Categories
สูตร BlackJack เกมไพ่ BlackJack

Winning Martingale สูตรเดินเงิน BlackJack แบบเสี่ยงต่ำกำไรชัวร์

Winning Martingale สูตรเดินเงิน BlackJack แบบเสี่ยงต่ำกำไรชัวร์

( Winning Martingale สูตรเดินเงิน BlackJack แบบเสี่ยงต่ำกำไรชัวร์ )สิ่งหนึ่งที่ไม่คอยมีคนพูดถึงในการเล่น แบล็คแจ็ค ก็คือเรื่องของสูตรเดินเงินครับ ส่วนใหญ่จะไปเน้นกันที่กลยุทธ์การเล่นเสียมากกว่า หากจะมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องก็จะเป็นพวกการทำ Double Down กับ Insurance ซึ่งเป็นเพียงเทคนิคหนึ่งในการลดความเสี่ยงหรือเพิ่มโอกาสในการทำกำไรเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีงบเล่นไม่มาก อยากเล่นแบบความเสี่ยงต่ำและสามารถทำกำไรได้ชัวร์แล้วล่ะก็ วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับสูตรเดินเงิน Wining Martingale กันครับ ว่าแต่มันคืออะไร ทำกำไรจาก คาสิโนออนไลน์ ได้จริงหรือไปดูกันเลย

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ 4 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

Winning Martingale สูตรเดินเงิน BlackJack

Winning Martingale คืออะไร ต่างจาก Martingale ทั่วไปตรงไหน

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าสูตรเดินเงินตระกูล มาร์ติงเกล เดิมทีเป็นสูตรเดินเงินสำหรับไพ่ บาคาร่า ที่เน้นการเพิ่มเงินเดิมพันไปในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป แล้วพอลองเอามาใช้ร่วมกับการวางเดิมพันไพ่ แบล็คแจ็ค มันก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย

หลักการของ Martingale จะเป็นการเพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่าทุกครั้งที่เราแพ้ เป้าหมายหลักของมันก็คือใช้ดึงเงินที่เสียไปกลับคืนมาพร้อมกับกำไรอีกหนึ่งหน่วย ซึ่งมีข้อเสียตรงที่เราจำเป็นต้องมีหน่วยลงทุนอย่างน้อย 100 หน่วยจึงจะเพียงพอกับสูตรเดินเงินนี้ และถ้าเราไม่สามารถเอาชนะได้ใน 5 รอบ เท่ากับว่าเราจะเสียเงินก้อนโตไปในพริบตา และการทำกำไรก็เป็นไปได้อยากหากต้องการกำไรสูง มูลค่าของหน่วยลงทุนก็ต้องสูงตาม เวลาเสียแล้วเข้าสูตรจะทำให้ไปชนกับเดิมพันสูงสุดที่โต๊ะกำหนดไว้ ทำให้สูตรไปต่อไม่ได้อีก

Winning Martingale จึงเป็นสูตรเดินเงินที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้หลักการย้อนกลับ คือเราจะเพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่าเมื่อชนะ ความเสี่ยงของเราจะมีแค่ 1 หน่วยเท่านั้น ไม่ต้องกังวลว่าเวลาทบไปจะชนเพดาน เพราะถ้าชนจริงเราก็ไม่เสียหายอะไร ที่สำคัญใช้ทุนน้อยกว่าด้วย เพียงแค่ 50 หน่วยก็เพียงพอ เรียกได้ว่าใช้เงินน้อยกว่ากันตั้งครึ่งหนึ่งเลย

หน่วยลงทุนคืออะไร จัดการอย่างไรดี

สำหรับมือใหม่หัดเดิมพันอาจงงกันว่าหน่วยลงทุนกับเงินทุนต่างกันยังไง เงินทุนก็คือเงินในกระเป๋า แต่หน่วยลงทุนคือเงินในกระเป๋าที่เอามาซอยเป็นก้อนย่อย ๆ สมมติว่าผมมีเงินอยู่ 2,500 บาทสำหรับการเล่น แบล็คแจ็ค ผมก็อาจมองหาโต๊ะที่วางเดิมพันต่ำที่สุดไว้ก่อน เอาเป็นว่าไปเจอโต๊ะที่ต้องวางเดิมพันขั้นต่ำ 50 บาท ผมก็ตั้งไว้เลยว่าหนึ่งหน่วยจะให้มีค่าเท่ากับ 50 บาท เท่ากับว่าตอนนี้ผมมีหน่วยลงทุนทั้งหมด 50 หน่วย หรือถ้าจะให้คิดภาพง่าย ๆ ก็คือผมเอาเงิน 2,500 บาทไปแลกชิปมูลค่า 50 บาท มาได้ 50 ชิปนั่นเอง

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน

มิติใหม่เล่น BlackJack

Winning Martingale ในเกม BlackJack ใช้อย่างไร

หากเป็นเกมบาคาร่าเราอาจใช้วิธีการอ่านเค้าไพ่ประกอบกับการใช้สูตรเดินเงิน Winning Martingale ไปด้วย แต่พอเป็นไพ่ แบล็คแจ็ค ลืมตรงนี้ไปได้เลย แม้แต่ คาสิโนออนไลน์ ก็ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ให้เราวิเคราะห์ เพียงแต่สูตรเดินเงินนี้จะช่วยให้เราเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น ไม่ใช่ช่วยให้มีโอกาสชนะมากขึ้นแต่อย่างใด

สำหรับวิธีการใช้สูตรก็เหมือนกับไพ่ บาคาร่า คือเราจะแบ่งรอบการเดิมพันออกเป็น 5 รอบ โดยที่

  • รอบที่ 1 วางเดิมพัน 1 หน่วย หากชนะไปรอบที่ 2
  • รอบที่ 2 เพิ่มเดิมพันเป็น 2 หน่วย หากชนะอีกก็ไปรอบที่ 3
  • รอบที่ 3 เดิมพัน 4 หน่วย ถ้ายังไม่แพ้เข้ารอบที่ 4
  • รอบที่ 4 ขยับเดิมพันเป็น 8 หน่วย ถ้าชนะอีกก็ไปรอบที่ 5
  • รอบที่ 5 อัดเดิมพันไป 16 หน่วย ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ให้กลับไปรอบที่ 1
  • ไม่ว่าจะแพ้ในรอบไหนก็ให้กลับไปรอบที่ 1 เสมอ

ยกตัวอย่างเช่น

  • รอบที่ 1 เราวางเดิมพัน 1 หน่วย ถ้าชนะได้กำไรกลับมา 1 หน่วย
  • รอบที่ 2 เอาทุนเดิม 1 หน่วย กับกำไรอีก 1 หน่วย มาวางเดิมพัน ถ้าชนะก็จะได้กำไรมาอีก 2 หน่วย
  • รอบที่ 3 ใช้ทุน 1 หน่วยของรอบแรกกับกำไร 3 หน่วยที่ได้มาเล่น ชนะอีกจะได้กำไร 4 หน่วย
  • รอบที่ 4 ใช้ทุนเดิม 1 หน่วย กับกำไรสะสมที่ได้มา 7 หน่วยลงเล่น ชนะก็จะได้กำไรอีก 8 หน่วย
  • รอบที่ 5 เอากำไรสะสมทั้งหมด 15 หน่วยรวมกับทุนเดิมแค่ 1 หน่วย วางเดิมพัน ถ้าชนะจะได้กำไรกลับมา 16 หน่วย

จากตัวอย่างจะเห็นได้ชัดว่าหากเราชนะ เราก็แค่เอากำไรมาเล่นกับทุนอีกหนึ่งหน่วยเท่านั้น แต่ถ้าแพ้ไม่ว่าจะรอบไหนก็ตามเราก็แค่เสียกำไรที่ได้มาทั้งหมด กับทุนอีกแค่ 1 หน่วย ซึ่งถือได้ว่าความเสี่ยงต่ำมาก ๆ และถ้าใครที่ยิงยาวมาถึงรอบที่ 5 ได้ ผมว่าควรพักก่อนจะดีกว่า ก่อนที่จะเสียกำไรที่ได้คืนให้กับ คาสิโนออนไลน์ ไปหมด เพราะรอบที่ 5 เราจะได้กำไรสะสมทั้งหมด 31 หน่วย คิดเป็นเงินก็ประมาณ 50 x 31 = 1,550 แหม ลงทุน 50 บาท ได้กำไรตั้งขนาดนี้ ถ้าคิดว่าดวงดีดวงแข็งพอจะสู้ต่อก็โอเคนะครับ แต่อย่าลืมล่ะว่าทุกเกมพนันมันมีค่า House Edge หรือความได้เปรียบของคาสิโนอยู่ ไม่ว่าค่านี้จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดไหน ถ้าในระยะยาวมันก็จะแข็งแกร่งจนเอาชนะได้ยากเหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อลองดูได้กับเกม แบล็คแจ็ค ที่เปิดให้เล่นฟรีตาม คาสิโนออนไลน์ กันได้เลย

กติกาการเล่นไพ่ BlackJack

แต่ก่อนจากกันไปใครที่คิดจะเอาดีด้าน แบล็คแจ็ค นอกจากสูตรเดินเงินแล้ว กลยุทธ์ต่าง ๆ ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมาก ๆ หากโอกาสชนะเรามีน้อย ต่อให้โอกาสทำกำไรมากแค่ไหนก็ไม่ช่วยอะไรเลย เพราะทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องใช้ควบคู่กันไป ที่สำคัญอย่าใช้อารมณ์ในการเล่น เพียงเท่านี้การทำเงินจากการเล่น BlackJack ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วล่ะครับ

Categories
สูตร BlackJack เกมไพ่ BlackJack

The Knock Out สูตร BlackJack ล้มเจ้าที่ไม่ควรพลาด

The Knock Out สูตร BlackJack ล้มเจ้าที่ไม่ควรพลาด

( The Knock Out สูตร BlackJack ล้มเจ้าที่ไม่ควรพลาด )เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของไพ่ แบล็คแจ็ค ไม่ได้มีแค่ความง่ายในการเล่นเท่านั้น แต่มันเหมือนเป็นเกมที่เราต้องแข่งกับตัวเองด้วยว่าระหว่างดวงกับฝีมือของเราอะไรมันจะเหนือกว่ากัน เพราะรูปแบบการเล่นแทบจะเรียกได้ว่ามันเป็นเกมที่เน้นกึ่งดวง คือช่วงแรกเราต้องลุ้นว่าจะได้ไพ่ไหนมาไว้ในมือ จากนั้นถึงค่อยใช้ฝีมือในการเล่นเพื่อเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ แต่รู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วมันมีสิ่งที่เรียกว่า The Knock Out System อยู่ ว่ากันว่ามันสามารถใช้ล้มเจ้ามือได้ง่าย ๆ และยังเอาไปใช้เอาชนะคู่แข่งใน BlackJack Tournament ได้อีกด้วย ว่าแต่มันเป็นยังไงไปดูกันเลยครับ

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน สูตร BlackJack 1326 กลยุทธ์ทุนต่ำกำไรสูง

Hole Cardingคืออะไร

The Knock Out System คืออะไร สำคัญแค่ไหน

ในเกมไพ่ แบล็คแจ็ค หากเป็นการเล่นทั่วไปเราก็แค่สู้กับเจ้ามือเท่านั้น โดยใช้ไพ่แค่สำรับเดียว ลำพังแค่กลยุทธ์การนับไพ่จึงไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร แต่พอเป็นการเล่นใน คาสิโนออนไลน์ เราจะต้องเจอกับไพ่ที่มากถึง 6-8 สำรับ ซึ่งเทคนิคการนับไพ่จะทำได้ยากขึ้นจนแทบจะทำให้เราเสียสมาธิในการเล่นเลยก็ว่าได้ แล้วยิ่งถ้าเป็นเกมที่ต้องสู้กับคู่แข่งด้วยกันอีกยิ่งเพิ่มแรงกดดัน ทำให้โอกาสชนะมีน้อยเข้าไปอีก หากเราไม่รู้กลยุทธ์อื่นเลย

แต่ The Knock Out System พูดได้เต็มปากเลยว่ามันคือกลยุทธ์ที่ Fuchs และ Vancura ช่วยกันพัฒนามาเพื่อนักนับไพ่โดยแท้ ซึ่งแก่นของกลยุทธ์นี้ก็คือการนับไพ่ โดยใช้ข้อมูลจากไพ่ทุกใบที่เรามองเห็นบนโต๊ะ แล้วมาคำนวณด้วยค่าบวกลบ ซึ่งสูตร KO BlackJack จะมีการกำหนดไพ่ไว้ดังนี้

  1. ไพ่หน้า 2, 3, 4, 5, 5, 7 ทุกดอกจะมีค่าเท่ากับ 1
  2. ไพ่หน้า A, 10, J, Q, K ทุกดอกจะมีค่าเท่ากับ -1
  3. ไพ่หน้า 8, 9 ทุกดอกมีค่าเท่ากับ 0

ยกตัวอย่างเช่น บนโต๊ะเรามีผู้เล่น 2 คน กับเจ้ามืออีก 1 รวมแล้วไพ่ที่จะถูกแจกออกไปจะมีทั้งหมด 6 ใบ สมมติว่าเราได้หน้า 4 กับ 3 ส่วนอีกคนได้หน้า J กับ 9 ส่วนเจ้ามือเราจะมองเห็นแค่ไพ่ใบแรก ซึ่งตอนนี้คือไพ่ 7 ส่วนอีกใบคือ Hole Card ของเจ้ามือ เมื่อเราทำการนับไพ่ตามค่าที่กำหนดไว้ข้างต้นก็จะได้ 1 + 1 + (-1) + 0 + 1 = 2

และจากไพ่ในมือตอนนี้เรามีแต้มอยู่ 7 แต้ม ทำให้ตอนนี้เราสามารถจั่วไพ่เพิ่ม หรือจะเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่าก็ได้ แต่เนื่องจากผลลัพธ์เป็นบวก เป็นไปได้ว่าไพ่ที่เหลือในสำรับจะยังมีไพ่ A, 10, J, Q, K ที่จะช่วยให้เราเข้าใกล้ 21 แต้มมากขึ้น

กลับกันถ้าเราได้ไพ่หน้า A กับ 6 อีกคนได้ J กับ K ส่วนเจ้ามือเราเห็นไพ่ใบแรกเป็น 7 และอีกใบที่คว่ำอยู่ไม่รู้ว่าเป็นหน้าอะไร จากข้อมูลตรงนี้เราจะคำนวณค่าไพ่ออกมาเป็น (-1) + 1 + (-1) + (-1) + 1 = -1 จากไพ่ในมือเราตอนนี้ควรจะ Stand ไว้ เพื่อดูไพ่อีกใบของเจ้ามือ เนื่องจากมีโอกาสมากที่เจ้ามือจะชนะ และเมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็นค่าลบ เท่ากับว่าไพ่ที่เหลือในสำรับอาจเหลือแค่ไพ่ 2, 3, 4, 5, 6, 7 ซึ่งไม่คุ้มที่จะ Hit หรือ Double Down ในสถานการณ์เช่นนี้หากเราโชคร้าย Hit ติดไพ่เกิน 5 แต้มขึ้นมามีโอกาสแพ้ทันที และเจ้ามือก็มีโอกาสที่จะได้ไพ่แต้มที่ดีกว่าเราอีกด้วย

ไพ่แบล็คแจ็คสิ่งที่ควรทำและห้ามทำ

จากตัวอย่างข้างต้นเป็นการใช้เทคนิค The Knock Out System สำหรับไพ่ 1 สำรับเท่านั้น แต่เนื่องจากในการเล่น คาสิโนออนไลน์ ที่มีการใช้ไพ่หลายสำรับ แตกต่างกันไปตามประเภทของไพ่ แบล็คแจ็ค ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดค่าเริ่มต้นเสียใหม่ เพื่อให้เกิดความบาลานซ์ของไพ่ เวลานับไพ่จะได้เกิดความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด ซึ่งจำนวนสำรับไพ่จะมีความสัมพันธ์กับค่าตั้งต้นดังนี้

  • เมื่อใช้ไพ่ 1 สำรับ ค่าตั้งต้นจะเท่ากับ 0
  • เมื่อใช้ไพ่ 2 สำรับ ค่าตั้งต้นจะเท่ากับ -4
  • เมื่อใช้ไพ่ 6 สำรับ ค่าตั้งต้นจะเท่ากับ -20
  • เมื่อใช้ไพ่ 8 สำรับ ค่าตั้งต้นจะเท่ากับ -28

ทีนี้เรามาดูกันครับว่าในกรณีที่เราเล่นไพ่ 2 สำรับ จะต้องคำนวณอย่างไร

สมมติว่าตอนนี้เราได้ไพ่ 4 กับ 8 ผู้เล่นคนที่ 2 ได้ไพ่ J กับ 9 ผู้เล่นคนที่ 3 ได้ไพ่ A กับ 5 ผู้เล่นคนที่ 4 ได้ไพ่ 7 กับ 9 ผู้เล่นคนที่ 5 ได้ไพ่ K กับ Q ผู้เล่นคนที่ 6 ได้ไพ่ 2 กับ 8 ส่วนเจ้ามือหงายไพ่ 7 เอาไว้ โดยมี Hole Card อีกหนึ่งใบ เมื่อเอาหน้าไพ่ที่มองเห็นมาคำนวณจะได้ 1 + 0 + (-1) + 0 + (-1) + 1 + 1 + 0 + (-1) + (-1) + 1 + 0 + 1 = 1 บวกกับค่าตั้งต้นคือ -4 ก็จะได้เป็น -3 เท่ากับว่าตอนนี้เจ้ามือมีโอกาสที่จะชนะอยู่มาก ยิ่งผลเป็นลบทำให้เราคาดเดาได้ว่าไพ่ที่เหลือในสำรับจะเป็นพวกไพ่แต้มน้อยเช่น 2, 3, 4, 5, 6, 7 เสียมากกว่า จึงไม่เหมาะที่จะทำ Double Down แต่จะลุ้นด้วยการ Hit สู้ดูก็ได้ เพราะตอนนี้เรามีอยู่ 12 แต้ม หาก Hit ติด 7 ก็ขยับไป 19 แต้มแล้ว เว้นแต่ว่าจะโชคร้ายไปติดพวกไพ่ 10 แต้ม ก็จะแพ้เพราะแต้มเกินแค่นั้นเอง

ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่าถ้าเราพอจะมีพื้นฐานการนับไพ่มาบ้างแล้ว สูตร The Knock Out System จะช่วยให้เรามีโอกาสเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ มากยิ่งขึ้น ถึงอย่างนั้นการวางแผนการเงินและใช้สูตรเดินเงินก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะช่วยให้เราทำกำไรจากการเล่น แบล็คแจ็ค ได้มากขึ้น พยายามเอาทุนที่มีแบ่งเป็นหน่วยลงทุนให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเล็กได้ เพราะถ้าหน่วยเดิมพันใหญ่มันจะมีปัญหาเวลาเราทบแล้วไปชนเพดานเดิมพัน ทำให้เราไม่สามารถใช้สูตรเดินเงินนั้นได้ สุดท้ายกลายเป็นขาดทุนและถังแตกในที่สุด

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน เล่น BlackJack Online ปลอดภัยจริงหรือ

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

เปลี่ยนไก่ให้เป็นเซียน BlackJack ง่าย ๆ แค่ 3 เทคนิคนี้

3 เทคนิคให้เป็นเซียน BlackJack ง่าย ๆ

( 3 เทคนิคให้เป็นเซียน BlackJack ง่าย ๆ )ถ้าจะให้พูดถึงเทคนิคการเล่น แบล็คแจ็ค ผมว่าชีวิตนี้เราคงพูดกันไม่จบแน่ แม้ว่าผิวเผินมันจะดูเหมือนเป็นเกมพนันที่แสนง่าย กลยุทธ์ที่ใช้ก็มีไม่กี่อย่าง แต่เชื่อหรือไม่ว่าพอเอาเข้าจริง ๆ BlackJack กลายเป็นเกมพนันที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องของสูตรการเล่น หรือกลยุทธ์ไม่ด้อยไปกว่าไพ่ใหญ่ ๆ อย่าง โป๊กเกอร์ เลย ยิ่งใครที่เล่นเก่ง ๆ ก็สามารถสร้างเทคนิคเฉพาะตัวขึ้นมาได้อีก แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่และไม่อยากเป็นไก่ให้เจ้า(มือ) กินล่ะก็ ลอง 3 เทคนิคนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าคนธรรมดาอย่างเราก็สามารถเป็นเซียนพนันกับเขาได้เหมือนกัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน BlackJack American Style Vs European Style อันไหนน่าเล่นกว่ากัน

เกมไพ่ BlackJack

เทคนิคพื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อนเล่น BlackJack

คนส่วนใหญ่มักจะไปให้ความสำคัญในเรื่องการทำแต้มให้ได้ใกล้เคียงกับ 21 แต้มให้มากที่สุด แต่กลับลืมมองไปว่าต้องทำอย่างไรถึงจะให้ได้แต้มอย่างที่ต้องการ หากใครที่เล่นไพ่ 21 มานานจะเข้าใจว่าไพ่สองใบแรกที่เราและเจ้ามือได้คือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เรามีโอกาสแพ้หรือชนะในตานั้น ๆ ซึ่งไพ่ที่ได้รับจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ Hard Hand, Soft Hand และไพ่คู่ โดยไพ่แต่ละชนิดก็จะมีเทคนิคการเล่นที่แตกต่างกันไป

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกัน

วิธีเล่น BlackJack ด้วยไพ่ Hard Hand

ขึ้นชื่อว่า Hard Hand ก็แสดงว่าเป็นมือที่เล่นยากอยู่แล้ว เพราะว่าไพ่สองใบแรกที่เราได้รับจะไม่มีไพ่ A (Ace) อยู่เลย และเมื่อใดก็ตามที่ในมือเราไม่มีไพ่ A และก็ไม่ใช่ไพ่คู่ ให้เล่นตามสเต็ปนี้ได้เลย

  1. หากแต้มรวมได้ไม่เกิน 8 แต้ม ให้ Hit เสมอ
  2. หากแต้มรวมได้ 9 แต้ม และไพ่หงายของเจ้ามืออยู่ระหว่าง 3-6 แต้ม ให้เพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า เนื่องจากเรามีโอกาสที่จะได้ไพ่ 10 แต้ม และชนะด้วยแต้มรวม 19 แต้ม
  3. หากแต้มรวมได้ 10 แต้ม แล้วไพ่หงายของเจ้ามือเป็น 2-9 แต้ม ให้ Double Down แต่ถ้าอีกฝ่ายได้แต้มสูงกว่านี้ให้ Hit สู้
  4. ถ้าแต้มรวมของเราได้ 11 แต้ม แล้วไพ่หงายของเจ้ามือมีอยู่ 2-10 แต้ม ให้ Double Down แต่ถ้านอกเหนือจากนี้ให้ Hit ไปเรื่อย ๆ
  5. หากรวมแต้มแล้วได้ 12 แต้ม ให้ Hit ทันที แต่ถ้าอีกฝ่ายได้แต้มไพ่ใบแรกที่ 4-6 แต้ม ให้ Stand เพราะมีโอกาสมากที่เจ้ามือจะ Hit จนแต้มเกิน 21 แต้ม
  6. หากแต้มของเรารวมแล้วได้ 13-16 แต้ม แล้วเจ้ามือได้ 2-6 แต้ม ให้ Stand ไว้ก่อน แต่ถ้าเจ้ามือได้แต้มมากกว่านี้ก็ให้ Hit
  7. ถ้าเรารวมแต้มแล้วได้ 17-21 แต้มให้ Stand ไม่ต้องสนว่าอีกฝ่ายจะได้แต้มแค่ไหน เพราะเรามีโอกาสชนะมากว่า 90% ไปแล้ว

วิธีเล่น BlackJack ให้ชนะพร้อมอัตราจ่ายที่ต้องรู้

วิธีเล่น BlackJack ด้วยไพ่ Soft Hand

สำหรับไพ่ Soft Hand สังเกตง่าย ๆ ก็คือการที่เรามีไพ่ A อยู่ในมือ 1 ใบ เมื่อใดก็ตามที่มีไพ่แบบนี้แล้วก็ให้เริ่มเล่นตามขั้นตอนต่อไปนี้เลยครับ

  1. ถ้ารวมแต้มแล้วได้ 13-14 แต้ม ให้ Hit สู้ แต่ถ้าไพ่หงายของเจ้ามือคือ 5-6 แต้ม ให้ Double Down แทน เนื่องจากมีโอกาสมากที่อีกฝ่ายจะทำแต้มเกิน 21 แต้ม
  2. หากรวมแต้มแล้วได้ 15-16 แต้ม ให้ Hit ไปก่อน ยกเว้นเวลาที่ไพ่หงายของเจ้ามือออกมาเป็น 4-6 แต้ม เราจะ Double Down ด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้อที่ 1
  3. หากแต้มรวมของเราคือ 17 แต้ม ให้ Hit ได้ทันที แต่ถ้าไพ่หงายของเจ้ามือเป็น 3-6 แต้ม ให้ Double Down เพราะอีกฝ่ายมีโอกาส Hit เกิน 21 แต้ม
  4. หากเรารวมแต้มแล้วได้ 18 แต้ม ขณะที่เจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็น 2, 7 หรือ 8 ให้เรา Stand ไปก่อน แต่ถ้าได้ 3-6 แต้ม ให้ Double Down แล้ว Hit อีกหนึ่งใบ แต่ถ้าเจ้ามือถือไพ่ใบแรกเป็น 9 ให้เรา Hit แทน
  5. ถ้าฝั่งเรารวมแต้มแล้วได้ 19-21 แต้ม ให้ Stand เท่านั้น เพราะตอนนี้เรามีโอกาสชนะมากกว่า 90% แล้ว

วิธีเล่น  BlackJack ด้วยไพ่คู่

ในการเล่นไพ่คู่จะมีความซับซ้อนกว่า Hard Hand และ Soft Hand เล็กน้อย คือมันจะมีเรื่องของการแยกไพ่ หรือ Split เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ คาสิโนออนไลน์ ด้วยว่าจะตั้งกติกาในการ Split ไว้อย่างไร แต่ในที่นี้ผมจะเขียนกลาง ๆ ไว้ตามกติกามาตรฐานที่ใช้ในการเล่น แบล็คแจ็ค ก็แล้วกันครับ

เมื่อใดก็ตามที่เราได้ไพ่สองใบที่มีแต้มเดียวกัน จะถูกนับว่าเป็นไพ่คู่ทันที หากเราได้ไพ่คู่ก็ให้เล่นตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย

รวมศัพท์เกมไพ่BlackJack

  1. หากได้ไพ่คู่ 22 หรือ 33 แล้วไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น 2-6 แต้ม ให้ Split ออกเป็น 2 มือ แต่ถ้าเจ้ามือได้แต้มมากกว่านั้นให้ Hit
  2. หากได้ไพ่คู่ 44 แล้วไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น 5-6 แต้ม ให้ Split แต่ถ้าเจ้ามือได้แต้มตั้งแต่ 7 แต้มขึ้นไปให้ Hit สู้
  3. ถ้าได้ไพ่คู่ 55 ขณะที่ฝั่งเจ้ามือได้ 2-9 แต้มจากไพ่ใบแรก ให้เรา Double Down เพราะอีกฝ่ายมีโอกาสที่จะทำแต้มเกิน 21 แต้ม ยกเว้นเวลาที่เจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็นพวกไพ่ 10 แต้ม หรือไพ่ A กรณีนี้เราจะไม่ Split แต่จะ Hit
  4. เมื่อได้ไพ่คู่ 66 และเจ้ามือหงายไพ่ใบแรกเป็น 2-6 แต้ม ให้เรา Split แต่ถ้าอีกฝ่ายได้ 7 แต้มขึ้นไป ก็ให้ Hit
  5. หากได้ไพ่คู่ 77 เราจะ Split เมื่อไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น 2-7 แต้ม นอกจากนี้เราจะ Hit เท่านั้น
  6. สำหรับไพ่คู่ 88 ต้องดูก่อนว่าเจ้ามือถือแต้ม 2-9 หรือไม่ ถ้าใช่ค่อย Split แต่ถ้าไม่ ก็ Hit เหมือนเดิมตามสูตร
  7. ส่วนไพ่คู่ 99 ให้ Split เมื่อเจ้ามือถือแต้ม 2-6 หรือ 8-9 แต้มเท่านั้น ส่วนแต้มอื่นให้ Stand เพราะแค่ 18 แต้มในมือก็มากพอที่จะสร้างโอกาสชนะให้กับเราแล้ว
  8. กรณีที่ได้ไพ่คู่ 10 แต้ม (1010, JJ, QQ, KK) เราจะไม่สนใจไพ่ของเจ้ามือ ในเมื่อมีอยู่ 20 แต้มแล้ว แค่ Stand ก็พอ
  9. เมื่อใดก็ตามที่ได้ไพ่คู่ AA จำไว้ว่าต้อง Split เสมอ เพื่อลดโอกาส Hit แล้วแต้มเกิน 21 แต้ม แต่ตามกฎทั่วไปถ้าได้ไพ่คู่นี้จะถูกบังคับให้แยกเช่นเดียวกับไพ่คู่ 88

ก่อนจากกันเพื่อความเข้าใจง่ายใน 3 เทคนิค BlackJack ที่เอามาฝากกัน ผมจะทำเป็นตารางข้อมูลทิ้งไว้ เผื่อใครที่อ่านแล้วคิดตามไม่ไหวหรือจำไม่หมด แค่เปิดตารางนี้แล้วเล่นไปก็ได้แล้วครับ และมันจะสะดวกมากหากเป็นการเล่นใน คาสิโนออนไลน์

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

4 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

4 เทคนิคช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

( 4 เทคนิคช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น ) แม้ว่าสมัยนี้เราจะสามารถหาเล่น แบล็คแจ็ค ได้ง่าย ๆ ตาม คาสิโนออนไลน์ แต่ส่วนใหญ่แล้วพื้นฐานการเล่นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ทั้งในเรื่องของวิธีเล่น กติกาต่าง ๆ นอกจากนี้ก็มีแค่ดวงที่ต้องพกไป กับเทคนิคที่จะใช้ในการเล่น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกจากโต๊ะไวก่อนกำหนด ซึ่งเทคนิคเหล่านี้แต่ละคนก็จะมีวิธีเล่นที่แตกต่างกันไปตามสไตล์ตัวเอง ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่นยังไง ลองศึกษา 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้นนี้ก่อน และจะรู้ว่ามันไม่ได้ยากเกินไปเลย

ก่อนที่จะเข้าสู่เทคนิคการเล่น สิ่งที่ผู้เล่นต้องเข้าใจก่อนลงสนามจริงก็คือการตัดสินใจเล่นด้วยตัวเลือกต่าง ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งหลังจากที่เราได้รับแจกไพ่จากเจ้ามือมาทั้ง 2 ใบแล้ว เราจะต้องตัดสินใจว่าจะเล่นด้วยตัวเลือกไหนบ้าง ก่อนที่เจ้ามือจะทำการหงายไพ่หรือเรียกไพ่เพิ่ม เพื่อสู้กับเรา

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

เพิ่มโอกาสชนะ BlackJack ง่าย ๆ

Stand : หลังจากที่ดูไพ่ในมือแล้ว หากว่าเราพอใจกับแต้มที่มีอยู่ในมือ เจ้ามือจะถามเราว่าต้องการเรียกไพ่เพิ่มหรือไม่ เราสามารถปฏิเสธได้ หรือถ้าเป็นการเล่นผ่าน คาสิโนออนไลน์ ก็กดไปที่ปุ่ม Stand จากนั้นก็ลุ้นเอาว่าเรากับเจ้ามือใครจะได้แต้มมากกว่ากัน

Hit : เป็นการขอไพ่เพิ่มจากเจ้ามือ เนื่องจากเราดูแต้มในมือแล้วคิดว่ามันยากที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้ หรือแต้มมันดูน้อยไป ตรงนี้เราสามารถกด Hit เพื่อรับไพ่เพิ่ม โดยมีเป้าหมายให้แต้มรวมใกล้เคียงกับ 21 แต้มให้มากที่สุด

Double Down : เป็นการเพิ่มเดิมพันเป็นเท่าตัว เมื่อเราคิดว่าจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ด้วยไพ่สองใบนี้ หรือหลังจากเรียกไพ่เพิ่มอีกใบก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ก็คือหลังจากเพิ่มเงินเดิมพันไปแล้วจะเรียกไพ่ได้แค่ใบเดียวเท่านั้น

Split : คือการแบ่งไพ่ออกเป็น 2 กอง จะทำได้ก็ต่อเมื่อเราได้รับไพ่คู่เท่านั้น คาสิโนออนไลน์ บางแห่งก็อนุญาตให้เราสามารถ Split ได้มากถึง 3-4 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะทำได้แค่ครั้งเดียว

Insurance : ทันทีที่ไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A เจ้ามือจะถามผู้เล่นว่าต้องการวางประกันเดิมพันหรือไม่ ซึ่งเลินประกันนี้จะเป็นการประกันในกรณีที่เจ้ามือติดไพ่ แบล็คแจ็ค ด้วย Hole Card ซึ่งจะทำให้เจ้ามือชนะในทันที หากต้องการทำประกันเดิมพันจะต้องวางเดิมพันเป็นครึ่งหนึ่งของเดิมพันที่วางไว้ก่อนหน้านี้

Surrender : เป็นการยอมแพ้หากเราคิดว่าโอกาสที่จะเอาชนะเจ้ามือนั้นมีน้อยเกินไป ซึ่งการยอมแพ้จะทำให้เราได้รับเดิมพันคืนมาเพียงแค่ครึ่งหนึ่งจากเงินเดิมพันที่วางลงไป

ทีนี้เราจะมาดูกันครับว่ามี 4 เทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราไม่ต้องรีบแพ้ตั้งแต่ต้นเกม

 เทคนิคช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

4 เทคนิคที่จะช่วยให้เล่น BlackJack ได้นานขึ้น

  1. รู้จังหวะ Hit และ Stand

เป้าหมายสำคัญในการเล่น แบล็คแจ็ค ไม่ได้อยู่ที่การทำแต้มให้ได้ 21 แต้ม แต่เป็นการเอาชนะเจ้ามือให้ได้ด้วยแต้มที่เหนือกว่า ดังนั้นทันทีที่ได้รับไพ่มาจะต้องดูก่อนว่าแต้มรวมเป็นอย่างไร หากอยู่ระหว่าง 0-11 แต้ม ให้ Hit แต่ถ้าอยู่ระหว่าง 12-15 ให้ดูก่อนว่าไพ่หงายของเจ้ามือเป็นแต้มสูงหรือต่ำ หากเป็นไพ่ต่ำที่มีแต้มระหว่าง 2-6 เท่ากับว่าอีกฝ่ายมีโอกาสจะทำแต้มเกิน 21 เนื่องจากต้อง Hit ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้มากกว่า 17 แต้ม ตรงนี้ให้เรา Stand แต่ถ้าเป็นไพ่สูง 7-10 แต้ม ก็มีโอกาสที่เราจะแพ้ให้เจ้ามือ

หลักการจำก็ง่าย ๆ คือ ถ้าไพ่ในมือต่ำกว่า 11 แต้มให้ Hit ถ้ามากกว่า 16 ให้ Stand นอกจากนั้นให้ดูไพ่หงายของเจ้ามือประกอบไปด้วย

  1. รู้ว่าควร Insurance ตอนไหน

Insurance หรือการประกันเดิมพันเป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับผู้เล่นที่นับไพ่ไม่เป็น หรือไม่มีการใช้เทคนิคใด ๆ ในการเล่น เงื่อนไขสำคัญของฝั่งเราก็คือไพ่ในมือต้องไม่มีโอกาสติด 21 แต้ม เพราะถ้าเรามีโอกาสชนะเจ้ามือด้วยแต้มที่เหนือกว่า หรือว่าชนะด้วย 21 แต้มได้ การวางประกันเดิมพันก็ไม่ต่างจากการเอาเงินไปทิ้ง เพราะเราต้องวางเงินประกันเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเดิมพัน และถ้าชนะจะได้รับเงินเพียงครึ่งเดียว ดังนั้นหากแต้มต่ำกว่า 16 ก็ให้ทำ Insurance จะดีกว่า

  1. เมื่อมีโอกาสไม่ควรพลาด Double Down

การเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราได้กำไรมากขึ้น แต่มันก็มีเงื่อนไขในการทำ Double Down อยู่เหมือนกัน หากไพ่ฝั่งเจ้ามือเป็นไพ่ต่ำที่มีแค่ 2-6 แต้ม เป็นเป็นโอกาสดีที่จะอัดเดิมพันเข้าไป แต่ถ้าเป็นไพ่สูงอย่าง 9-11 แต้ม การเพิ่มเงินเดิมพันจะกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง เพราะเจ้ามืออาจทำแต้มสูงกว่าเดิมได้จากการ Hit นอกจากนี้ตามกฎของ คาสิโนออนไลน์  แล้วหลังจากที่ Double Down เราจะ Hit ได้อีกแค่ใบเดียวเท่านั้น จำไว้ว่าจังหวะที่ดีที่สุดในการ Double Down ก็คือช่วงที่เรามีอยู่ 10-11 แต้ม และเจ้ามือมีแต้มต่ำกว่า 6 นั่นเอง

  1. Split ให้ถูกคู่

การ Split หรือแยกไพ่คู่เป็นอีกเรื่องที่ควรระวังมาก ๆ คาสิโนออนไลน์ บางแห่งเราสามารถแยกไพ่ได้ทุกคู่ แต่ตามกฎมาตรฐานแล้วเราจะแยกได้เฉพาะไพ่คู่ AA และ 88 หลังจากแยกแล้วก็ต้องเพิ่มเงินเดิมพันลงไปในขาที่แยก ซึ่งการ Split จะช่วยให้เรามีโอกาสชนะมากขึ้น หากไพ่ขาหนึ่งแพ้ ก็ยังได้ลุ้นอีกขาที่เหลือ

การแยกไพ่ BlackJack

อย่างไรก็ตามการ Split ก็มีข้อควรระวังคือเมื่อใดก็ตามที่ได้ไพ่คู่ 1010 หรือคู่ 66 ห้ามแยกไพ่เด็ดขาด เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง เนื่องจากไพ่คู่ 1010 มีโอกาสชนะสูงมากจากแต้มรวม 20 แต้ม ส่วนการแยกไพ่คู่ 66 จะกลายเป็นการลดโอกาสชนะของตัวเองให้น้อยลงไปอีกด้วยแต้มไพ่ที่น้อยลง

ไม่ยากเลยใช่ไหมครับกับ 4 เทคนิคที่ผมยกมาแบ่งปันกันในวันนี้ ต่อให้เป็นนักเล่น แบล็คแจ็ค มือใหม่ก็สามารถฝึกตามได้ไม่ยาก แล้วเดี๋ยวนี้เรามีแหล่งลองวิชาที่ทั้งดีและฟรีตาม คาสิโนออนไลน์ อีกด้วย ไม่ต้องห่วงว่าจะเสียเงินเสียเวลาไปกับการฝึก เล่นให้มาก ฝึกให้ชำนาญ แล้วการเล่นในสนามจริงจะไม่ใช่สิ่งน่ากลัวอีกต่อไปครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

BlackJack 10 ประเภทที่มักเจอใน คาสิโนออนไลน์

BlackJack 10 ประเภทที่มักเจอใน คาสิโนออนไลน์

( BlackJack 10 ประเภทที่มักเจอใน คาสิโนออนไลน์ )ถามก่อนว่ามึนกับเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ใน คาสิโนออนไลน์ ไหม บอกได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า มึน!!! ใครที่เริ่มต้นเล่นไพ่ชนิดนี้แรก ๆ ก็คิดว่าง่ายแหละครับ เพราะไพ่ 21 หัวใจสำคัญคือทำไงก็ได้ให้แต้มไม่เกิน 21 แต้มและเอาชนะเจ้ามือให้ได้ หากจะมีกฎอะไรแปลก ๆ เข้ามาก็ไม่ยากเกินไป ส่วนใหญ่ก็แค่เดิมพันข้างแบบพิเศษ ไม่ก็มีการวางประกันเดิมพันไว้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าเกมไพ่ BlackJack จะมีมากมายจนตาลายไปหมด แต่เชื่อไหมว่าเห็นเยอะแบบนี้มันมีแค่ 10 ประเภทเท่านั้น ว่าแต่มีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สูตร BlackJack ล้มโต๊ะ เล่นง่ายสบายกระเป๋า

Classic BlackJack

  1. Classic BlackJack

เริ่มต้นกันที่เกมฮิตที่มีอายุหลายร้อยปีด้วยไพ่ 21 หรือที่เรียกกันว่า คลาสสิค แบล็คแจ็ค เลยก็แล้วกัน แม้ว่าดั้งเดิมจะใช้ไพ่แค่ 1 สำรับ แต่พอถูกจับเข้าไปไว้ใน คาสิโนออนไลน์ เจ้ามือก็ขอเพิ่มความได้เปรียบเข้าไปด้วยไพ่ที่มากถึง 6-8 สำรับแทน โดยผู้เล่นจะต้องแข่งขันกับเจ้ามือ ซึ่งเจ้ามือจะแจกไพ่ให้ผู้เล่นก่อนแล้วค่อยแจกให้ตัวเอง ไพ่ของเจ้ามือจะถูกหงายไว้ให้เรามองเห็นได้แค่ 1 ใบ ส่วนอีกใบที่เรียกว่า Hold Card จะถูกคว่ำไว้ วิธีเอาชนะคือเราต้องติด BlackJack ให้ได้ด้วยไพ่คู่แรก ไม่อย่างนั้นก็ต้องจั่วไพ่เพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้แต้มที่มั่นใจว่าได้มากกว่าเจ้ามือแน่ ๆ แต่ต้องระวังด้วยว่าอย่าให้แต้มรวมของไพ่เกิน 21 แต้ม เพราะเกมนี้เราไม่มีสิทธิทิ้งไพ่ เกินเมื่อไหร่แพ้ได้ทันที ส่วนเจ้ามือก็จะจั่วไพ่เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้แต้มรวมตั้งแต่ 17 แต้มขึ้นไปถึงจะหยุดได้

นอกจากนี้หากไพ่หงายของเจ้ามือเป็น A เราจะสามารถทำประกันเดิมพันหรือที่เรียกว่า Insurance ได้ หรือจะยอมแพ้ด้วยการ Surrender ก็ได้ แต่ต้องทำในช่วงที่มีไพ่แค่สองใบแรกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม Classic BlackJack ถือได้ว่าเป็นรากฐานของ BlackJack ประเภทต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย

  1. Progressive BlackJack

แบล็คแจ็ค ประเภทนี้จะมีวิธีการเล่นเหมือนกับ Classic BlackJack เกือบทุกอย่าง และพบได้ง่ายตาม คาสิโนออนไลน์ แต่มีความแตกต่างตรงที่เราจะได้ลุ้นเงินแจ็คพอตที่ถูกสะสมมาเรื่อย ๆ จากนักพนันที่ร่วมแข่งขัน วิธีการแข่งก็คือเราจะต้องเลือกโต๊ะที่มีการให้เล่นแจ็คพอตเสียก่อน จากนั้นต้องวางเงินที่เรียกว่า Side bet ประมาณ $1 เพื่อเข้าร่วมเล่น Progressive Jackpot ซึ่งมันจะถูกส่งไปสะสมเป็นเงินแจ็คพอต ทั้งนี้ คาสิโนออนไลน์ แต่ละที่จะกำหนดมูลค่าของการวางเงินแจ็คพอตไม่เท่ากัน และการจ่ายก็จะแตกต่างกันไป อาจถูกกำหนดตามมูลค่าไพ่ในมือ

  1. European BlackJack

เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีวิธีการเล่นคล้ายกับ Classic BlackJack ต่างกันที่จำนวนไพ่ที่ใช้ในการเล่น ซึ่งแบบ European จะใช้ไพ่เพียงแค่ 2 สำรับ ไม่ก็ 4 หรือ 6 สำรับ ในการแจกไพ่ผู้เล่นจะได้รับไพ่หงายทั้งสองใบ ส่วนเจ้ามือจะมีไพ่ใบเดียวหงายอยู่บนโต๊ะ จากนั้นผู้เล่นจะต้องเลือกว่าจะเล่นด้วยตัวเลือก Hit, Stand, Double Down, Split โดยขั้นตอนทั้งหมดจะต้องทำให้จบก่อนที่เจ้ามือจะเรียกไพ่ใบที่ 2 หาก Hit มาแล้วติด BlackJack จะถือว่าเจ้ามือชนะทุกกรณี นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับผู้เล่นคือ

  • ผู้เล่นจะ Double Down เมื่อได้แต้ม 9, 10 หรือ 11 เท่านั้น
  • เจ้ามือจะมองเห็นไพ่ใบที่สองได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นหยุดเล่น
  • ไม่มีการ Surrender ทุกกรณีใน European Blackjack
  • ไพ่คู่ AA จะไม่สามารถทำการแยกซ้ำ หรือ Re-Split ได้อีกหลังจากที่โดนแยกมาจากคู่แรกแล้ว
  1. Atlantic City BlackJack

จากบรรพบุรุษ Classic BlackJack มาถึง Atlantic City แม้จะมีกติกาที่คล้ายกัน แต่จำนวนไพ่ก็ยังคงต่างกันคือ Atlantic City จะใช้ไพ่ 8 สำรับ ผู้เล่นและเจ้ามือจะได้รับไพ่ 2 ใบเหมือนกัน แต่เจ้ามือจะสามารถแอบมองไพ่ใบที่คว่ำอยู่ได้ สำหรับเงื่อนไขการ Hit ของเจ้ามือคือจะต้อง Hit ไปจนกว่าจะรวมแต้มได้ไม่น้อยกว่า 17 แต้ม ส่วนผู้เล่นจะสามารถ Split ได้สูงสุด 3 มือ และทำ Late Surrender หรือ Insurance ระหว่างที่เล่นเกมได้ด้วย

  1. Spanish 21

ย้ายมาทางฝั่งสเปนกันบ้าง โดยไพ่ Spanish 21 จะใช้ไพ่ในการเล่นตั้งแต่ 6-8 สำรับ และมีการเอาหน้า 10 ออกจากกองไพ่ ทำให้เหลือไพ่แค่ 48 ใบต่อสำรับ เรียกได้ว่ามีโอกาสที่เสียค่าเสียโอกาสให้กับเจ้ามือมากกว่า แบล็คแจ็ค ประเภทอื่น ๆ ส่วนวิธีการเล่นก็เหมือนกับแบบคลาสสิค เจ้ามือจะสามารถมองไพ่ที่คว่ำอยู่ได้และชนะทันทีที่ได้ BlackJack แต่ถ้าผู้เล่นได้ BlackJack ด้วยก็จะถือว่าเสมอกัน ทั้งนี้ผู้เล่นสามารถ Late Surrender หรือ Insurance ได้ และสามารถ Double Down หลังจาก Surrendering ได้อีกด้วย

Progressive BlackJack

  1. BlackJack Switch

ความพิเศษของไพ่ประเภทนี้คือ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนไพ่ใบใดใบหนึ่งได้ 1 ใบหลังจากที่ได้รับแจกไพ่ 2 ใบจากเจ้ามือ แต่ก็แลกกับอัตราจ่ายที่ต่ำเพียง 1 : 1 เมื่อเทียบกับ แบล็คแจ็ค ทั่วไปที่จ่ายกันที่ 3 : 2 นอกจากนี้หากเจ้ามือติด BlackJack ก็ถือว่าชนะทันทีในกรณีที่ผู้เล่นมีการเปลี่ยนไพ่ แต่ถ้าผู้เล่นได้ BlackJack เหมือนกันโดยที่ไม่เปลี่ยนไพ่ก็จะถือว่าเสมอกัน

  1. Vegas Strip Blackjack

Vegas Strip จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ที่มีชื่อเสียงในอเมริกา ก่อนที่จะแพร่กระจายความนิยมไปทั่วโลก กติกาจะคล้ายกับแบบคลาสสิค แต่ใช้ไพ่เล่นแค่ 4 สำรับ โดยที่เจ้ามือสามารถแอบมอง Hole Card ได้ ส่วนผู้เล่นจะสามารถ Double Down หลังจาก Split ไพ่คู่ AA เท่านั้น และสามารถ Re-Split ได้ 3 ครั้ง

  1. Pontoon

เป็นเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ที่นิยมเล่นกันในฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, มาเลเซีย และสิงคโปร โดยชื่อ Pontoon นอกจากจะใช้เรียกไพ่ BlackJack แล้วยังใช้เรียกการติดไพ่ BlackJack อีกด้วย ส่วนการ Hit จะเรียกว่า Twist ส่วน Stand จะใช้คำว่า Stick ในส่วนของกติกาการเล่นจะมีความใกล้เคียงกับ Spanish 21 มากที่สุด คือเอาไพ่หน้า 10 ออกจากสำรับ นอกจากนี้ยังไม่มีการแจก Hole Card ให้กับเจ้ามือจนกว่าผู้เล่นจะเล่นเสร็จ

  1. Live BlackJack

เป็นการเล่นผ่านระบบออนไลน์ หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า คาสิโนสด โดยผู้เล่นจะเล่นผ่านการถ่ายทอดสดและสามารถวางเดิมพันด้วยการกดปุ่มควบคุมการเล่น ซึ่งเราจะสามารถเลือกประเภทของ แบล็คแจ็ค ได้ว่าต้องการเล่นแบบไหน นอกจากนี้ คาสิโนออนไลน์ หลายที่ก็มีให้เราได้ทดลองเล่นฟรีกันก่อนด้วย เพื่อที่จะได้ใช้ฝึกมือก่อนลงสนามจริง

  1. Super Fun 21 BlackJack

ประเภทสุดท้ายนี้แทบจะเรียกได้ว่ามันคือ แบล็คแจ็ค ภาคพิสดารของแท้ เพราะ Super Fun 21 เราจะได้รับไพ่ 2 ใบเช่นเดียวกับเจ้ามือ แต่เราจะมีโอกาสแอบมอง Hole Card ความพิเศษของ Super Fun 21 ก็คือหากเรามีไพ่ในมือเท่ากับ 6 ใบหรือมากกว่านี้ และมีแต้ม 20 หรือ 21 เราจะชนะเจ้ามือทันทีแม้ว่าอีกฝ่ายจะติด BlackJack ไปแล้วก็ตาม

Live BlackJack

นอกจากนี้เรายังสามารถ Split ได้มากถึง 4 ครั้ง จะทำ Double Down ตอนไหนยังไงก็ได้ ไม่มีการกำหนดว่าต้องมีไพ่กี่ใบถึงจะเพิ่มเดิมพันได้ แถมยังสามารถเพิ่มเงินเป็นสองเท่าในขณะที่มีไพ่ 5 ใบอยู่ในมือได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ แบล็คแจ็ค ทั้ง 10 ประเภทที่เราจะได้เห็นกันใน คาสิโนออนไลน์ ถึงจะดูเยอะแยะมากมาย แต่ถ้ามีพื้นฐานจาก Classic BlackJack แล้วล่ะก็สามารถเอามาต่อยอดได้ทุกประเภท จะมีที่ต้องทำการบ้านกันเหนื่อยหน่อยก็ตรง Super Fun 21 ที่ค่อนข้างแหวกแนว อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการเล่นรูปแบบไหน ประเภทใด จำไว้กว่ากลยุทธ์ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพียงเท่านี้เงินรางวัลก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน วิธีเล่น BlackJack ให้ชนะพร้อมอัตราจ่ายที่ต้องรู้

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน

BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน

( BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน )รู้หรือไม่ครับว่านอกจากโป๊กเกอร์แล้ว แบล็คแจ็ค ก็เป็นอีกหนึ่งเกมพนันที่มีการแข่งขันในรูปแบบทัวร์นาเม้นต์เหมือนกัน โดยเขาเริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2002 กันแล้ว และเงินรางวัลที่ได้จากการแข่งขันแทบจะเรียกได้ว่าพลิกชีวิตกันเลยทีเดียว จึงทำให้ BlackJack Tournament เป็นเสมือนสังเวียนของนักเล่นไพ่ 21 วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกันครับว่าเขาเล่นกันยังไง ต่างจากที่เราเล่นตาม คาสิโนออนไลน์ ตรงไหนบ้าง

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ BlackJack American Style เล่นอย่างไรมาดูกัน

แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ คืออะไร

สำหรับ แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ เป็นการแข่งขันกันที่เต็มไปด้วยนักเดิมพัน BlackJack ระดับโลกมากมาย ทั้งผู้เล่นที่เป็นระดับตำนาน นักพัฒนาสูตรการเล่น นักกลยุทธ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีผู้เล่นทั่ว ๆ ไปที่อยากจะสัมผัสบรรยากาศแห่งความกดดันในการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ ซึ่งกว่าจะเข้าไปแข่งขันได้ผู้เล่นจำเป็นต้องศึกษาวิธีการเข้าร่วมเดิมพัน รายละเอียดต่าง ๆ รวมไปถึงกลยุทธ์ที่จะเอาไปใช้ ถ้าใครเตรียมตัวมาไม่ดีบอกเลยว่าตายตั้งแต่โต๊ะแรกแน่ เสียทั้งเดิมพันเสียทั้งค่าสมัครแบบไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย

การเล่นแบบทัวร์นาเม้นต์ถ้าจะให้เข้าใจง่ายมันคือการแข่งแบบแพ้คัดออก คนที่ชนะก็จะมีสิทธิในการเล่นรอบต่อไป ยิ่งรอบลึกเงินรางวัลก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

BlackJack Tournament คืออะไร

ความแตกต่างระหว่าง BlackJack ทั่วไปกับ BlackJack Tournament

หากเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดแล้วล่ะก็ เราพอจะแบ่งแยกความแตกต่างระหว่าง แบล็คแจ็ค ทั้งสองประเภทได้ดังนี้

  1. การสู้กันถ้าเป็นแบบทั่วไปจะเป็นการสู้กับเจ้ามือเท่านั้น แต่ถ้าเป็นทัวร์นาเม้นต์เราจะต้องสู้กับผู้เล่นคนอื่นในโต๊ะด้วย
  2. เป้าหมายในการเล่นแบบทั่วไปคือเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะ ส่วนทัวร์นาเม้นต์จะชนะด้วยการสะสมชิปเดิมพันให้มากกว่าคู่แข่งคนอื่น แม้ชิปที่ได้รับจะน้อยกว่าชิปเดิมพันเริ่มต้นของเราเองก็ตาม
  3. การแข่งขันแบบทัวร์นาเม้นต์ เราจะมีโอกาสชนะเงินเดิมพันจำนวนมากหากเป็นการแข่งในระดับใหญ่ ๆ พร้อมกับโบนัสต่าง ๆ ซึ่งไม่มีในการเล่น แบล็คแจ็ค แบบทั่วไป
  4. ผู้เล่นจะต้อง Buy-in ชิปพร้อมกับจ่ายค่าธรรมเนียมในการเล่นทัวร์นาเม้นต์ และจะมีการกำหนดการขาดทุนขั้นต่ำไว้ แต่การเล่นในแบบทั่วไปตาม คาสิโนออนไลน์ จะมีการกำหนดเงินขาดทุนขั้นต่ำ เพราะไม่มีการจำกัดเงินเดิมพันทั้งหมด
  5. ในแง่ของการใช้กลยุทธ์หากเป็นการเล่นแบบทั่วไปแค่การนับไพ่ หรือกลยุทธ์พื้นฐานไม่กี่อย่างก็เพียงพอแล้ว ต่างจากทัวร์นาเม้นต์ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเรื่อย ๆ
  6. ในการพัฒนาไพ่ของตัวเองเราจะสามารถใช้วิธีการนับไพ่และดูไพ่ได้ในการเล่นแบบทั่วไป ถ้าเป็นการเล่นระดับทัวร์นาเม้นต์ กลยุทธ์ของผู้เล่นคนอื่นก็มีผลต่อการพัฒนาไพ่ในมือเราเช่นกัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ รวมศัพท์ต้องรู้และวิธีดูแต้มไพ่ BlackJack

ขั้นตอนการแข่งขัน BlackJack Tournament

ในการแข่งขันรูปแบบนี้ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำการ Buy-in หรือก็คือเอาเงินเดิมพันไปแลกชิปเพื่อเข้าร่วมรายการตามที่ผู้จัดได้กำหนดไว้ ซึ่งเงิน Buy-in จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ Prize Pool ซึ่งเป็นเงินรางวัลที่จะจ่าย และอีกส่วนจะเป็นค่าดำเนินการให้กับคาสิโนที่จัดการแข่งขัน

ยกตัวอย่างเช่น Tournament กำหนดให้ Buy-in = $50+$2 กำหนดโควตาไว้แค่ 300 คนสำหรับรายการนี้ เงินรางวัลสำหรับผู้ชนะคือ ($50 x 300) = $15,000 ส่วนผู้จัดงานหรือคาสิโนจะได้รับค่าดำเนินการ ($2 x 300) = $6,000

ในเรื่องของเงินรางวัลก็ยังมีอยู่สองแบบคือกำหนดชัดเจนไปเลย กับแบบการันตีเงินรางวัลขั้นต่ำ ซึ่งผู้ชนะมีโอกาสที่จะได้รับเงินรางวัลมากกว่าที่ผู้จัดการันตีเอาไว้ อย่างไรก็ตามหากมีผู้เข้าแข่งขัน แบล็คแจ็ค ไม่เต็มจำนวน ทางคาสิโนก็ต้องเป็นผู้ออกส่วนต่างที่ขาดอยู่ทั้งหมดตามเงินรางวัลที่ได้กำหนดไว้

BlackJack Tournament

การแข่งขัน BlackJack Tournament มีกี่แบบ

โดยทั่วไปแล้วการแข่งขันแบบทัวร์นาเม้นต์จะแบ่งออกเป็น 4 แบบด้วยกันคือ

  1. Elimination

การแข่งขันรูปแบบนี้จะเป็นลักษณะแพ้คัดออก ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งกันเป็นรอบ ๆ ผู้ชนะในแต่ละโต๊ะจะมีสิทธิเข้าไปเล่นในรอบถัดไปด้วยชิปที่เหลืออยู่ และในรอบสุดท้ายจะเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 1-3 คน ในการแข่งขัน แบล็คแจ็ค บางรายการผู้ที่แพ้สามารถกลับเข้ามาเล่นใหม่ได้ด้วยการ Rebuy ตามกฎและช่วงเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น สำหรับกฎมาตรฐานของ Elimination มีดังนี้

  • ในหนึ่งโต๊ะจะมีผู้เล่นได้ 6 คน
  • ผู้ชนะ 2 คนในโต๊ะจะมีสิทธิเข้าไปเล่นในรอบต่อไป
  • ในแต่ละรอบจะจำกัดการเล่นไว้ที่ 8, 16, 25 และ 30 ตาเท่านั้น
  • ผู้ชนะคือผู้เล่นที่ได้รับชิปมากที่สุดภายใน 30 ตาเดิมพัน
  1. Leader Board

เป็นการแข่งขันแบบไม่มีการวัดจำนวนรอบการแข่งขัน ผู้เล่นสามารถเล่นที่โต๊ะใดโต๊ะหนึ่งได้จนกว่าการแข่งขันจะสิ้นสุด เป้าหมายของการเล่นคือจะต้องสะสมชิปให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะไต่อันดับบนบอร์ดซึ่งจะเรียงลำดับจากผู้เล่นที่ได้ชิปจากการเล่นมากที่สุดไปหาน้อยสุด ซึ่งผู้เล่นจะสามารถเช็คอันดับของตัวเองได้จากบอร์ดที่ประกาศเท่านั้น

เมื่อผู้เล่นเหลือน้อยลง กรรมการจะประกาศรอบสุดท้ายของการเล่น โดยในรอบนี้ผู้เล่นที่มีชิปตามจำนวนที่กำหนดเท่านั้นที่จะได้สิทธิเล่น ส่วนมากจะเป็นอันดับที่ 1-5 ของบอร์ด จากนั้นผู้เล่นที่มีชิปมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน

  1. Mini & Major

ปกติแล้วตามบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ จะมีการจัดการแข่งขัน มินิ แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ เป็นประจำทุกอาทิตย์ ส่วนค่าธรรมเนียมเข้าร่วมแข่งขันหรือ Buy-in จะอยู่ประมาณ $25 ไม่เกินนี้ สำหรับเวลาที่ใช้เล่นก็ไม่เกินหนึ่งวัน การันตีเงินรางวัลไม่เกิน $2,000 โดยประมาณ

ส่วนระดับ เมเจอร์ จะใช้เวลาในการแข่งมากกว่า 1 วัน ส่วนใหญ่จะอยู่ราว ๆ 1 สัปดาห์ และส่วนมากมักจะจัดกันที่บ่อนคาสิโนเป็นหลัก มีค่า Buy-in ที่สูงกว่า Mini BlackJack Tournament แต่ก็แลกกับการการันตีเงินรางวัลที่มากถึง 6-7 หลัก นอกจากนี้ผู้เข้าแข่งขันยังจะได้รับโปรโมชั่นต่าง ๆ จากผู้จัดไม่ว่าจะเป็นที่พักฟรี ส่วนลดที่พัก บัตรกำนัล บัตรรับประทานอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย

  1. Sit & Go’s

ถือได้ว่าเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่ง่าย ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมการแข่งขันผ่านทาง คาสิโนออนไลน์ การเล่นจะเป็นแบบโต๊ะเดียวตาเดียว เกมจะเริ่มก็ต่อเมื่อมีผู้เล่นเข้ามาในห้องแข่งขันครบตามจำนวนที่กำหนด

ผู้เล่นที่มีชิปเยอะที่สุดในตาจะเป็นผู้ชนะของโต๊ะ และจะได้ลุ้นรับโบนัสรวมไปถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากผู้จัด Sit & Go’s จึงเป็นเกมที่เหมาะสำหรับนักเดิมพันทุกระดับอย่างแท้จริง

ประเภทของ BlackJack Tournament

ประเภทของ BlackJack Tournament

ในการแข่งขัน BlackJack Tournament จะแบ่งตามประเภทของการแข่งขันไว้ด้วยกัน 3 ประเภทคือ

  1. Buy-in Tournament

เป็นการแข่งขันที่ผู้เล่นจะต้องแลกชิปเดิมพันตามที่ผู้จัดกำหนดไว้ มักจะพบเจอได้ในการแข่งระดับใหญ่ ๆ อาจเป็นบ่อนที่มีชื่อเสียง หรือการแช่งระดับประเทศ ระดับโลก เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่รวบรวมนักเล่น แบล็คแจ็ค ไว้มากที่สุด ข้อดีก็คือเรามีโอกาสที่จะได้รับเงินรางวัลที่สูงชนิดเปลี่ยนชีวิตกันได้ และถ้าผู้จัดการันตีเงินรางวัลขั้นต่ำก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเรา ถึงอย่างนั้นก็มีข้อเสียตรงที่เราอาจเสียผลประโยชน์จากการที่ต้องขนเงินจำนวนมากไปแลกชิปเพื่อ Buy-in หรือเสียเงินค่าธรรรมเนียมในการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

  1. BlackJack Free rolls

สำหรับใครที่ไม่พร้อมเสียเงินก้อนโตในการ Buy-in ล่ะก็ Free rolls ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเพราะไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเข้าแข่งขัน หรือแลกชิปตามอัตราที่กำหนดไว้ ในการแข่ง แบล็คแจ็ค ประเภทนี้มีการแบ่งรูปแบบการแข่งขันออกเป็น 2 แบบ คือ

  • แบบเปิด คือไม่มีการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
  • แบบใช้คะแนนสะสม คือผู้เล่นจะต้องเป็นสมาชิกก่อน จากนั้นถึงทำการแข่งขันโดยใช้คะแนนสะสมภายในบัตร

อย่างไรก็ตามการแข่งขันประเภทนี้เป็นเหมือนก้าวแรกสำหรับนัก BlackJack ที่อยากลองสัมผัสบรรยากาศแบบทัวร์นาเม้นต์ หรือเป็นนักเล่นที่มือใหม่ ไม่ก็คือพวกที่ไม่พร้อมจะรับความเสี่ยงใด ๆ เลย แต่ด้วยความที่มีนักเล่นมากหน้าหลายตา เราอาจโชคร้ายไปเจอผู้เล่นที่เก่งกว่าอยู่ในโต๊ะเดียวกันก็ได้เพราะเป็นการเล่นแบบเปิด

ส่วนการใช้คะแนนสะสมมักจะเห็นได้ตาม คาสิโนออนไลน์ โดยผู้เล่นจะใช้คะแนนสะสมที่ได้มาลองเล่น แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ ซึ่งในแง่ของคาสิโนก็เป็นผลดีคือผู้เล่นจำนวนมากจะช่วยกันปั่นเดิมพันเพื่อให้ได้คะแนนสะสม แล้วนำไปต่อยอดในการเล่น BlackJack Tournament ต่อไป

  1. VIP Tournament

อันนี้ก็ตามชื่อเลยครับ เพราะผู้เล่นที่จะเข้าร่วมได้ล้วนอยู่ในระดับ VIP อาจถูกเชิญจาก คาสิโนออนไลน์ ให้มาร่วมเล่น รวมไปถึงผู้เล่นที่มีคะแนนสะสมถึงระดับ VIP การแข่งขันจะวางเดิมพันกันด้วยเงินจำนวนมาก ทำให้ผู้ชนะมีโอกาสได้เงินก้อนโตกลับไป อีกทั้งรายการประเภทนี้จะมีคู่แข่งน้อย ทำให้มีโอกาสชนะเยอะ

BlackJack Tournament เล่นที่ไหนดี

หลัก ๆ สำหรับผู้ที่สนใจเล่น แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ ช่องทางแรกเลยก็คือ บ่อนคาสิโน ส่วนมากจะเป็นการแข่งแบบที่ต้อง Buy-in เข้าไป ซึ่งเราสามารถศึกษาหาข้อมูลการแข่งขันได้ตามเว็บไซต์ของผู้จัด หรืออีกช่องทางหนึ่งก็คือแข่งขันผ่าน คาสิโนออนไลน์ อันนี้จะเล่นง่ายที่ไหนก็ได้ แต่จะมีการกำหนดช่วงเวลาการแข่งขันที่ชัดเจน ซึ่งสมัยนี้สามารถแข่งขันกันผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ Application บนมือถือได้ด้วย เรียกได้ว่าสะดวกสบายสุด ๆ

Hole Carding

กลยุทธ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการแข่งขัน BlackJack Tournament

ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในบ่อนคาสิโนหรือตาม คาสิโนออนไลน์ กลยุทธ์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องมีติดตัวไว้เสมอ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีอยู่ 4 อย่างคือ

  1. รู้จักกลยุทธ์พื้นฐาน

พื้นฐานสำคัญที่นักเล่น BlackJack ต้องมีก็คือกลยุทธ์พื้นฐานที่เรียกว่า Soft Hand & Hard Hand สำหรับหลักการมีดังนี้

  • Stand ทุกครั้งที่ได้ 17 แต้มขึ้นไป
  • Hit ทุกครั้งเมื่อถือแต้มไว้ไม่เกิน 8 แต้ม
  • เมื่อมีแต้ม 12 – 16 แล้วเจ้ามือถือ 2-6 แต้มไว้ให้ Stand แต่ถ้าไม่ก็ให้ Hit
  • Double Down ทันทีที่ได้ 10 หรือ 11 แต้ม
  • จำไว้ว่าไพ่คู่ 88, 99 และ AA ต้อง Split
  • Stand เสมอถ้าเจอไพ่คู่ 1010

นอกจากนี้แล้วยังมีกลยุทธ์อื่น ๆ อีกมากมายให้เราได้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการนับไพ่ อ่านไพ่ หากรู้จักประยุกต์ใช้ก็จะทำให้เรามีโอกาสชนะเพิ่มขึ้น

  1. เดิมพันให้แตกต่างจากคนอื่น

ในการเล่นทัวร์นาเม้นต์ต้องจำไว้ว่าเราไม่ได้แข่งกับเจ้ามือเพียงอย่างเดียว แต่มีผู้เล่นด้วยกันเป็นคู่แข่งด้วย ดังนั้นการใช้กลยุทธ์เดิม ๆ หรือพวกที่ใคร ๆ ก็ใช้กันอาจจะไม่ได้ผลมากนัก หากบลัฟด้วยเดิมพันอาจสร้างความปั่นป่วนให้กับอีกฝ่าย อย่างเช่นหากอีกฝ่ายเดิมพันสูง เราอาจแทงต่ำ แต่ถ้าเขาแทงต่ำ เราสวนด้วยเดิมพันก้อนโต ซึ่งวิธีนี้จะทำให้อีกฝ่ายคาดเดาได้ยากขึ้นว่าในมือเราถืออะไรอยู่

  1. สร้างกลยุทธ์ใหม่เสมอ

การรู้จักสังเกตท่าทีของผู้เล่นถือเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่จะช่วยให้เราสร้างกลยุทธ์ใหม่ ๆ ออกมาสู้ได้อย่างเหมาะสม เป้าหมายของทัวร์นาเม้นต์คือการทำให้ตัวเองมีชิปกองโตที่สุด ทันทีที่เราได้ Hard Hand มาอาจเล่นแบบ Conservation คือแบบค่อยเป็นค่อยไปก่อน เพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ แล้วค่อยเล่นใหญ่ใส่หนักกันแบบ Aggressive เพื่อให้อีกฝ่ายเต้นตามจังหวะของเรา เมื่อใดก็ตามที่คิดว่าได้แต้มดีที่สุด และสามารถล้มเจ้ามือได้ ก็เพิ่มชิปลงไป แต่ก็อย่าลืมใช้กลยุทธ์อื่นควบคู่ไปด้วยจะดีมาก ๆ

  1. รู้จักใช้ตำแหน่งในโต๊ะ

ใครที่ศึกษาโป๊กเกอร์มาจะรู้ว่าตำแหน่งนั้นสำคัญสุด ๆ และใน แบล็คแจ็ค ก็เช่นกัน เพียงแต่หลักการใช้งานตำแหน่งอาจแตกต่างกันไปมาก ถึงอย่างนั้นการนั่งในตำแหน่งแรกหรือที่เรียกว่า The Button ก็ยังคงเป็นตำแหน่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะเราต้องเล่นเป็นคนแรกโดยที่ไม่มีข้อมูลของคนอื่นเลย ขณะเดียวกันตำแหน่งสุดท้ายจะทำให้เรามองเห็นหมดเลยว่าใครวางชิปมากน้อยแค่ไหน จากนั้นค่อยเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น

หากเราได้อยู่ตำแหน่งแรก ให้วางเดิมพันด้วยชิปจำนวนมากไว้ก่อน เพื่อกันไม่ให้คนอื่นตามมา เพราะคิดว่าเรามีไพ่ดีในมือ แต่ถ้าเรากำลังตามหลัง The Leader ก็ควรจะวางเดิมพันตามไปเลยด้วยชิปที่เท่ากัน หรือน้อยกว่าเล็กน้อย แต่มีเงื่อนไขว่าเราจะต้องให้ผ่านช่วง The Button ก่อนถึงจะตามได้

BlackJack

  1. คุมเดิมพันในแต่ละรอบให้อยู่

ไม่ว่าจะเป็น Eliminate หรือ Leader Board การตรวจสอบชิปที่วางแต่ละตา เทียบกับผู้แข่งขันที่นำอยู่คือสิ่งที่ต้องทำ เพื่อหาจังหวะวางชิปที่เหมาะสม ไม่ว่าจะวางน้อยหรือวางมาก เพราะในการวางแต่ละครั้งจะส่งผลถึงอันดับของเราในทัวร์นาเม้นต์ด้วย

สมมติว่าเราเล่น Eliminate อยู่เราสามารถถูกตัดออกรายการทุกเมื่อหากสะสมชิปไม่ถึง ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครบ้างที่จะได้เข้ารอบต่อไป มีชิปเท่าไหร่ และในรอบนี้เราจะต้องเล่นทั้งหมด 8 ตา ซึ่งมาถึงตาสุดท้ายแล้ว ในตอนนี้เราขาดชิปอีกแค่ 1,500 เพื่อที่จะได้ไปต่อ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือเพิ่มเงินเดิมพันให้มากกว่า 1,500 เพื่อที่จะเอาชนะเกมในรอบตัดสินให้ได้

จำไว้ว่ากลยุทธ์ที่ดี คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้เราเข้าใกล้ The Leader ได้มากที่สุด และไม่เสี่ยงที่จะทำให้ชิปหมดเร็วเกินไปด้วย

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack

Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack

( Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack )ในโลกของ คาสิโนออนไลน์ นักพนันแต่ละรายย่อมมีเทคนิควิธีการเอาชนะที่แตกต่างกัน ซึ่งวิธีการเหล่านี้ต่างก็ได้มาจากการมองเห็นช่องโหว่ของเกม หรือโอกาสที่จะเอาชนะเจ้ามือ รวมไปถึงการพัฒนากลยุทธ์ต่าง ๆ ด้วยประสบการณ์จนกลายเป็นสูตรการเล่นต่าง ๆ ที่สืบทอดกันมา โดยเฉพาะเทคนิคHole Cardingที่ได้ชื่อว่าเป็นวิธีการแสนง่ายที่จะเอาชนะ BlackJack ว่าแต่มันคืออะไร มันใช้อย่างไร ไปดูกันเลยครับ

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน กติกาการเล่นไพ่ BlackJack และเทคนิคพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

Hole Cardingคืออะไร

Hole Cardingคืออะไร

ถ้าจะเอาง่าย ๆ ตรงไปตรงมา มันก็คือเทคนิคการแอบมองไพ่ แบล็คแจ็ค นั่นเอง แต่การที่จะใช้เทคนิคนี้ได้จำเป็นต้องมีชั้นเชิงกันเสียหน่อย ไม่ต่างจากการบลัฟในโป๊กเกอร์ที่ต้องทำด้วยความชำนาญอย่างมีศิลปะ และหากสามารถทำได้ล่ะก็โอกาสที่เราจะชนะมีมากกว่า 95% เลยทีเดียว

หัวใจของHole Cardingคือการเก็บข้อมูลบางอย่างจากไพ่ที่คว่ำอยู่ (Hole Card) ของเจ้ามือ การที่จะมองไพ่ใบนี้ได้จำเห็นต้องใช้ความสามารถล้วน ๆ อุปกรณ์ไม่ต้อง ถึงมันจะดูยากไปเสียหน่อย แต่รับรองได้เลยว่ามันไม่ผิดกฎหมายและเจ้ามือก็ไม่สามารถเอาผิดเราได้ด้วย เว้นแต่ว่าเราจะส่งคนไปยืนมองไพ่หลังเจ้ามือหรือมีคนแอบส่งสัญญาณให้ อันนี้คือผิดเต็ม ๆ แล้วก็เตรียมตัวรับบทลงโทษกันได้เลย

BlackJack ถือได้ว่าเป็นเกมที่ต้องเล่นด้วยการคาดคะเนและคำนวณไพ่จากแต้มของเรากับเจ้ามือ เมื่อใดก็ตามที่รู้ถึงความน่าจะเป็นของHole Cardฝั่งเจ้ามือก็จะทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งดีกว่าการนั่งมองไพ่เฉย ๆ และสร้างความเสียเปรียบให้เราได้มากถึง 0.5% อย่างไรก็ตามกลยุทธ์Hole Cardingแม้จะไม่ผิดกฎหมายแต่ถ้าถูกจับได้ก็อาจโดน เจ้ามือ หรือ คาสิโนออนไลน์ ตัดสิทธิ์ไม่ให้เล่นเลยก็ได้

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน 14 เคล็ดลับที่จะช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น

กลยุทธ์Hole Cardingใช้อย่างไร

  1. เลือกโต๊ะก่อนเล่นเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ สิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจเล่นก็คือการเลือกโต๊ะก่อนเล่นเสมอ โดยมองหาโต๊ะที่เป็นดีลเลอร์มือใหม่ หรือพวกประสบการณ์น้อย พวกนี้จะไม่ค่อยรอบคอบมากนัก ทำให้มีโอกาสผิดพลาดสูง วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือดูที่การหยิบไพ่ หากเป็นพวกที่คล่องมาก ๆ มักจะหยิบไพ่แทบจะไม่ห่างจากโต๊ะ ต่างจากดีลเลอร์มือใหม่ที่มักจะหยิบไพ่สูงกว่าโต๊ะผิดปกติ

  1. วิเคราะห์ดีลเลอร์ก่อนวางเดิมพัน

หลังจากที่เราได้โต๊ะแล้ว อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้าไปนั่งวางเดิมพันในทันที แต่ให้ลองดูก่อนสัก 2-3 ตา เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์Hole Cardingจะสามารถใช้กับดีลเลอร์คนนี้ได้จริง นอกจากนี้ต้องคอยดูด้วยว่าจุดนั่งตรงไหนที่ทำให้เราได้เปรียบในการมองไพ่ ที่สำคัญควรจะทำทีให้เหมือนว่าเรามาดูเกม แบล็คแจ็ค จะได้ไม่ถูกสงสัยตั้งแต่ยังไม่ได้เล่น

 

Hole Carding

  1. มองหาโต๊ะที่วางที่สับไพ่ใกล้กับผู้เล่น

เครื่องสับไพ่ถือว่าเป็นอีกแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้Hole Cardingของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรจะเลือกจุดที่สามารถมองเห็นเครื่องสับไพ่ได้ชัดเจน เช่น ตำแหน่งขวามือสุดของโต๊ะ BlackJack ที่มักจะวางเครื่องไว้แถวนี้ อย่างน้อยมันก็จะช่วยให้เรามีโอกาสแอบมองไพ่ได้มากขึ้น

  1. มองหาเครื่องสับไพ่ที่ช่องหยิบไพ่สูงกว่าโต๊ะ

สำหรับเครื่องสับไพ่คาสิโนบางแห่งยังคงใช้เครื่องรุ่นเก่าที่มีช่องหยิบไพ่หรือปากทางออกอยู่เหนือโต๊ะประมาณ 2-3 นิ้ว ถือเป็นช่องโหว่หนึ่งที่ทำให้เราสามารถแอบมองไพ่ได้ แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมีของแบรนด์ ACE สีดำเท่านั้นที่ยังคงทำปากทางออกสูงเหนือโต๊ะ และยังคงนิยมใช้ในคาสิโนอีกด้วย

  1. นั่งในจุดที่ตรงกับมือแจกไพ่ของดีลเลอร์

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้คือดีลเลอร์แต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนถนัดซ้าย บางคนถนัดขวา ตรงนี้เราเอามาวิเคราะห์ได้ว่าหากดีลเลอร์ถนัดซ้ายให้เรานั่งฝั่งซ้ายของดีลเลอร์ซึ่งเป็นตำแหน่งแรก หรือถ้าดีลเลอร์ถนัดขวาก็ให้นั่งฝั่งขวาของดีลเลอร์แทน ซึ่งจะเป็นตำแหน่งสุดท้าย

  1. จับจ้องมองที่มุมไพ่Hole Card

สำหรับนักเล่น แบล็คแจ็ค มืออาชีพ จะไม่ค่อยพลาดในการมองมุมไพ่Hole Cardของเจ้ามือ จากมุมไพ่ที่เผลอเผยอให้ได้เห็นเพียงเล็กก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าไพ่ใบนั้นคืออะไร หากมองไม่เห็นตัวเลขและมีลักษณะเป็นขอบ ไพ่นั้นมีโอกาสเป็น Face Card (ไพ่ J, Q, K) หากมองไม่เห็นอะไรเลยอาจเดาว่าเป็นไพ่แต้มต่ำอย่าง A, 2, 3 การจะใช้เทคนิคนี้ได้นอกจากความเนียนแล้วอาจต้องใช้แว่นดำในการพรางสายตาที่จับจ้องHole Cardของเจ้ามือด้วย

  1. มองมุมไพ่ทุกครั้งที่มีการเช็ค

ทันทีที่ไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น A หรือไพ่ 10 แต้ม ดีลเลอร์ส่วนใหญ่มักจะแอบมองไพ่อีกใบว่าสามารถทำให้ตนติด BlackJack ได้หรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แอบดูไพ่ไปด้วย

  1. เพิ่มโอกาสชนะด้วยการเล่นกันเป็นทีม

Hole Cardingจะทรงพลังยิ่งขึ้นเมื่อเราเล่นกันเป็นทีม เพราะมันจะช่วยให้เรามีโอกาสชนะมากถึง 70% เพียงแค่เรามีเพื่อนเล่นอยู่ด้วยในโต๊ะนั้น หากมีคนใดคนหนึ่งที่สามารถแอบมองไพ่ได้ อาจใช้วิธีส่งสัญญาณที่รู้กันในกลุ่ม จะเป็นเคาะโต๊ะ แตะขา หรือว่าอะไรก็ได้ แต่สิ่งสำคัญก็คืออย่าให้ใครรู้ว่าเรารู้จักกัน เพื่อให้เกิดความไหลลื่นและเลี่ยงต่อการถูกจับได้

  1. เสี่ยงเท่าที่จำเป็น

เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถคาดเดาได้ว่าHole Cardของเจ้ามือคืออะไร เราก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเดิมพันได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ควรเสี่ยงเด็ดขาด ให้ทำตามแผนเดิมหรือใช้กลยุทธ์พื้นฐานอื่น ๆ แทน เช่น การนับแต้มไพ่ เป็นต้น

BlackJack-Hole Carding

  1. ไม่พลาดที่จะ Double Down หรือ Split ทุกครั้งที่เจ้ามือมีโอกาสทะลุ 21 แต้ม

ถ้าหากว่าไพ่ของเจ้ามือมีโอกาสที่จะติดแต้มระหว่าง 12-16 ก็มีความเป็นไปได้ว่าในการจั่วครั้งต่อไปมีโอกาสที่เจ้ามือจะมีแต้มรวมเกิน 21 แต้ม ให้เรา Double Down หรือถ้าถือไพ่คู่อยู่ในมือล่ะก็แยกมันออกมาเป็น 2 กอง จะช่วยให้เรามีโอกาสทำกำไรมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการทำHole Cardingจะช่วยให้เรารู้แนวทางการเล่นว่าต่อไปควรจะ Hit หรือ Stand ดี

  1. รีบ Hit เมื่อเจ้ามือติด 17 แต้ม

หลังจากที่เรามอง Hole Card ของเจ้ามือแล้วมั่นใจว่าต้องได้แต้มอย่างน้อย 17 แต้ม ควรจะ Hit ทันที เพราะถ้าเรามีน้อยกว่า 17 แต้มเท่ากับว่าเรามีโอกาสแพ้มากกว่า แต่ก็ต้องดูด้วยว่าแต้มในมือเรามีโอกาสที่จะ Bust หรือแต้มทะลุ 21 แต้มหรือไม่จากการจั่วไพ่ใบต่อไป

  1. ไม่จำเป็นต้อง Hit หากคิดว่าอีกฝ่ายจะเกิน 21 แต้ม

เงื่อนไขการเอาชนะ แบล็คแจ็ค ไม่ใช่การได้ 21 แต้ม แต่ 21 แต้มคือคะแนนสูงสุดของเกมไพ่ชนิดนี้ ดังนั้นหากคิดว่าอีกฝ่ายจะติด Bust แล้วล่ะก็ เราเองไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง Hit แต่อย่างใด แค่ Stand เอาไว้รอให้อีกฝ่ายทำแต้มเกิน แค่นี้เราก็ชนะได้ง่าย ๆ แล้ว

นอกจากพื้นฐานของกลยุทธ์Hole Carding ทั้ง 12 ข้อนี้แล้ว การที่จะทำให้เทคนิคนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นจำเป็นต้องใช้การฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญ นอกจากนี้กลยุทธ์Hole Carding ยังแบ่งออกเป็น 4 รูป ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันดังนี้

รูปแบบที่ 1 : First-Basing and Spooking

เป็นวิธีการพื้นฐานในการเช็คไพ่ Hole Card โดยเราจะแอบมองไพ่ของเจ้ามือขณะที่อีกฝ่ายกำลังเช็คไพ่ Hole Card อยู่ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า First-Basing ส่วนการทำ Spooking คือการให้ผู้เล่นอีกคนช่วยแอบมอง Hole Card ของดีลเลอร์จากอีกมุม จากนั้นค่อยแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยการส่งสัญญาณให้กัน สำหรับนักเดิมพันที่เชี่ยวชาญการทำHole Carding ในเกม แบล็คแจ็ค มักจะเอาข้อมูลที่ได้มาอ้างอิงกับตารางสูตรข้างล่างเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะ Hit หรือ Stand

First-Basing and Spooking

จากตารางเป็นตัวอย่างการเล่น BlackJack ที่ใช้ไพ่ 6 สำรับในการเล่น และเจ้ามือจะ Stand เมื่อได้แต้ม 17 โดย Columns จะหมายถึงแต้มฝั่งเจ้ามือ ส่วน Rows จะหมายถึงแต้มฝั่งเรา สีแดงคือ Stand และสีเขียวคือ Hit ยกตัวอย่างเช่น เจ้ามือได้ 17 แต้ม ส่วนเราได้ 18 แต้ม จุดตัดคือสีเขียวแสดงว่าตานี้เราจะต้อง Hit

รูปแบบที่ 2 : Front-Loading

การทำ Front Loading คือการแอบมองไพ่ขณะที่ Hole Card ถูกเลื่อนไปอยูใต้ไพ่ที่หงาย เราจะเริ่มมองตั้งแต่ตอนที่ไพ่ออกจากเครื่องสับไพ่โดยอาศัยช่วงเวลาที่ไพ่ย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ทักษะการแอบมองระดับสูง เพราะมีแค่ช่วงที่ไพ่ถูกหยิบขึ้นมากับจังหวะที่ไพ่สะดุดกับโต๊ะเท่านั้นเราจะมีโอกาสได้แอบมอง ดังนั้นการนั่งในตำแหน่งที่อยู่ใกล้เครื่องแจกไพ่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้วิธีนี้ได้ผลดียิ่งขึ้น

รูปแบบที่ 3 : Partial Information

เนื่องจาก Hole Cardingเป็นกลยุทธ์ที่ต้องใช้ความชำนาญในการแอบมองเป็นหลัก แต่ข้อมูลที่ได้มาก็มักจะทำให้เกิดความลังเล เช่น หากเห็นขอบไพ่ไม่มีจุดสีอะไรเลย อาจเป็นไพ่ A, 2 หรือ 3 ก็ได้ แต่ถ้ามีจุดสีเล็ก ๆ อาจเป็นไพ่ 4-10 ซึ่งตรงนี้ถ้าไม่มีความมั่นใจก็อาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้ได้เหมือนกัน ดังนั้น Partial Information จึงเกิดมาเพื่อแก้ไขสิ่งด้วยด้วยตารางข้อมูลด้านล่าง

Partial Information

จากตารางนี้ Column จะหมายถึงแต้มไพ่หงายของเจ้ามือ ส่วน Rows คือแต้มไพ่ของเรา สมมติว่าไพ่หงายของเจ้ามือเป็น 9 แต้ม แล้วเรามีอยู่ 12 แต้ม จากตารางจะเป็นสีแดงหมายความว่าให้เรา Stand ไว้ก่อน เพราะเจ้ามือมีโอกาส Hit เกิน 21 แต้ม หากไพ่อีกใบทำให้มีแต้มอยู่ระหว่าง 12-16 แต้ม หรือถ้าไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น A ส่วนเรามี 17 แต้ม จะเห็นว่าเป็นช่องสีเขียว หมายความว่าให้เรา Hit สู้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีโอกาสติด แบล็คแจ็ค แต่การจั่วสู้ก็ดีกว่ายอมแพ้ไปเฉย ๆ

รูปแบบที่ 4 : Next Card Play

กลยุทธ์ Next Card Play ค่อนข้างจะย้อนแย้งกับ Hole Carding เสียหน่อยตรงที่เราจะไม่สนใจ Hole Card ของเจ้ามือ แต่เบนความสนใจไปที่ไพ่ใบที่สามของเจ้ามือแทน หรือที่เรียกกว่า Next Card ซึ่งต้องอาศัยจังหวะแจกไพ่ใบที่สามเท่านั้นในการแอบมอง ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อกลยุทธ์นี้ก็คือ ตำแหน่งที่นั่ง การนั่งในตำแหน่งแรกหากไม่ Hit คนต่อไปก็จะ Hit แทน แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งสุดท้ายแล้วไม่ Hit เจ้ามือก็อาจยกเลิกไพ่ใบนี้ หรือใช้เป็นไพ่ใบที่สองของเจ้ามือแทน ดังนั้นการมองไพ่ Next Card จึงช่วยให้เรามีโอกาสคาดเดาได้แม่นขึ้นและเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราด้วย

สำหรับใครก็ตามที่ต้องการใช้กลยุทธ์Hole Carding การฝึกฝนทักษะแอบมองแบบเนียน ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ หลายคนอาจมองว่ามันเป็นเรื่องยากมากหากเราจะใช้กลยุทธ์นี้ในบ่อนคาสิโน เพราะหลายที่ก็มีการใช้เครื่องสับไพ่ที่มีช่องจ่ายแทบจะเรียบไปกับโต๊ะ แต่ก็อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่าต่อให้เป็น คาสิโนออนไลน์ ถ้าหากดีลเลอร์เป็นมือใหม่หัดแจกไพ่ ยังไงก็ย่อมมีจุดอ่อนให้เราได้เห็น และเล่นงานด้วยกลยุทธ์นี้ อย่างไรก็ตามใครที่คิดจะเพิ่มโอกาสชนะด้วยการพาคู่หูไปเล่นด้วยล่ะก็ ควรจะหาคนที่เข้าใจเรื่อง Hole Carding มีทักษะตรงนี้ค่อนข้างสูง ที่สำคัญควรจะเล่นเข้าขากับเราด้วย ไม่อย่างนั้นหากโดนจับได้ขึ้นมาอาจถูกแบนไม่ให้เล่น แบล็คแจ็ค จากคาสิโนทุกที่ได้เหมือนกัน

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack

6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ใน การแยกไพ่ BlackJack

( 6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ใน การแยกไพ่ BlackJack )พูดถึงเรื่องแยกไพ่ แบล็คแจ็ค เชื่อว่าหลายคนคงจำได้ดีว่าเราจะต้องแยกไพ่ทุกครั้งเมื่อได้ไพ่คู่ AA หรือไพ่คู่ 88 เสมอ แม้ว่าเดี๋ยวนี้ตาม คาสิโนออนไลน์ ต่าง ๆ จะมีการพัฒนากฎกติกาการเล่นใหม่ ๆ ขึ้นมาให้สามารถแยกไพ่ได้ทุกคู่ก็ตาม แต่เราก็ยังคงคุ้นเคยกับการแยกไพ่แบบเดิม ๆ จนทำให้แยกไพ่ผิด ๆ ถูก ๆ กันไป จากที่ควรชนะก็กลายเป็นแพ้ ในบทความนี้เราจะได้รู้กันครับว่ามันมี 6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack ยังไงบ้าง เพื่อให้เรามีไพ่ที่ดีที่สุดอยู่ในมือ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน ย้อนรอย BlackJack จากเกมไพ่สู่ คาสิโนออนไลน์

การแยกไพ่ BlackJack

การแยกไพ่คืออะไร

ในการแยกไพ่ของ แบล็คแจ็ค จะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้รับไพ่แต้มเดียวกัน 2 ใบ หรือที่เรียกว่าไพ่คู่ โดยจะต้องแยกไพ่ออกเป็น 2 ข้าง เมื่อแยกเสร็จแล้วเราก็ต้องวางเดิมพันเข้าไปในขาที่แยกออกมา จากนั้นจึงทำการ Hit เพื่อเรียกไพ่เพิ่ม หากติดคู่อีกก็สามารถแยกได้อีก (สำหรับ คาสิโนออนไลน์ บางแห่ง) อย่างไรก็ตามในกฎพื้นฐานของการแยกก็คือ หากได้ไพ่คู่ AA หลังจากแยกแล้วจะจั่วไพ่เพิ่มได้แค่ครั้งเดียว แต่ถ้าเป็นไพ่คู่ 88 จะสามารถจั่วไพ่ได้ไม่จำกัด

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 4 ความต่างที่ต้องรู้ก่อนเล่นระหว่าง BlackJack กับ Poker

6 สิ่งควรทำในการแยกไพ่ BlackJack

ถ้าหากว่า คาสิโนออนไลน์ ที่เราเล่นเป็นแบบที่อนุญาตให้แยกไพ่ได้ทุกคู่แล้วล่ะก็ นี่คือ 6 สิ่งที่ควรทำเมื่อได้ไพ่คู่ครับ

  1. แยกไพ่คู่ AA ทุกครั้ง

ขอนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรู้กันอยู่แล้ว แต่ในบางเกมที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะไม่แยกก็ได้ การตัดสินใจไม่แยกก็เท่ากับว่าตัดสินใจไม่ติด แบล็คแจ็ค ดังนั้นการแยกจะช่วยเพิ่มโอกาสชนะให้เรา เพียงแต่ต้องเพิ่มเดิมพันมาอีกหนึ่งขา จากนั้นก็เล่นกันไปตามปกติ

ลองคิดดูว่าการเล่นด้วยไพ่คู่ AA เท่ากับว่าเรามีแต้มเริ่มต้นแค่ 12 จึงมีแค่ 9 เท่านั้นที่จะทำให้เราติด 21 แต้มได้ แต่ถ้าเราแยกออกเป็นสองขา แต่ละขาจะมีลุ้นได้ 21 แต้มจากการติดไพ่ 10, J, Q หรือ K คือเพิ่มโอกาสชนะด้วย 21 แต้มได้ถึง 4 รูปแบบนั่นเอง

  1. แยกไพ่คู่ 88 เสมอ

นอกจากไพ่คู่ AA อีกคู่ที่ควรแยกก็คือไพ่คู่ 88 ทันทีที่เราได้คู่นี้มาถือว่าเป็นมือที่เล่นยากมาก ๆ เพราะเริ่มต้นที่ 16 แต้ม ถือว่าเป็นมืออ่อน การ Hit จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำแต้ม Over 21 แต่ถ้า Stand ก็ยากที่จะชนะเช่นกัน วิธีลดความเสี่ยงไปพร้อมกับเพิ่มโอกาสชนะจึงมีเพียงแค่การแยกไพ่เท่านั้น

แยกไพ่แบล็คแจ๊ค

  1. หากแยกแล้วยังได้ไพ่คู่ AA หรือ 88 อีก ให้แยกอีกครั้ง

แม้ว่าจะมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ถือว่ามีโอกาสเป็นไปได้ในการที่เราจะติดไพ่คู่แบบติดซ้ำติดซ้อน ดังนั้นหาก คาสิโนออนไลน์ เขายินดีให้เราแยกไพ่ได้อีก ก็แยกเลย ถึงจะต้องวางเดิมพันเพิ่มขึ้น แต่เราก็มีโอกาสชนะเพิ่มขึ้นด้วย

  1. แยกไพ่คู่ 22, 33, 77 เมื่อเจ้ามือถือไพ่ 7 หรือต่ำกว่า

นอกจากจะดูแต่ไพ่ฝั่งเราแล้ว ไพ่ของเจ้ามือก็เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ตัดสินใจได้เช่นกัน โดยเฉพาะเวลาที่ไพ่ใบแรกของอีกฝ่ายมีแต้มไม่เกิน 7 แต้ม แล้วเราได้ไพ่คู่ 22, 33 หรือ 77 เช่นนี้ก็ควรที่จะแยกออกไปก่อน

แต่ถ้าเราถือไพ่คู่เหล่านี้ไว้ แล้วเจ้ามือมีไพ่มากกว่า 7 แต้ม แทนที่จะแยก ก็ให้เปลี่ยนเป็น Hit แทน เพราะโอกาสชนะจะมีมากกว่าการแยกไพ่

  1. แยกไพ่คู่ 66 เมื่อเจ้ามือถือไพ่ตั้งแต่ 2 – 6

ทันทีที่เราได้ไพ่คู่ 66 สิ่งที่ต้องดูก็คือฝั่งเจ้ามือถือแต้มระหว่าง 2 – 6 หรือไม่ หากอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ให้แยกไพ่ทันที แต่ถ้าเจ้ามือมีแต้มที่ดีกว่าให้เสี่ยง Hit ไป เพราะมีแค่ไพ่ 10 แต้มเท่านั้นที่จะทำให้เราแพ้ได้ในการจั่วแค่ครั้งเดียว

  1. แยกไพ่คู่ 99 เมื่อเจ้ามือมี 2, 3, 4, 5, 6, 8 หรือ 9

การตัดสินใจ Hit ด้วยไพ่คู่ 99 ไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย เพราะมีเพียงแค่ไพ่ 2 กับ 3 เท่านั้นที่จะช่วยให้เรารอดได้ ดังนั้นการแยกไพ่คู่ 99 ออกจากกัน จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการสู้กับไพ่เหล่านี้ แต่ถ้าเจ้ามือมีไพ่ 7 หรือ 10 แต้ม ให้ Stand แทน เพราะไพ่ 18 แต้มในมือถือว่าแข็งพอที่จะเอาชนะได้

ไพ่แบล็คแจ็คสิ่งที่ควรทำและห้ามทำ

3 สิ่งต้องห้าม สำหรับการแยกไพ่ แบล็คแจ็ค

  1. ห้ามแยกไพ่คู่ 10

ใครที่อยากฆ่าตัวตายก็แยกไพ่คู่ 10 ได้เลยครับ ตรงนี้เห็นชัดกันแล้วว่าเรามี 20 แต้มในมือ สิ่งเดียวที่จะทำให้เราแพ้ได้ก็คือ แบล็คแจ็ค ขอเจ้ามือ กับ 21 แต้ม เท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายมืออ่อนมาก ๆ แล้วเราก็อยากจะเพิ่มกำไร ก็สามารถแยกได้ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะเอามืออ่อนมาตบไพ่เราได้สำเร็จ

  1. ห้ามแยกไพ่คู่ 44

ไพ่คู่นี้ถือว่าเป็นมือที่อ่อนมากอยู่แล้ว การ Hit จำเป็นต้องติดไพ่ 10 แต้มเป็นอย่างน้อยถึงจะทำให้ไพ่แข็ง การแยกไพ่จะทำให้ไพ่อ่อนลงไปอีก และสถานการณ์จะเลวร้ายถ้า Hit แล้วติดไพ่ 2 หรือ 3 กลับมา จะเท่ากับว่าเราเสียเงินไปสองเท่าอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

  1. ห้ามแยกไพ่คู่ 55

สภาพของไพ่คู่ 55 บอกเลยว่าไม่ต่างจากคู่ 44 แทนที่จะแยก แนะนำว่าให้ Hit สู้ยังจะคุ้มกว่า เพราะตอนนี้เรามีอยู่ในมือแล้ว 10 แต้ม ขอแค่ Hit ติดไพ่ 7-10 แต้มอีกสักใบก็พอที่จะ Stand ได้แล้ว

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack

จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack

( จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack )ถ้าพูดถึงกลยุทธ์หรือสูตร แบล็คแจ็ค อย่างแรกที่คนส่วนใหญ่จะคิดถึงเลยก็คือ การนับไพ่ คงต้องยอมรับว่าเทคนิคนับไพ่มันแทบจะเป็นตำนานแห่งวงการไพ่ 21 ไปเสียแล้ว เมื่อมันโดนขยี้ด้วยภาพยนตร์เรื่อง Rain Man ที่การันตีด้วยรางวัลออสการ์ ทำให้แทบทุกคาสิโนรวมถึง คาสิโนออนไลน์ ต้องคอยจับตาไว้ว่าจะมีนักเล่นคนไหนพยายามใช้เทคนิคนี้บ้าง ราวกับว่าคนที่ใช้สูตรนี้ได้แทบจะเป็นพระเจ้ากันเลยทีเดียว ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย ว่าแต่ทำไมหลายคนถึงพยายามใช้ ทำไมหลายบ่อนถึงไม่ถูกใจเทคนิคนี้ เราไปดูกันดีกว่าครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ The Knock Out สูตร BlackJack ล้มเจ้าที่ไม่ควรพลาด

จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack

การนับไพ่คืออะไร ทำกันอย่างไร

การนับไพ่ BlackJack ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นักพนันนิยมใช้กัน เพื่อใช้สร้างความได้เปรียบให้กับตัวเอง ด้วยการคาดเดาตามความน่าจะเป็นว่า เมื่อไพ่ของเจ้ามือเป็นแบบนี้ และเราถือไพ่คู่นี้อยู่ โอกาสที่ไพ่อีกใบของเจ้ามือจะเป็นอะไร สำหรับผู้เล่นที่ใช้เทคนิคนี้จนชำนาญอาจสามารถมองไปถึงไพ่ที่เหลืออยู่ในสำรับอีกว่าน่าจะมีอะไรอยู่ในกองนั้นบ้าง จนบางคนอาจกดความได้เปรียบของ คาสิโนออนไลน์ ไปอยู่ในระดับที่เกือบเป็นศูนย์โดยสมบูรณ์ก็มีมาแล้ว

สำหรับการนับไพ่ แบล็คแจ็ค จะมีอยู่ 4 ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เราได้เปรียบมากยิ่งขึ้นคือ

  • กำหนดค่าตัวเลขให้กับไพ่ทุกใบ
  • นับไพ่ที่ถูกแจกออกมาในใจด้วยค่าเลขที่กำหนดไว้
  • เอาค่าไพ่ที่นับได้มาคำนวณหาไพ่ในสำรับ หรือที่เรียกกันว่า “การนับที่แท้จริง”
  • นำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับเดิมพันเมื่อจำนวนที่แท้จริงเพิ่มขึ้น

ปกติแล้วการนับไพ่จะใช้กลยุทธ์ สูง-ต่ำ (Hi-Lo) โดยการแบ่งไพ่ออกเป็น 3 กลุ่ม ให้ไพ่แต้มต่ำ (2, 3, 4, 5) มีค่าเป็น +1 ไพ่แต้มกลาง (6, 7, 8, 9) มีค่าเป็น 0 และไพ่แต้มสูง (10, J, Q, K) มีค่าเป็น -1 ทุกครั้งที่เรามองเห็นหน้าไพ่ทั้งของฝั่งผู้เล่นและ ฝั่งเจ้ามือ ให้นับค่านี้ไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสที่อีกฝ่ายจะได้ 21 แต้ม มากน้อยแค่ไหน หากนับแล้วได้ค่าเป็นบวก แสดงว่ามีโอกาสดีที่จะเพิ่มเดิมพัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน

ข้อดีของการนับไพ่ BlackJack

แม้ว่าในการเล่นตาม คาสิโนออนไลน์ จะมีการใช้ไพ่จำนวนมากถึง 6-8 สำรับในการเล่น แต่โดยรวมแล้วการนับไพ่ก็ยังคงมีข้อดีหรือประโยชน์ต่อเราดังนี้

  • ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนจากเกมที่เน้นดวง มาเป็นการใช้ทักษะการเล่นตามกลยุทธ์ที่เราวางไว้ได้ และกลยุทธ์นี้ก็สามารถใช้ซ้ำได้ไม่มีล้าสมัย
  • หากสามารถทำได้ชำนาญ จะช่วยลดอัตราความได้เปรียบของ คาสิโนออนไลน์ ได้เกือบถึง 0 อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาสามัญก็จริง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าดีสำหรับเรามาก ๆ
  • เป็นกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง และสามารถใช้ร่วมกับกลยุทธ์อื่นได้ดีอีกด้วย

5 วิธี ทำกำไร ไม่ง้อ แบล็คแจ็ค

แล้วการนับไพ่ไม่ผิดกฎหมายหรือ

ถ้าเรามองในแง่ของกฎหมายเพียงอย่างเดียว ก็ขึ้นอยู่กับว่าบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ เหล่านั้นมีกฎหมายคุ้มครองไปถึงการใช้วิธีนับไพ่หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะมีเรื่องนี้ เพราะมันถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการเล่นที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามในวงการคาสิโนก็ไม่มีที่ไหนให้การยอมรับในเรื่องนี้ พวกเขามองว่ามันคือการพยายามแฮ็กข้อมูลบางอย่าง เหมือนกับว่าเราเป็นฝ่ายโกงหรือทำผิดกติกา สุดท้ายก็ต้องโดนแบนไม่ให้เล่น BlackJack ตลอดไปเหมือนกับพระเอกคนดังที่ใช้เทคนิคนับไพ่จนคาสิโนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบให้กับเขาแทน

เมื่อใช้ได้ทำไมถึงควรเลี่ยงการนับไพ่

เห็นความพิเศษขั้นสุดของสูตร BlackJack นับไพ่กันไป หลายคนคงร้อนวิชา แต่อยากจะเตือนก่อนว่าของแบบนี้เลี่ยงได้ควรเลี่ยงจะดีกว่าครับด้วยเหตุผลดังนี้

  • หลังจากที่ผ่านช่วงขั้นต้นไปได้ การนับไพ่จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
  • การนับไพ่ไม่ใช่เทคนิคที่จะใช้ได้ในทุกสถานการณ์ มีหลายครั้งที่มันมักจะไม่ทำงานตามที่คาดการณ์ไว้
  • ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนับไพ่สำเร็จได้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความกดดันของคาสิโน แม้แต่ คาสิโนออนไลน์ ก็ยังมีวิธีที่จะลดอัตราความสำเร็จในการนับไพ่ของเราเสมอ
  • เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่ทดลองนับไพ่แล้ว กำไรที่ได้ถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อคิดเป็นกำไรต่อรอบการเล่น
  • หากถูกคาสิโนจับได้อย่างดีก็คงให้เปลี่ยนโต๊ะ หรือหนักสุดก็คือขอให้เลิกเล่น แบล็คแจ็ค ตลอดไปแค่นั้นเอง

ถ้าไม่นับไพ่แล้ว จะเอาชนะ BlackJack ได้อย่างไร

อุตส่าห์ฝากความหวังไว้กับการนับไพ่มาตั้งนาน สุดท้ายเหมือนกับโดนทุบความฝันทิ้งไป จริงอยู่ว่าเทคนิคนี้มันทรงพลัง แต่พลังที่มากมันก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนมากเช่นกัน อย่างไรก็ตามผมอยากจะบอกว่าการนับไพ่ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ ได้ มันเป็นเพียงแค่หนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ในการเอาชนะเจ้ามือต่างหาก

นั่นหมายความว่า ต่อให้ไม่สามารถนับไพ่ได้ เราก็ยังมีกลยุทธ์อีกมากมายที่จะเอาชนะไพ่ แบล็คแจ็ค และในที่นี้ผมมี 2 ทางเลือกมาให้ลองนั่นก็คือ

  • Hold Carding มันคือเทคนิคการชี้ชัดว่า Hole Card ของอีกฝ่ายคืออะไร จากนั้นก็ปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับไพ่ใบ นั้น จริงอยู่ว่าเราไม่สามารถมองเห็นได้ว่าไพ่ใบนี้คืออะไร แต่เราสามารถใช้การคาดคะเนร่วมกับการนับไพ่หรืออ่านไพ่ก็ได้
  • Front Loading เมื่อ Hole Card คือไพ่คว่ำของเจ้ามือ Front Loading ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้ามือทำการแจก Hole Card โดยไม่ได้ตั้งใจขณะที่ดึงไพ่ออกจากสำรับ โดยเราต้องพยายามระบุให้ได้ว่าไพ่ใบต่อไปจะเป็นอะไรแล้วค่อยปรับกลยุทธ์ให้เข้ากัน

รวมศัพท์เกมไพ่BlackJack

สรุปก็คือการนับไพ่ แบล็คแจ็ค นั้นเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ แต่ระดับความยากมันจะแปรผันตามจำนวนสำรับไพ่ที่ใช้ในการเล่น ยิ่งมีไพ่มากยิ่งทำให้ยากที่จะควบคุมมันได้ กว่าจะไปถึงจุดที่เรียกว่าสำเร็จ เมื่อหันไปมองบัญชีที่ลงไว้จะรู้ว่ามันแทบจะเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นจึงควรที่จะศึกษากลยุทธ์อื่น ๆ เผื่อไว้บ้าง เพราะในการเล่นจริงเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างใจนึกแน่นอน

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

( รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A ) เวลาเล่น แบล็คแจ็ค สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่อยากเจอก็คือไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A เพราะไพ่ใบนี้มันจะทำให้เราตัดสินใจได้ยากขึ้นว่าจะหมอบดีไหม หรือว่าจะทำประกันเดิมพันเผื่อไว้ดี ต้องมาคิดอีกว่าถ้าไพ่อีกใบของเจ้ามือไม่ใช่ 10 แต้มล่ะ จะเสียเงินฟรีไหม คือถ้าเป็นมือใหม่เจอไพ่ A ใบเดียวอาจมีเสียกระบวนเลยก็ได้ วันนี้เราจะไปดูกันว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A กันครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack

เจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

ทำไมไพ่ A ถึงน่ากลัวใน BlackJack

ในบรรดาไพ่ทั้งหมดที่ใช้เล่น แบล็คแจ็ค ไพ่ A เป็นไพ่ที่มีความผันผวนมากที่สุด คือสามารถเป็นไพ่ที่แข็งที่สุดและอ่อนที่สุดในใบเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าไพ่ที่อยู่ด้วยคือไพ่อะไร หากเป็นจำพวกไพ่ 10 แต้มอย่าง 10, J, Q และ K จะทำให้ไพ่ A มีค่าเป็น 11 แต้มในทันที ขณะเดียวกันถ้าไพ่ใบนี้ไปอยู่กับไพ่หลักหน่วยจำพวก 2-9 ไพ่ A จะมีค่าแค่ 1 แต้มเท่านั้น

การที่จะเล่น BlackJack ไม่ว่าจะเป็นใน คาสิโนออนไลน์ หรือที่ไหนก็ตามเราควรจะศึกษากฎการเล่นให้ดี แต่ละที่แต่ละเกมอาจมีการปรับกฎเกี่ยวกับไพ่ใบนี้ เช่น บังคับให้แยกไพ่โดยปริยายเมื่อได้ไพ่คู่ AA (ถ้าไม่ยอมแยกก็ต้องหมอบ), แยกไพ่ A แล้วก็จะจั่วไพ่ได้อีก 1 ใบ แถมพอจั่วได้ไพ่ 10 แต้มหลังจากแยกคู่ AA แล้วก็ยังไม่นับว่าเป็น แบล็คแจ็ค อีก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ไม่ขอเจอไพ่นี้ก่อนจะดีกว่า แต่สิ่งที่เราจะพูดกันในวันนี้คือการรับมือกับเมื่ออีกฝ่ายได้ไพ่ A กันครับ

ไพ่ A ใบแรก กับเจ้ามือ BlackJack

การที่เจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็นไพ่ A เรียกได้ว่าสร้างความปวดหัวอยู่ไม่น้อย ด้วยไพ่ที่มีมากถึง 6-8 สำรับ ทำให้เรานับไพ่ลำบาก ยากจะคาดเดาโอกาสที่เจ้ามือจะติด แบล็คแจ็ค ด้วยไพ่ใบถัดใบ จึงทำให้ คาสิโนออนไลน์ มักจะมีข้อเสนอให้เราทำประกันเดิมพันกรณีที่เจ้ามือติด แบล็คแจ็ค

นอกจากจะมีโอกาสชนะด้วยไพ่สองใบแรกแล้ว จากสถิติหากไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือไพ่ A มีโอกาสมากถึง 90% ที่จะได้แต้มรวม 17-21 แต้ม ด้วยไพ่ใบที่สอง และมีโอกาสแพ้เพียงแค่ 10% เท่านั้น เลยกลายเป็นว่าฝั่งเราต้องรับแรงกดดันเพื่อที่จะตัดสินใจว่าควรเล่นด้วยตัวเลือกไหนดี

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สูตรเดินเงิน BlackJack Martingale เสียไปก็ได้คืน

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

วิธีสู้กับเจ้ามือที่ถือไพ่ A

  • วางประกันเดิมพัน

ในการเล่น แบล็คแจ็ค หากเจ้ามือหงายไพ่ A ออกมา เราจะมีทางเลือกก็คือ จะวางประกันเดิมพันหรือไม่ โดยที่เราจะได้รับผลตอบเทนในกรณีที่ไพ่อีกใช้ของเจ้ามือเป็นไพ่ 10 แต้ม ซึ่งจะนำไปสู่การชนะด้วย BlackJack และชนะในทันที

หลังจากที่ได้รับข้อเสนอมา หากเราต้องการซื้อประกันดังกล่าวไว้ ส่วนใหญ่จะต้องวางเงินเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเดิมพันที่เราวางไว้ อัตราจ่ายเงินประกันอยู่ที่ 2-1 ในกรณีที่เจ้ามือได้ แบล็คแจ็ค สำหรับการวางประกันเดิมพันจะส่งผลอยู่ 3 กรณีคือ

  • ถ้าเจ้ามือชนะด้วย BlackJack เราจะเสียเดิมพัน แต่ได้เงินประกันพร้อมกำไร
  • ถ้าเจ้ามือชนะด้วยแต้มที่มากกว่า เราจะเสียทั้งเงินเดิมพันและเงินประกัน
  • ถ้าเจ้ามือแพ้ เราจะเสียเงินประกัน แต่ได้เงินเดิมพันพร้อมกำไร

การวางประกันเดิมพัน วัตถุประสงค์หลักก็คือใช้ชดเชยมือที่แพ้ แต่มันก็มีความเสี่ยงเหมือนกันว่าเราอาจเสียมากกว่าเดิมหากอีกฝ่ายชนะด้วยแต้มที่มากกว่า

ถึงอย่างนั้นการวางประกันเราก็ต้องดูจากความเป็นไปได้ด้วยว่ามันมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่อีกฝ่ายจะติด BlackJack และจากความน่าจะเป็นโอกาสที่จะติดไพ่อื่นย่อมมากกว่าไพ่ 10 แต้มอยู่แล้ว

  • ใช้ไพ่ที่มีอยู่ในมือ

ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายถือไพ่ A ไว้ อย่าเพิ่งตกใจไป ให้ดูก่อนว่าไพ่ในมือเราเป็นอย่างไร หากมีใบใดใบหนึ่งที่เป็นไพ่ A ถือว่าเรามี “มืออ่อน” คือไพ่นี้เป็นได้ทั้ง 1 แต้ม และ 11 แต้ม แต่ก็มีข้อดีตรงที่เรามีวิธีรับมือที่หลากหลายมากขึ้น

ก่อนอื่นดูว่าแต้มอีกใบของเรามากหรือน้อย ถ้าเป็นแต้ม 2-7 ก็มีโอกาสที่จะจั่วไพ่ให้มากขึ้น แต่ถ้าเป็นไพ่ 8-9 ความเสี่ยงก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพราะมีโอกาสมากที่แต้มเราจะทะลุ 21 จากการจั่วไพ่ใบที่สาม

แต่ถ้าเป็น “มือแข็ง” คือไม่มีไพ่ A อยู่ในมือเลย ตามกฎแล้วเราก็จะต้องจั่วให้ได้แต้มรวมไม่น้อยกว่า 15 แต้ม หรือจะ Stand ที่ 17-21 แต้มก็ได้

  • ยอมแพ้เสียดีกว่า

หากคิดว่ายังไงก็แพ้แล้วล่ะก็ เราสามารถยอมแพ้ได้ก่อนที่จะมีการจั่วไพ่เพิ่ม โดยเราจะได้รับเงินเดิมพันกลับคืนมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

รวมศัพท์ต้องรู้และวิธีดูแต้มไพ่ BlackJack

อย่างไรก็ตามการที่จะเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ ที่มีไพ่ A อยู่ในมือก่อนแล้วนั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ครับ เพียงแต่เราต้องดูสถานการณ์โดยรอบว่ามีหนทางไหนบ้างที่เราจะสู้ได้ บางทีอาจต้องใช้กลยุทธ์ แบล็คแจ็ค หรือสูตรเดินเงินต่าง ๆ เข้ามาลดความเสี่ยงด้วยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือสติ โปรดอย่าลืมว่าถึงไพ่ A จะใหญ่ที่สุด แต่มันก็มีความเล็กที่สุดในตัว ถ้าเรามัวแต่กลัว บางทีอาจแพ้เอาง่าย ๆ ทั้งที่เรามีไพ่เหนือกว่าอีกฝ่ายครับ