ่ที่เหลือเป็นตัว Kicker อีกที แม้ว่าในระดับทัวร์นาเมนท์จะมีผู้ชนะได้มากกว่าหนึ่งคน แต่เป็นการชนะแบบลำดับ 1, 2, 3 ดังนั้น โป๊กเกอร์ จึงยากที่จะเป็นเกมจบด้วยผลเสมอกัน ส่วนอัตราจ่ายคือเงินรางวัลทั้งหมดที่อยู่ใน Pot หรือเงินกองกลางที่ทุกคนวางเดิมพันไปนั่นเอง