Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

BlackJack 10 ประเภทที่มักเจอใน คาสิโนออนไลน์

BlackJack 10 ประเภทที่มักเจอใน คาสิโนออนไลน์

( BlackJack 10 ประเภทที่มักเจอใน คาสิโนออนไลน์ )ถามก่อนว่ามึนกับเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ใน คาสิโนออนไลน์ ไหม บอกได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า มึน!!! ใครที่เริ่มต้นเล่นไพ่ชนิดนี้แรก ๆ ก็คิดว่าง่ายแหละครับ เพราะไพ่ 21 หัวใจสำคัญคือทำไงก็ได้ให้แต้มไม่เกิน 21 แต้มและเอาชนะเจ้ามือให้ได้ หากจะมีกฎอะไรแปลก ๆ เข้ามาก็ไม่ยากเกินไป ส่วนใหญ่ก็แค่เดิมพันข้างแบบพิเศษ ไม่ก็มีการวางประกันเดิมพันไว้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าเกมไพ่ BlackJack จะมีมากมายจนตาลายไปหมด แต่เชื่อไหมว่าเห็นเยอะแบบนี้มันมีแค่ 10 ประเภทเท่านั้น ว่าแต่มีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สูตร BlackJack ล้มโต๊ะ เล่นง่ายสบายกระเป๋า

Classic BlackJack

  1. Classic BlackJack

เริ่มต้นกันที่เกมฮิตที่มีอายุหลายร้อยปีด้วยไพ่ 21 หรือที่เรียกกันว่า คลาสสิค แบล็คแจ็ค เลยก็แล้วกัน แม้ว่าดั้งเดิมจะใช้ไพ่แค่ 1 สำรับ แต่พอถูกจับเข้าไปไว้ใน คาสิโนออนไลน์ เจ้ามือก็ขอเพิ่มความได้เปรียบเข้าไปด้วยไพ่ที่มากถึง 6-8 สำรับแทน โดยผู้เล่นจะต้องแข่งขันกับเจ้ามือ ซึ่งเจ้ามือจะแจกไพ่ให้ผู้เล่นก่อนแล้วค่อยแจกให้ตัวเอง ไพ่ของเจ้ามือจะถูกหงายไว้ให้เรามองเห็นได้แค่ 1 ใบ ส่วนอีกใบที่เรียกว่า Hold Card จะถูกคว่ำไว้ วิธีเอาชนะคือเราต้องติด BlackJack ให้ได้ด้วยไพ่คู่แรก ไม่อย่างนั้นก็ต้องจั่วไพ่เพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้แต้มที่มั่นใจว่าได้มากกว่าเจ้ามือแน่ ๆ แต่ต้องระวังด้วยว่าอย่าให้แต้มรวมของไพ่เกิน 21 แต้ม เพราะเกมนี้เราไม่มีสิทธิทิ้งไพ่ เกินเมื่อไหร่แพ้ได้ทันที ส่วนเจ้ามือก็จะจั่วไพ่เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้แต้มรวมตั้งแต่ 17 แต้มขึ้นไปถึงจะหยุดได้

นอกจากนี้หากไพ่หงายของเจ้ามือเป็น A เราจะสามารถทำประกันเดิมพันหรือที่เรียกว่า Insurance ได้ หรือจะยอมแพ้ด้วยการ Surrender ก็ได้ แต่ต้องทำในช่วงที่มีไพ่แค่สองใบแรกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม Classic BlackJack ถือได้ว่าเป็นรากฐานของ BlackJack ประเภทต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย

  1. Progressive BlackJack

แบล็คแจ็ค ประเภทนี้จะมีวิธีการเล่นเหมือนกับ Classic BlackJack เกือบทุกอย่าง และพบได้ง่ายตาม คาสิโนออนไลน์ แต่มีความแตกต่างตรงที่เราจะได้ลุ้นเงินแจ็คพอตที่ถูกสะสมมาเรื่อย ๆ จากนักพนันที่ร่วมแข่งขัน วิธีการแข่งก็คือเราจะต้องเลือกโต๊ะที่มีการให้เล่นแจ็คพอตเสียก่อน จากนั้นต้องวางเงินที่เรียกว่า Side bet ประมาณ $1 เพื่อเข้าร่วมเล่น Progressive Jackpot ซึ่งมันจะถูกส่งไปสะสมเป็นเงินแจ็คพอต ทั้งนี้ คาสิโนออนไลน์ แต่ละที่จะกำหนดมูลค่าของการวางเงินแจ็คพอตไม่เท่ากัน และการจ่ายก็จะแตกต่างกันไป อาจถูกกำหนดตามมูลค่าไพ่ในมือ

  1. European BlackJack

เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีวิธีการเล่นคล้ายกับ Classic BlackJack ต่างกันที่จำนวนไพ่ที่ใช้ในการเล่น ซึ่งแบบ European จะใช้ไพ่เพียงแค่ 2 สำรับ ไม่ก็ 4 หรือ 6 สำรับ ในการแจกไพ่ผู้เล่นจะได้รับไพ่หงายทั้งสองใบ ส่วนเจ้ามือจะมีไพ่ใบเดียวหงายอยู่บนโต๊ะ จากนั้นผู้เล่นจะต้องเลือกว่าจะเล่นด้วยตัวเลือก Hit, Stand, Double Down, Split โดยขั้นตอนทั้งหมดจะต้องทำให้จบก่อนที่เจ้ามือจะเรียกไพ่ใบที่ 2 หาก Hit มาแล้วติด BlackJack จะถือว่าเจ้ามือชนะทุกกรณี นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับผู้เล่นคือ

  • ผู้เล่นจะ Double Down เมื่อได้แต้ม 9, 10 หรือ 11 เท่านั้น
  • เจ้ามือจะมองเห็นไพ่ใบที่สองได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นหยุดเล่น
  • ไม่มีการ Surrender ทุกกรณีใน European Blackjack
  • ไพ่คู่ AA จะไม่สามารถทำการแยกซ้ำ หรือ Re-Split ได้อีกหลังจากที่โดนแยกมาจากคู่แรกแล้ว
  1. Atlantic City BlackJack

จากบรรพบุรุษ Classic BlackJack มาถึง Atlantic City แม้จะมีกติกาที่คล้ายกัน แต่จำนวนไพ่ก็ยังคงต่างกันคือ Atlantic City จะใช้ไพ่ 8 สำรับ ผู้เล่นและเจ้ามือจะได้รับไพ่ 2 ใบเหมือนกัน แต่เจ้ามือจะสามารถแอบมองไพ่ใบที่คว่ำอยู่ได้ สำหรับเงื่อนไขการ Hit ของเจ้ามือคือจะต้อง Hit ไปจนกว่าจะรวมแต้มได้ไม่น้อยกว่า 17 แต้ม ส่วนผู้เล่นจะสามารถ Split ได้สูงสุด 3 มือ และทำ Late Surrender หรือ Insurance ระหว่างที่เล่นเกมได้ด้วย

  1. Spanish 21

ย้ายมาทางฝั่งสเปนกันบ้าง โดยไพ่ Spanish 21 จะใช้ไพ่ในการเล่นตั้งแต่ 6-8 สำรับ และมีการเอาหน้า 10 ออกจากกองไพ่ ทำให้เหลือไพ่แค่ 48 ใบต่อสำรับ เรียกได้ว่ามีโอกาสที่เสียค่าเสียโอกาสให้กับเจ้ามือมากกว่า แบล็คแจ็ค ประเภทอื่น ๆ ส่วนวิธีการเล่นก็เหมือนกับแบบคลาสสิค เจ้ามือจะสามารถมองไพ่ที่คว่ำอยู่ได้และชนะทันทีที่ได้ BlackJack แต่ถ้าผู้เล่นได้ BlackJack ด้วยก็จะถือว่าเสมอกัน ทั้งนี้ผู้เล่นสามารถ Late Surrender หรือ Insurance ได้ และสามารถ Double Down หลังจาก Surrendering ได้อีกด้วย

Progressive BlackJack

  1. BlackJack Switch

ความพิเศษของไพ่ประเภทนี้คือ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนไพ่ใบใดใบหนึ่งได้ 1 ใบหลังจากที่ได้รับแจกไพ่ 2 ใบจากเจ้ามือ แต่ก็แลกกับอัตราจ่ายที่ต่ำเพียง 1 : 1 เมื่อเทียบกับ แบล็คแจ็ค ทั่วไปที่จ่ายกันที่ 3 : 2 นอกจากนี้หากเจ้ามือติด BlackJack ก็ถือว่าชนะทันทีในกรณีที่ผู้เล่นมีการเปลี่ยนไพ่ แต่ถ้าผู้เล่นได้ BlackJack เหมือนกันโดยที่ไม่เปลี่ยนไพ่ก็จะถือว่าเสมอกัน

  1. Vegas Strip Blackjack

Vegas Strip จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ที่มีชื่อเสียงในอเมริกา ก่อนที่จะแพร่กระจายความนิยมไปทั่วโลก กติกาจะคล้ายกับแบบคลาสสิค แต่ใช้ไพ่เล่นแค่ 4 สำรับ โดยที่เจ้ามือสามารถแอบมอง Hole Card ได้ ส่วนผู้เล่นจะสามารถ Double Down หลังจาก Split ไพ่คู่ AA เท่านั้น และสามารถ Re-Split ได้ 3 ครั้ง

  1. Pontoon

เป็นเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ที่นิยมเล่นกันในฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, มาเลเซีย และสิงคโปร โดยชื่อ Pontoon นอกจากจะใช้เรียกไพ่ BlackJack แล้วยังใช้เรียกการติดไพ่ BlackJack อีกด้วย ส่วนการ Hit จะเรียกว่า Twist ส่วน Stand จะใช้คำว่า Stick ในส่วนของกติกาการเล่นจะมีความใกล้เคียงกับ Spanish 21 มากที่สุด คือเอาไพ่หน้า 10 ออกจากสำรับ นอกจากนี้ยังไม่มีการแจก Hole Card ให้กับเจ้ามือจนกว่าผู้เล่นจะเล่นเสร็จ

  1. Live BlackJack

เป็นการเล่นผ่านระบบออนไลน์ หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า คาสิโนสด โดยผู้เล่นจะเล่นผ่านการถ่ายทอดสดและสามารถวางเดิมพันด้วยการกดปุ่มควบคุมการเล่น ซึ่งเราจะสามารถเลือกประเภทของ แบล็คแจ็ค ได้ว่าต้องการเล่นแบบไหน นอกจากนี้ คาสิโนออนไลน์ หลายที่ก็มีให้เราได้ทดลองเล่นฟรีกันก่อนด้วย เพื่อที่จะได้ใช้ฝึกมือก่อนลงสนามจริง

  1. Super Fun 21 BlackJack

ประเภทสุดท้ายนี้แทบจะเรียกได้ว่ามันคือ แบล็คแจ็ค ภาคพิสดารของแท้ เพราะ Super Fun 21 เราจะได้รับไพ่ 2 ใบเช่นเดียวกับเจ้ามือ แต่เราจะมีโอกาสแอบมอง Hole Card ความพิเศษของ Super Fun 21 ก็คือหากเรามีไพ่ในมือเท่ากับ 6 ใบหรือมากกว่านี้ และมีแต้ม 20 หรือ 21 เราจะชนะเจ้ามือทันทีแม้ว่าอีกฝ่ายจะติด BlackJack ไปแล้วก็ตาม

Live BlackJack

นอกจากนี้เรายังสามารถ Split ได้มากถึง 4 ครั้ง จะทำ Double Down ตอนไหนยังไงก็ได้ ไม่มีการกำหนดว่าต้องมีไพ่กี่ใบถึงจะเพิ่มเดิมพันได้ แถมยังสามารถเพิ่มเงินเป็นสองเท่าในขณะที่มีไพ่ 5 ใบอยู่ในมือได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ แบล็คแจ็ค ทั้ง 10 ประเภทที่เราจะได้เห็นกันใน คาสิโนออนไลน์ ถึงจะดูเยอะแยะมากมาย แต่ถ้ามีพื้นฐานจาก Classic BlackJack แล้วล่ะก็สามารถเอามาต่อยอดได้ทุกประเภท จะมีที่ต้องทำการบ้านกันเหนื่อยหน่อยก็ตรง Super Fun 21 ที่ค่อนข้างแหวกแนว อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการเล่นรูปแบบไหน ประเภทใด จำไว้กว่ากลยุทธ์ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพียงเท่านี้เงินรางวัลก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน วิธีเล่น BlackJack ให้ชนะพร้อมอัตราจ่ายที่ต้องรู้

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน

BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน

( BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน )รู้หรือไม่ครับว่านอกจากโป๊กเกอร์แล้ว แบล็คแจ็ค ก็เป็นอีกหนึ่งเกมพนันที่มีการแข่งขันในรูปแบบทัวร์นาเม้นต์เหมือนกัน โดยเขาเริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2002 กันแล้ว และเงินรางวัลที่ได้จากการแข่งขันแทบจะเรียกได้ว่าพลิกชีวิตกันเลยทีเดียว จึงทำให้ BlackJack Tournament เป็นเสมือนสังเวียนของนักเล่นไพ่ 21 วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกันครับว่าเขาเล่นกันยังไง ต่างจากที่เราเล่นตาม คาสิโนออนไลน์ ตรงไหนบ้าง

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ BlackJack American Style เล่นอย่างไรมาดูกัน

แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ คืออะไร

สำหรับ แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ เป็นการแข่งขันกันที่เต็มไปด้วยนักเดิมพัน BlackJack ระดับโลกมากมาย ทั้งผู้เล่นที่เป็นระดับตำนาน นักพัฒนาสูตรการเล่น นักกลยุทธ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีผู้เล่นทั่ว ๆ ไปที่อยากจะสัมผัสบรรยากาศแห่งความกดดันในการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ ซึ่งกว่าจะเข้าไปแข่งขันได้ผู้เล่นจำเป็นต้องศึกษาวิธีการเข้าร่วมเดิมพัน รายละเอียดต่าง ๆ รวมไปถึงกลยุทธ์ที่จะเอาไปใช้ ถ้าใครเตรียมตัวมาไม่ดีบอกเลยว่าตายตั้งแต่โต๊ะแรกแน่ เสียทั้งเดิมพันเสียทั้งค่าสมัครแบบไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย

การเล่นแบบทัวร์นาเม้นต์ถ้าจะให้เข้าใจง่ายมันคือการแข่งแบบแพ้คัดออก คนที่ชนะก็จะมีสิทธิในการเล่นรอบต่อไป ยิ่งรอบลึกเงินรางวัลก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

BlackJack Tournament คืออะไร

ความแตกต่างระหว่าง BlackJack ทั่วไปกับ BlackJack Tournament

หากเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดแล้วล่ะก็ เราพอจะแบ่งแยกความแตกต่างระหว่าง แบล็คแจ็ค ทั้งสองประเภทได้ดังนี้

  1. การสู้กันถ้าเป็นแบบทั่วไปจะเป็นการสู้กับเจ้ามือเท่านั้น แต่ถ้าเป็นทัวร์นาเม้นต์เราจะต้องสู้กับผู้เล่นคนอื่นในโต๊ะด้วย
  2. เป้าหมายในการเล่นแบบทั่วไปคือเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะ ส่วนทัวร์นาเม้นต์จะชนะด้วยการสะสมชิปเดิมพันให้มากกว่าคู่แข่งคนอื่น แม้ชิปที่ได้รับจะน้อยกว่าชิปเดิมพันเริ่มต้นของเราเองก็ตาม
  3. การแข่งขันแบบทัวร์นาเม้นต์ เราจะมีโอกาสชนะเงินเดิมพันจำนวนมากหากเป็นการแข่งในระดับใหญ่ ๆ พร้อมกับโบนัสต่าง ๆ ซึ่งไม่มีในการเล่น แบล็คแจ็ค แบบทั่วไป
  4. ผู้เล่นจะต้อง Buy-in ชิปพร้อมกับจ่ายค่าธรรมเนียมในการเล่นทัวร์นาเม้นต์ และจะมีการกำหนดการขาดทุนขั้นต่ำไว้ แต่การเล่นในแบบทั่วไปตาม คาสิโนออนไลน์ จะมีการกำหนดเงินขาดทุนขั้นต่ำ เพราะไม่มีการจำกัดเงินเดิมพันทั้งหมด
  5. ในแง่ของการใช้กลยุทธ์หากเป็นการเล่นแบบทั่วไปแค่การนับไพ่ หรือกลยุทธ์พื้นฐานไม่กี่อย่างก็เพียงพอแล้ว ต่างจากทัวร์นาเม้นต์ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเรื่อย ๆ
  6. ในการพัฒนาไพ่ของตัวเองเราจะสามารถใช้วิธีการนับไพ่และดูไพ่ได้ในการเล่นแบบทั่วไป ถ้าเป็นการเล่นระดับทัวร์นาเม้นต์ กลยุทธ์ของผู้เล่นคนอื่นก็มีผลต่อการพัฒนาไพ่ในมือเราเช่นกัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ รวมศัพท์ต้องรู้และวิธีดูแต้มไพ่ BlackJack

ขั้นตอนการแข่งขัน BlackJack Tournament

ในการแข่งขันรูปแบบนี้ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำการ Buy-in หรือก็คือเอาเงินเดิมพันไปแลกชิปเพื่อเข้าร่วมรายการตามที่ผู้จัดได้กำหนดไว้ ซึ่งเงิน Buy-in จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ Prize Pool ซึ่งเป็นเงินรางวัลที่จะจ่าย และอีกส่วนจะเป็นค่าดำเนินการให้กับคาสิโนที่จัดการแข่งขัน

ยกตัวอย่างเช่น Tournament กำหนดให้ Buy-in = $50+$2 กำหนดโควตาไว้แค่ 300 คนสำหรับรายการนี้ เงินรางวัลสำหรับผู้ชนะคือ ($50 x 300) = $15,000 ส่วนผู้จัดงานหรือคาสิโนจะได้รับค่าดำเนินการ ($2 x 300) = $6,000

ในเรื่องของเงินรางวัลก็ยังมีอยู่สองแบบคือกำหนดชัดเจนไปเลย กับแบบการันตีเงินรางวัลขั้นต่ำ ซึ่งผู้ชนะมีโอกาสที่จะได้รับเงินรางวัลมากกว่าที่ผู้จัดการันตีเอาไว้ อย่างไรก็ตามหากมีผู้เข้าแข่งขัน แบล็คแจ็ค ไม่เต็มจำนวน ทางคาสิโนก็ต้องเป็นผู้ออกส่วนต่างที่ขาดอยู่ทั้งหมดตามเงินรางวัลที่ได้กำหนดไว้

BlackJack Tournament

การแข่งขัน BlackJack Tournament มีกี่แบบ

โดยทั่วไปแล้วการแข่งขันแบบทัวร์นาเม้นต์จะแบ่งออกเป็น 4 แบบด้วยกันคือ

  1. Elimination

การแข่งขันรูปแบบนี้จะเป็นลักษณะแพ้คัดออก ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งกันเป็นรอบ ๆ ผู้ชนะในแต่ละโต๊ะจะมีสิทธิเข้าไปเล่นในรอบถัดไปด้วยชิปที่เหลืออยู่ และในรอบสุดท้ายจะเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 1-3 คน ในการแข่งขัน แบล็คแจ็ค บางรายการผู้ที่แพ้สามารถกลับเข้ามาเล่นใหม่ได้ด้วยการ Rebuy ตามกฎและช่วงเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น สำหรับกฎมาตรฐานของ Elimination มีดังนี้

  • ในหนึ่งโต๊ะจะมีผู้เล่นได้ 6 คน
  • ผู้ชนะ 2 คนในโต๊ะจะมีสิทธิเข้าไปเล่นในรอบต่อไป
  • ในแต่ละรอบจะจำกัดการเล่นไว้ที่ 8, 16, 25 และ 30 ตาเท่านั้น
  • ผู้ชนะคือผู้เล่นที่ได้รับชิปมากที่สุดภายใน 30 ตาเดิมพัน
  1. Leader Board

เป็นการแข่งขันแบบไม่มีการวัดจำนวนรอบการแข่งขัน ผู้เล่นสามารถเล่นที่โต๊ะใดโต๊ะหนึ่งได้จนกว่าการแข่งขันจะสิ้นสุด เป้าหมายของการเล่นคือจะต้องสะสมชิปให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะไต่อันดับบนบอร์ดซึ่งจะเรียงลำดับจากผู้เล่นที่ได้ชิปจากการเล่นมากที่สุดไปหาน้อยสุด ซึ่งผู้เล่นจะสามารถเช็คอันดับของตัวเองได้จากบอร์ดที่ประกาศเท่านั้น

เมื่อผู้เล่นเหลือน้อยลง กรรมการจะประกาศรอบสุดท้ายของการเล่น โดยในรอบนี้ผู้เล่นที่มีชิปตามจำนวนที่กำหนดเท่านั้นที่จะได้สิทธิเล่น ส่วนมากจะเป็นอันดับที่ 1-5 ของบอร์ด จากนั้นผู้เล่นที่มีชิปมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน

  1. Mini & Major

ปกติแล้วตามบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ จะมีการจัดการแข่งขัน มินิ แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ เป็นประจำทุกอาทิตย์ ส่วนค่าธรรมเนียมเข้าร่วมแข่งขันหรือ Buy-in จะอยู่ประมาณ $25 ไม่เกินนี้ สำหรับเวลาที่ใช้เล่นก็ไม่เกินหนึ่งวัน การันตีเงินรางวัลไม่เกิน $2,000 โดยประมาณ

ส่วนระดับ เมเจอร์ จะใช้เวลาในการแข่งมากกว่า 1 วัน ส่วนใหญ่จะอยู่ราว ๆ 1 สัปดาห์ และส่วนมากมักจะจัดกันที่บ่อนคาสิโนเป็นหลัก มีค่า Buy-in ที่สูงกว่า Mini BlackJack Tournament แต่ก็แลกกับการการันตีเงินรางวัลที่มากถึง 6-7 หลัก นอกจากนี้ผู้เข้าแข่งขันยังจะได้รับโปรโมชั่นต่าง ๆ จากผู้จัดไม่ว่าจะเป็นที่พักฟรี ส่วนลดที่พัก บัตรกำนัล บัตรรับประทานอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย

  1. Sit & Go’s

ถือได้ว่าเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่ง่าย ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมการแข่งขันผ่านทาง คาสิโนออนไลน์ การเล่นจะเป็นแบบโต๊ะเดียวตาเดียว เกมจะเริ่มก็ต่อเมื่อมีผู้เล่นเข้ามาในห้องแข่งขันครบตามจำนวนที่กำหนด

ผู้เล่นที่มีชิปเยอะที่สุดในตาจะเป็นผู้ชนะของโต๊ะ และจะได้ลุ้นรับโบนัสรวมไปถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากผู้จัด Sit & Go’s จึงเป็นเกมที่เหมาะสำหรับนักเดิมพันทุกระดับอย่างแท้จริง

ประเภทของ BlackJack Tournament

ประเภทของ BlackJack Tournament

ในการแข่งขัน BlackJack Tournament จะแบ่งตามประเภทของการแข่งขันไว้ด้วยกัน 3 ประเภทคือ

  1. Buy-in Tournament

เป็นการแข่งขันที่ผู้เล่นจะต้องแลกชิปเดิมพันตามที่ผู้จัดกำหนดไว้ มักจะพบเจอได้ในการแข่งระดับใหญ่ ๆ อาจเป็นบ่อนที่มีชื่อเสียง หรือการแช่งระดับประเทศ ระดับโลก เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่รวบรวมนักเล่น แบล็คแจ็ค ไว้มากที่สุด ข้อดีก็คือเรามีโอกาสที่จะได้รับเงินรางวัลที่สูงชนิดเปลี่ยนชีวิตกันได้ และถ้าผู้จัดการันตีเงินรางวัลขั้นต่ำก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเรา ถึงอย่างนั้นก็มีข้อเสียตรงที่เราอาจเสียผลประโยชน์จากการที่ต้องขนเงินจำนวนมากไปแลกชิปเพื่อ Buy-in หรือเสียเงินค่าธรรรมเนียมในการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

  1. BlackJack Free rolls

สำหรับใครที่ไม่พร้อมเสียเงินก้อนโตในการ Buy-in ล่ะก็ Free rolls ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเพราะไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเข้าแข่งขัน หรือแลกชิปตามอัตราที่กำหนดไว้ ในการแข่ง แบล็คแจ็ค ประเภทนี้มีการแบ่งรูปแบบการแข่งขันออกเป็น 2 แบบ คือ

  • แบบเปิด คือไม่มีการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
  • แบบใช้คะแนนสะสม คือผู้เล่นจะต้องเป็นสมาชิกก่อน จากนั้นถึงทำการแข่งขันโดยใช้คะแนนสะสมภายในบัตร

อย่างไรก็ตามการแข่งขันประเภทนี้เป็นเหมือนก้าวแรกสำหรับนัก BlackJack ที่อยากลองสัมผัสบรรยากาศแบบทัวร์นาเม้นต์ หรือเป็นนักเล่นที่มือใหม่ ไม่ก็คือพวกที่ไม่พร้อมจะรับความเสี่ยงใด ๆ เลย แต่ด้วยความที่มีนักเล่นมากหน้าหลายตา เราอาจโชคร้ายไปเจอผู้เล่นที่เก่งกว่าอยู่ในโต๊ะเดียวกันก็ได้เพราะเป็นการเล่นแบบเปิด

ส่วนการใช้คะแนนสะสมมักจะเห็นได้ตาม คาสิโนออนไลน์ โดยผู้เล่นจะใช้คะแนนสะสมที่ได้มาลองเล่น แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ ซึ่งในแง่ของคาสิโนก็เป็นผลดีคือผู้เล่นจำนวนมากจะช่วยกันปั่นเดิมพันเพื่อให้ได้คะแนนสะสม แล้วนำไปต่อยอดในการเล่น BlackJack Tournament ต่อไป

  1. VIP Tournament

อันนี้ก็ตามชื่อเลยครับ เพราะผู้เล่นที่จะเข้าร่วมได้ล้วนอยู่ในระดับ VIP อาจถูกเชิญจาก คาสิโนออนไลน์ ให้มาร่วมเล่น รวมไปถึงผู้เล่นที่มีคะแนนสะสมถึงระดับ VIP การแข่งขันจะวางเดิมพันกันด้วยเงินจำนวนมาก ทำให้ผู้ชนะมีโอกาสได้เงินก้อนโตกลับไป อีกทั้งรายการประเภทนี้จะมีคู่แข่งน้อย ทำให้มีโอกาสชนะเยอะ

BlackJack Tournament เล่นที่ไหนดี

หลัก ๆ สำหรับผู้ที่สนใจเล่น แบล็คแจ็ค ทัวร์นาเม้นต์ ช่องทางแรกเลยก็คือ บ่อนคาสิโน ส่วนมากจะเป็นการแข่งแบบที่ต้อง Buy-in เข้าไป ซึ่งเราสามารถศึกษาหาข้อมูลการแข่งขันได้ตามเว็บไซต์ของผู้จัด หรืออีกช่องทางหนึ่งก็คือแข่งขันผ่าน คาสิโนออนไลน์ อันนี้จะเล่นง่ายที่ไหนก็ได้ แต่จะมีการกำหนดช่วงเวลาการแข่งขันที่ชัดเจน ซึ่งสมัยนี้สามารถแข่งขันกันผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ Application บนมือถือได้ด้วย เรียกได้ว่าสะดวกสบายสุด ๆ

Hole Carding

กลยุทธ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการแข่งขัน BlackJack Tournament

ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในบ่อนคาสิโนหรือตาม คาสิโนออนไลน์ กลยุทธ์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องมีติดตัวไว้เสมอ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีอยู่ 4 อย่างคือ

  1. รู้จักกลยุทธ์พื้นฐาน

พื้นฐานสำคัญที่นักเล่น BlackJack ต้องมีก็คือกลยุทธ์พื้นฐานที่เรียกว่า Soft Hand & Hard Hand สำหรับหลักการมีดังนี้

  • Stand ทุกครั้งที่ได้ 17 แต้มขึ้นไป
  • Hit ทุกครั้งเมื่อถือแต้มไว้ไม่เกิน 8 แต้ม
  • เมื่อมีแต้ม 12 – 16 แล้วเจ้ามือถือ 2-6 แต้มไว้ให้ Stand แต่ถ้าไม่ก็ให้ Hit
  • Double Down ทันทีที่ได้ 10 หรือ 11 แต้ม
  • จำไว้ว่าไพ่คู่ 88, 99 และ AA ต้อง Split
  • Stand เสมอถ้าเจอไพ่คู่ 1010

นอกจากนี้แล้วยังมีกลยุทธ์อื่น ๆ อีกมากมายให้เราได้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการนับไพ่ อ่านไพ่ หากรู้จักประยุกต์ใช้ก็จะทำให้เรามีโอกาสชนะเพิ่มขึ้น

  1. เดิมพันให้แตกต่างจากคนอื่น

ในการเล่นทัวร์นาเม้นต์ต้องจำไว้ว่าเราไม่ได้แข่งกับเจ้ามือเพียงอย่างเดียว แต่มีผู้เล่นด้วยกันเป็นคู่แข่งด้วย ดังนั้นการใช้กลยุทธ์เดิม ๆ หรือพวกที่ใคร ๆ ก็ใช้กันอาจจะไม่ได้ผลมากนัก หากบลัฟด้วยเดิมพันอาจสร้างความปั่นป่วนให้กับอีกฝ่าย อย่างเช่นหากอีกฝ่ายเดิมพันสูง เราอาจแทงต่ำ แต่ถ้าเขาแทงต่ำ เราสวนด้วยเดิมพันก้อนโต ซึ่งวิธีนี้จะทำให้อีกฝ่ายคาดเดาได้ยากขึ้นว่าในมือเราถืออะไรอยู่

  1. สร้างกลยุทธ์ใหม่เสมอ

การรู้จักสังเกตท่าทีของผู้เล่นถือเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่จะช่วยให้เราสร้างกลยุทธ์ใหม่ ๆ ออกมาสู้ได้อย่างเหมาะสม เป้าหมายของทัวร์นาเม้นต์คือการทำให้ตัวเองมีชิปกองโตที่สุด ทันทีที่เราได้ Hard Hand มาอาจเล่นแบบ Conservation คือแบบค่อยเป็นค่อยไปก่อน เพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ แล้วค่อยเล่นใหญ่ใส่หนักกันแบบ Aggressive เพื่อให้อีกฝ่ายเต้นตามจังหวะของเรา เมื่อใดก็ตามที่คิดว่าได้แต้มดีที่สุด และสามารถล้มเจ้ามือได้ ก็เพิ่มชิปลงไป แต่ก็อย่าลืมใช้กลยุทธ์อื่นควบคู่ไปด้วยจะดีมาก ๆ

  1. รู้จักใช้ตำแหน่งในโต๊ะ

ใครที่ศึกษาโป๊กเกอร์มาจะรู้ว่าตำแหน่งนั้นสำคัญสุด ๆ และใน แบล็คแจ็ค ก็เช่นกัน เพียงแต่หลักการใช้งานตำแหน่งอาจแตกต่างกันไปมาก ถึงอย่างนั้นการนั่งในตำแหน่งแรกหรือที่เรียกว่า The Button ก็ยังคงเป็นตำแหน่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะเราต้องเล่นเป็นคนแรกโดยที่ไม่มีข้อมูลของคนอื่นเลย ขณะเดียวกันตำแหน่งสุดท้ายจะทำให้เรามองเห็นหมดเลยว่าใครวางชิปมากน้อยแค่ไหน จากนั้นค่อยเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น

หากเราได้อยู่ตำแหน่งแรก ให้วางเดิมพันด้วยชิปจำนวนมากไว้ก่อน เพื่อกันไม่ให้คนอื่นตามมา เพราะคิดว่าเรามีไพ่ดีในมือ แต่ถ้าเรากำลังตามหลัง The Leader ก็ควรจะวางเดิมพันตามไปเลยด้วยชิปที่เท่ากัน หรือน้อยกว่าเล็กน้อย แต่มีเงื่อนไขว่าเราจะต้องให้ผ่านช่วง The Button ก่อนถึงจะตามได้

BlackJack

  1. คุมเดิมพันในแต่ละรอบให้อยู่

ไม่ว่าจะเป็น Eliminate หรือ Leader Board การตรวจสอบชิปที่วางแต่ละตา เทียบกับผู้แข่งขันที่นำอยู่คือสิ่งที่ต้องทำ เพื่อหาจังหวะวางชิปที่เหมาะสม ไม่ว่าจะวางน้อยหรือวางมาก เพราะในการวางแต่ละครั้งจะส่งผลถึงอันดับของเราในทัวร์นาเม้นต์ด้วย

สมมติว่าเราเล่น Eliminate อยู่เราสามารถถูกตัดออกรายการทุกเมื่อหากสะสมชิปไม่ถึง ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครบ้างที่จะได้เข้ารอบต่อไป มีชิปเท่าไหร่ และในรอบนี้เราจะต้องเล่นทั้งหมด 8 ตา ซึ่งมาถึงตาสุดท้ายแล้ว ในตอนนี้เราขาดชิปอีกแค่ 1,500 เพื่อที่จะได้ไปต่อ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือเพิ่มเงินเดิมพันให้มากกว่า 1,500 เพื่อที่จะเอาชนะเกมในรอบตัดสินให้ได้

จำไว้ว่ากลยุทธ์ที่ดี คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้เราเข้าใกล้ The Leader ได้มากที่สุด และไม่เสี่ยงที่จะทำให้ชิปหมดเร็วเกินไปด้วย

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack

Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack

( Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack )ในโลกของ คาสิโนออนไลน์ นักพนันแต่ละรายย่อมมีเทคนิควิธีการเอาชนะที่แตกต่างกัน ซึ่งวิธีการเหล่านี้ต่างก็ได้มาจากการมองเห็นช่องโหว่ของเกม หรือโอกาสที่จะเอาชนะเจ้ามือ รวมไปถึงการพัฒนากลยุทธ์ต่าง ๆ ด้วยประสบการณ์จนกลายเป็นสูตรการเล่นต่าง ๆ ที่สืบทอดกันมา โดยเฉพาะเทคนิคHole Cardingที่ได้ชื่อว่าเป็นวิธีการแสนง่ายที่จะเอาชนะ BlackJack ว่าแต่มันคืออะไร มันใช้อย่างไร ไปดูกันเลยครับ

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน กติกาการเล่นไพ่ BlackJack และเทคนิคพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

Hole Cardingคืออะไร

Hole Cardingคืออะไร

ถ้าจะเอาง่าย ๆ ตรงไปตรงมา มันก็คือเทคนิคการแอบมองไพ่ แบล็คแจ็ค นั่นเอง แต่การที่จะใช้เทคนิคนี้ได้จำเป็นต้องมีชั้นเชิงกันเสียหน่อย ไม่ต่างจากการบลัฟในโป๊กเกอร์ที่ต้องทำด้วยความชำนาญอย่างมีศิลปะ และหากสามารถทำได้ล่ะก็โอกาสที่เราจะชนะมีมากกว่า 95% เลยทีเดียว

หัวใจของHole Cardingคือการเก็บข้อมูลบางอย่างจากไพ่ที่คว่ำอยู่ (Hole Card) ของเจ้ามือ การที่จะมองไพ่ใบนี้ได้จำเห็นต้องใช้ความสามารถล้วน ๆ อุปกรณ์ไม่ต้อง ถึงมันจะดูยากไปเสียหน่อย แต่รับรองได้เลยว่ามันไม่ผิดกฎหมายและเจ้ามือก็ไม่สามารถเอาผิดเราได้ด้วย เว้นแต่ว่าเราจะส่งคนไปยืนมองไพ่หลังเจ้ามือหรือมีคนแอบส่งสัญญาณให้ อันนี้คือผิดเต็ม ๆ แล้วก็เตรียมตัวรับบทลงโทษกันได้เลย

BlackJack ถือได้ว่าเป็นเกมที่ต้องเล่นด้วยการคาดคะเนและคำนวณไพ่จากแต้มของเรากับเจ้ามือ เมื่อใดก็ตามที่รู้ถึงความน่าจะเป็นของHole Cardฝั่งเจ้ามือก็จะทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งดีกว่าการนั่งมองไพ่เฉย ๆ และสร้างความเสียเปรียบให้เราได้มากถึง 0.5% อย่างไรก็ตามกลยุทธ์Hole Cardingแม้จะไม่ผิดกฎหมายแต่ถ้าถูกจับได้ก็อาจโดน เจ้ามือ หรือ คาสิโนออนไลน์ ตัดสิทธิ์ไม่ให้เล่นเลยก็ได้

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน 14 เคล็ดลับที่จะช่วยให้มือใหม่ชนะ BlackJack ได้ง่ายขึ้น

กลยุทธ์Hole Cardingใช้อย่างไร

  1. เลือกโต๊ะก่อนเล่นเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ สิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจเล่นก็คือการเลือกโต๊ะก่อนเล่นเสมอ โดยมองหาโต๊ะที่เป็นดีลเลอร์มือใหม่ หรือพวกประสบการณ์น้อย พวกนี้จะไม่ค่อยรอบคอบมากนัก ทำให้มีโอกาสผิดพลาดสูง วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือดูที่การหยิบไพ่ หากเป็นพวกที่คล่องมาก ๆ มักจะหยิบไพ่แทบจะไม่ห่างจากโต๊ะ ต่างจากดีลเลอร์มือใหม่ที่มักจะหยิบไพ่สูงกว่าโต๊ะผิดปกติ

  1. วิเคราะห์ดีลเลอร์ก่อนวางเดิมพัน

หลังจากที่เราได้โต๊ะแล้ว อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้าไปนั่งวางเดิมพันในทันที แต่ให้ลองดูก่อนสัก 2-3 ตา เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์Hole Cardingจะสามารถใช้กับดีลเลอร์คนนี้ได้จริง นอกจากนี้ต้องคอยดูด้วยว่าจุดนั่งตรงไหนที่ทำให้เราได้เปรียบในการมองไพ่ ที่สำคัญควรจะทำทีให้เหมือนว่าเรามาดูเกม แบล็คแจ็ค จะได้ไม่ถูกสงสัยตั้งแต่ยังไม่ได้เล่น

 

Hole Carding

  1. มองหาโต๊ะที่วางที่สับไพ่ใกล้กับผู้เล่น

เครื่องสับไพ่ถือว่าเป็นอีกแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้Hole Cardingของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรจะเลือกจุดที่สามารถมองเห็นเครื่องสับไพ่ได้ชัดเจน เช่น ตำแหน่งขวามือสุดของโต๊ะ BlackJack ที่มักจะวางเครื่องไว้แถวนี้ อย่างน้อยมันก็จะช่วยให้เรามีโอกาสแอบมองไพ่ได้มากขึ้น

  1. มองหาเครื่องสับไพ่ที่ช่องหยิบไพ่สูงกว่าโต๊ะ

สำหรับเครื่องสับไพ่คาสิโนบางแห่งยังคงใช้เครื่องรุ่นเก่าที่มีช่องหยิบไพ่หรือปากทางออกอยู่เหนือโต๊ะประมาณ 2-3 นิ้ว ถือเป็นช่องโหว่หนึ่งที่ทำให้เราสามารถแอบมองไพ่ได้ แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมีของแบรนด์ ACE สีดำเท่านั้นที่ยังคงทำปากทางออกสูงเหนือโต๊ะ และยังคงนิยมใช้ในคาสิโนอีกด้วย

  1. นั่งในจุดที่ตรงกับมือแจกไพ่ของดีลเลอร์

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้คือดีลเลอร์แต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนถนัดซ้าย บางคนถนัดขวา ตรงนี้เราเอามาวิเคราะห์ได้ว่าหากดีลเลอร์ถนัดซ้ายให้เรานั่งฝั่งซ้ายของดีลเลอร์ซึ่งเป็นตำแหน่งแรก หรือถ้าดีลเลอร์ถนัดขวาก็ให้นั่งฝั่งขวาของดีลเลอร์แทน ซึ่งจะเป็นตำแหน่งสุดท้าย

  1. จับจ้องมองที่มุมไพ่Hole Card

สำหรับนักเล่น แบล็คแจ็ค มืออาชีพ จะไม่ค่อยพลาดในการมองมุมไพ่Hole Cardของเจ้ามือ จากมุมไพ่ที่เผลอเผยอให้ได้เห็นเพียงเล็กก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าไพ่ใบนั้นคืออะไร หากมองไม่เห็นตัวเลขและมีลักษณะเป็นขอบ ไพ่นั้นมีโอกาสเป็น Face Card (ไพ่ J, Q, K) หากมองไม่เห็นอะไรเลยอาจเดาว่าเป็นไพ่แต้มต่ำอย่าง A, 2, 3 การจะใช้เทคนิคนี้ได้นอกจากความเนียนแล้วอาจต้องใช้แว่นดำในการพรางสายตาที่จับจ้องHole Cardของเจ้ามือด้วย

  1. มองมุมไพ่ทุกครั้งที่มีการเช็ค

ทันทีที่ไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น A หรือไพ่ 10 แต้ม ดีลเลอร์ส่วนใหญ่มักจะแอบมองไพ่อีกใบว่าสามารถทำให้ตนติด BlackJack ได้หรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แอบดูไพ่ไปด้วย

  1. เพิ่มโอกาสชนะด้วยการเล่นกันเป็นทีม

Hole Cardingจะทรงพลังยิ่งขึ้นเมื่อเราเล่นกันเป็นทีม เพราะมันจะช่วยให้เรามีโอกาสชนะมากถึง 70% เพียงแค่เรามีเพื่อนเล่นอยู่ด้วยในโต๊ะนั้น หากมีคนใดคนหนึ่งที่สามารถแอบมองไพ่ได้ อาจใช้วิธีส่งสัญญาณที่รู้กันในกลุ่ม จะเป็นเคาะโต๊ะ แตะขา หรือว่าอะไรก็ได้ แต่สิ่งสำคัญก็คืออย่าให้ใครรู้ว่าเรารู้จักกัน เพื่อให้เกิดความไหลลื่นและเลี่ยงต่อการถูกจับได้

  1. เสี่ยงเท่าที่จำเป็น

เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถคาดเดาได้ว่าHole Cardของเจ้ามือคืออะไร เราก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเดิมพันได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ควรเสี่ยงเด็ดขาด ให้ทำตามแผนเดิมหรือใช้กลยุทธ์พื้นฐานอื่น ๆ แทน เช่น การนับแต้มไพ่ เป็นต้น

BlackJack-Hole Carding

  1. ไม่พลาดที่จะ Double Down หรือ Split ทุกครั้งที่เจ้ามือมีโอกาสทะลุ 21 แต้ม

ถ้าหากว่าไพ่ของเจ้ามือมีโอกาสที่จะติดแต้มระหว่าง 12-16 ก็มีความเป็นไปได้ว่าในการจั่วครั้งต่อไปมีโอกาสที่เจ้ามือจะมีแต้มรวมเกิน 21 แต้ม ให้เรา Double Down หรือถ้าถือไพ่คู่อยู่ในมือล่ะก็แยกมันออกมาเป็น 2 กอง จะช่วยให้เรามีโอกาสทำกำไรมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการทำHole Cardingจะช่วยให้เรารู้แนวทางการเล่นว่าต่อไปควรจะ Hit หรือ Stand ดี

  1. รีบ Hit เมื่อเจ้ามือติด 17 แต้ม

หลังจากที่เรามอง Hole Card ของเจ้ามือแล้วมั่นใจว่าต้องได้แต้มอย่างน้อย 17 แต้ม ควรจะ Hit ทันที เพราะถ้าเรามีน้อยกว่า 17 แต้มเท่ากับว่าเรามีโอกาสแพ้มากกว่า แต่ก็ต้องดูด้วยว่าแต้มในมือเรามีโอกาสที่จะ Bust หรือแต้มทะลุ 21 แต้มหรือไม่จากการจั่วไพ่ใบต่อไป

  1. ไม่จำเป็นต้อง Hit หากคิดว่าอีกฝ่ายจะเกิน 21 แต้ม

เงื่อนไขการเอาชนะ แบล็คแจ็ค ไม่ใช่การได้ 21 แต้ม แต่ 21 แต้มคือคะแนนสูงสุดของเกมไพ่ชนิดนี้ ดังนั้นหากคิดว่าอีกฝ่ายจะติด Bust แล้วล่ะก็ เราเองไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง Hit แต่อย่างใด แค่ Stand เอาไว้รอให้อีกฝ่ายทำแต้มเกิน แค่นี้เราก็ชนะได้ง่าย ๆ แล้ว

นอกจากพื้นฐานของกลยุทธ์Hole Carding ทั้ง 12 ข้อนี้แล้ว การที่จะทำให้เทคนิคนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นจำเป็นต้องใช้การฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญ นอกจากนี้กลยุทธ์Hole Carding ยังแบ่งออกเป็น 4 รูป ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันดังนี้

รูปแบบที่ 1 : First-Basing and Spooking

เป็นวิธีการพื้นฐานในการเช็คไพ่ Hole Card โดยเราจะแอบมองไพ่ของเจ้ามือขณะที่อีกฝ่ายกำลังเช็คไพ่ Hole Card อยู่ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า First-Basing ส่วนการทำ Spooking คือการให้ผู้เล่นอีกคนช่วยแอบมอง Hole Card ของดีลเลอร์จากอีกมุม จากนั้นค่อยแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยการส่งสัญญาณให้กัน สำหรับนักเดิมพันที่เชี่ยวชาญการทำHole Carding ในเกม แบล็คแจ็ค มักจะเอาข้อมูลที่ได้มาอ้างอิงกับตารางสูตรข้างล่างเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะ Hit หรือ Stand

First-Basing and Spooking

จากตารางเป็นตัวอย่างการเล่น BlackJack ที่ใช้ไพ่ 6 สำรับในการเล่น และเจ้ามือจะ Stand เมื่อได้แต้ม 17 โดย Columns จะหมายถึงแต้มฝั่งเจ้ามือ ส่วน Rows จะหมายถึงแต้มฝั่งเรา สีแดงคือ Stand และสีเขียวคือ Hit ยกตัวอย่างเช่น เจ้ามือได้ 17 แต้ม ส่วนเราได้ 18 แต้ม จุดตัดคือสีเขียวแสดงว่าตานี้เราจะต้อง Hit

รูปแบบที่ 2 : Front-Loading

การทำ Front Loading คือการแอบมองไพ่ขณะที่ Hole Card ถูกเลื่อนไปอยูใต้ไพ่ที่หงาย เราจะเริ่มมองตั้งแต่ตอนที่ไพ่ออกจากเครื่องสับไพ่โดยอาศัยช่วงเวลาที่ไพ่ย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ทักษะการแอบมองระดับสูง เพราะมีแค่ช่วงที่ไพ่ถูกหยิบขึ้นมากับจังหวะที่ไพ่สะดุดกับโต๊ะเท่านั้นเราจะมีโอกาสได้แอบมอง ดังนั้นการนั่งในตำแหน่งที่อยู่ใกล้เครื่องแจกไพ่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้วิธีนี้ได้ผลดียิ่งขึ้น

รูปแบบที่ 3 : Partial Information

เนื่องจาก Hole Cardingเป็นกลยุทธ์ที่ต้องใช้ความชำนาญในการแอบมองเป็นหลัก แต่ข้อมูลที่ได้มาก็มักจะทำให้เกิดความลังเล เช่น หากเห็นขอบไพ่ไม่มีจุดสีอะไรเลย อาจเป็นไพ่ A, 2 หรือ 3 ก็ได้ แต่ถ้ามีจุดสีเล็ก ๆ อาจเป็นไพ่ 4-10 ซึ่งตรงนี้ถ้าไม่มีความมั่นใจก็อาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้ได้เหมือนกัน ดังนั้น Partial Information จึงเกิดมาเพื่อแก้ไขสิ่งด้วยด้วยตารางข้อมูลด้านล่าง

Partial Information

จากตารางนี้ Column จะหมายถึงแต้มไพ่หงายของเจ้ามือ ส่วน Rows คือแต้มไพ่ของเรา สมมติว่าไพ่หงายของเจ้ามือเป็น 9 แต้ม แล้วเรามีอยู่ 12 แต้ม จากตารางจะเป็นสีแดงหมายความว่าให้เรา Stand ไว้ก่อน เพราะเจ้ามือมีโอกาส Hit เกิน 21 แต้ม หากไพ่อีกใบทำให้มีแต้มอยู่ระหว่าง 12-16 แต้ม หรือถ้าไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็น A ส่วนเรามี 17 แต้ม จะเห็นว่าเป็นช่องสีเขียว หมายความว่าให้เรา Hit สู้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีโอกาสติด แบล็คแจ็ค แต่การจั่วสู้ก็ดีกว่ายอมแพ้ไปเฉย ๆ

รูปแบบที่ 4 : Next Card Play

กลยุทธ์ Next Card Play ค่อนข้างจะย้อนแย้งกับ Hole Carding เสียหน่อยตรงที่เราจะไม่สนใจ Hole Card ของเจ้ามือ แต่เบนความสนใจไปที่ไพ่ใบที่สามของเจ้ามือแทน หรือที่เรียกกว่า Next Card ซึ่งต้องอาศัยจังหวะแจกไพ่ใบที่สามเท่านั้นในการแอบมอง ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อกลยุทธ์นี้ก็คือ ตำแหน่งที่นั่ง การนั่งในตำแหน่งแรกหากไม่ Hit คนต่อไปก็จะ Hit แทน แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งสุดท้ายแล้วไม่ Hit เจ้ามือก็อาจยกเลิกไพ่ใบนี้ หรือใช้เป็นไพ่ใบที่สองของเจ้ามือแทน ดังนั้นการมองไพ่ Next Card จึงช่วยให้เรามีโอกาสคาดเดาได้แม่นขึ้นและเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราด้วย

สำหรับใครก็ตามที่ต้องการใช้กลยุทธ์Hole Carding การฝึกฝนทักษะแอบมองแบบเนียน ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ หลายคนอาจมองว่ามันเป็นเรื่องยากมากหากเราจะใช้กลยุทธ์นี้ในบ่อนคาสิโน เพราะหลายที่ก็มีการใช้เครื่องสับไพ่ที่มีช่องจ่ายแทบจะเรียบไปกับโต๊ะ แต่ก็อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่าต่อให้เป็น คาสิโนออนไลน์ ถ้าหากดีลเลอร์เป็นมือใหม่หัดแจกไพ่ ยังไงก็ย่อมมีจุดอ่อนให้เราได้เห็น และเล่นงานด้วยกลยุทธ์นี้ อย่างไรก็ตามใครที่คิดจะเพิ่มโอกาสชนะด้วยการพาคู่หูไปเล่นด้วยล่ะก็ ควรจะหาคนที่เข้าใจเรื่อง Hole Carding มีทักษะตรงนี้ค่อนข้างสูง ที่สำคัญควรจะเล่นเข้าขากับเราด้วย ไม่อย่างนั้นหากโดนจับได้ขึ้นมาอาจถูกแบนไม่ให้เล่น แบล็คแจ็ค จากคาสิโนทุกที่ได้เหมือนกัน

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack

6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ใน การแยกไพ่ BlackJack

( 6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ใน การแยกไพ่ BlackJack )พูดถึงเรื่องแยกไพ่ แบล็คแจ็ค เชื่อว่าหลายคนคงจำได้ดีว่าเราจะต้องแยกไพ่ทุกครั้งเมื่อได้ไพ่คู่ AA หรือไพ่คู่ 88 เสมอ แม้ว่าเดี๋ยวนี้ตาม คาสิโนออนไลน์ ต่าง ๆ จะมีการพัฒนากฎกติกาการเล่นใหม่ ๆ ขึ้นมาให้สามารถแยกไพ่ได้ทุกคู่ก็ตาม แต่เราก็ยังคงคุ้นเคยกับการแยกไพ่แบบเดิม ๆ จนทำให้แยกไพ่ผิด ๆ ถูก ๆ กันไป จากที่ควรชนะก็กลายเป็นแพ้ ในบทความนี้เราจะได้รู้กันครับว่ามันมี 6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack ยังไงบ้าง เพื่อให้เรามีไพ่ที่ดีที่สุดอยู่ในมือ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน ย้อนรอย BlackJack จากเกมไพ่สู่ คาสิโนออนไลน์

การแยกไพ่ BlackJack

การแยกไพ่คืออะไร

ในการแยกไพ่ของ แบล็คแจ็ค จะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้รับไพ่แต้มเดียวกัน 2 ใบ หรือที่เรียกว่าไพ่คู่ โดยจะต้องแยกไพ่ออกเป็น 2 ข้าง เมื่อแยกเสร็จแล้วเราก็ต้องวางเดิมพันเข้าไปในขาที่แยกออกมา จากนั้นจึงทำการ Hit เพื่อเรียกไพ่เพิ่ม หากติดคู่อีกก็สามารถแยกได้อีก (สำหรับ คาสิโนออนไลน์ บางแห่ง) อย่างไรก็ตามในกฎพื้นฐานของการแยกก็คือ หากได้ไพ่คู่ AA หลังจากแยกแล้วจะจั่วไพ่เพิ่มได้แค่ครั้งเดียว แต่ถ้าเป็นไพ่คู่ 88 จะสามารถจั่วไพ่ได้ไม่จำกัด

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 4 ความต่างที่ต้องรู้ก่อนเล่นระหว่าง BlackJack กับ Poker

6 สิ่งควรทำในการแยกไพ่ BlackJack

ถ้าหากว่า คาสิโนออนไลน์ ที่เราเล่นเป็นแบบที่อนุญาตให้แยกไพ่ได้ทุกคู่แล้วล่ะก็ นี่คือ 6 สิ่งที่ควรทำเมื่อได้ไพ่คู่ครับ

  1. แยกไพ่คู่ AA ทุกครั้ง

ขอนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรู้กันอยู่แล้ว แต่ในบางเกมที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะไม่แยกก็ได้ การตัดสินใจไม่แยกก็เท่ากับว่าตัดสินใจไม่ติด แบล็คแจ็ค ดังนั้นการแยกจะช่วยเพิ่มโอกาสชนะให้เรา เพียงแต่ต้องเพิ่มเดิมพันมาอีกหนึ่งขา จากนั้นก็เล่นกันไปตามปกติ

ลองคิดดูว่าการเล่นด้วยไพ่คู่ AA เท่ากับว่าเรามีแต้มเริ่มต้นแค่ 12 จึงมีแค่ 9 เท่านั้นที่จะทำให้เราติด 21 แต้มได้ แต่ถ้าเราแยกออกเป็นสองขา แต่ละขาจะมีลุ้นได้ 21 แต้มจากการติดไพ่ 10, J, Q หรือ K คือเพิ่มโอกาสชนะด้วย 21 แต้มได้ถึง 4 รูปแบบนั่นเอง

  1. แยกไพ่คู่ 88 เสมอ

นอกจากไพ่คู่ AA อีกคู่ที่ควรแยกก็คือไพ่คู่ 88 ทันทีที่เราได้คู่นี้มาถือว่าเป็นมือที่เล่นยากมาก ๆ เพราะเริ่มต้นที่ 16 แต้ม ถือว่าเป็นมืออ่อน การ Hit จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำแต้ม Over 21 แต่ถ้า Stand ก็ยากที่จะชนะเช่นกัน วิธีลดความเสี่ยงไปพร้อมกับเพิ่มโอกาสชนะจึงมีเพียงแค่การแยกไพ่เท่านั้น

แยกไพ่แบล็คแจ๊ค

  1. หากแยกแล้วยังได้ไพ่คู่ AA หรือ 88 อีก ให้แยกอีกครั้ง

แม้ว่าจะมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ถือว่ามีโอกาสเป็นไปได้ในการที่เราจะติดไพ่คู่แบบติดซ้ำติดซ้อน ดังนั้นหาก คาสิโนออนไลน์ เขายินดีให้เราแยกไพ่ได้อีก ก็แยกเลย ถึงจะต้องวางเดิมพันเพิ่มขึ้น แต่เราก็มีโอกาสชนะเพิ่มขึ้นด้วย

  1. แยกไพ่คู่ 22, 33, 77 เมื่อเจ้ามือถือไพ่ 7 หรือต่ำกว่า

นอกจากจะดูแต่ไพ่ฝั่งเราแล้ว ไพ่ของเจ้ามือก็เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ตัดสินใจได้เช่นกัน โดยเฉพาะเวลาที่ไพ่ใบแรกของอีกฝ่ายมีแต้มไม่เกิน 7 แต้ม แล้วเราได้ไพ่คู่ 22, 33 หรือ 77 เช่นนี้ก็ควรที่จะแยกออกไปก่อน

แต่ถ้าเราถือไพ่คู่เหล่านี้ไว้ แล้วเจ้ามือมีไพ่มากกว่า 7 แต้ม แทนที่จะแยก ก็ให้เปลี่ยนเป็น Hit แทน เพราะโอกาสชนะจะมีมากกว่าการแยกไพ่

  1. แยกไพ่คู่ 66 เมื่อเจ้ามือถือไพ่ตั้งแต่ 2 – 6

ทันทีที่เราได้ไพ่คู่ 66 สิ่งที่ต้องดูก็คือฝั่งเจ้ามือถือแต้มระหว่าง 2 – 6 หรือไม่ หากอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ให้แยกไพ่ทันที แต่ถ้าเจ้ามือมีแต้มที่ดีกว่าให้เสี่ยง Hit ไป เพราะมีแค่ไพ่ 10 แต้มเท่านั้นที่จะทำให้เราแพ้ได้ในการจั่วแค่ครั้งเดียว

  1. แยกไพ่คู่ 99 เมื่อเจ้ามือมี 2, 3, 4, 5, 6, 8 หรือ 9

การตัดสินใจ Hit ด้วยไพ่คู่ 99 ไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย เพราะมีเพียงแค่ไพ่ 2 กับ 3 เท่านั้นที่จะช่วยให้เรารอดได้ ดังนั้นการแยกไพ่คู่ 99 ออกจากกัน จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการสู้กับไพ่เหล่านี้ แต่ถ้าเจ้ามือมีไพ่ 7 หรือ 10 แต้ม ให้ Stand แทน เพราะไพ่ 18 แต้มในมือถือว่าแข็งพอที่จะเอาชนะได้

ไพ่แบล็คแจ็คสิ่งที่ควรทำและห้ามทำ

3 สิ่งต้องห้าม สำหรับการแยกไพ่ แบล็คแจ็ค

  1. ห้ามแยกไพ่คู่ 10

ใครที่อยากฆ่าตัวตายก็แยกไพ่คู่ 10 ได้เลยครับ ตรงนี้เห็นชัดกันแล้วว่าเรามี 20 แต้มในมือ สิ่งเดียวที่จะทำให้เราแพ้ได้ก็คือ แบล็คแจ็ค ขอเจ้ามือ กับ 21 แต้ม เท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายมืออ่อนมาก ๆ แล้วเราก็อยากจะเพิ่มกำไร ก็สามารถแยกได้ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะเอามืออ่อนมาตบไพ่เราได้สำเร็จ

  1. ห้ามแยกไพ่คู่ 44

ไพ่คู่นี้ถือว่าเป็นมือที่อ่อนมากอยู่แล้ว การ Hit จำเป็นต้องติดไพ่ 10 แต้มเป็นอย่างน้อยถึงจะทำให้ไพ่แข็ง การแยกไพ่จะทำให้ไพ่อ่อนลงไปอีก และสถานการณ์จะเลวร้ายถ้า Hit แล้วติดไพ่ 2 หรือ 3 กลับมา จะเท่ากับว่าเราเสียเงินไปสองเท่าอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

  1. ห้ามแยกไพ่คู่ 55

สภาพของไพ่คู่ 55 บอกเลยว่าไม่ต่างจากคู่ 44 แทนที่จะแยก แนะนำว่าให้ Hit สู้ยังจะคุ้มกว่า เพราะตอนนี้เรามีอยู่ในมือแล้ว 10 แต้ม ขอแค่ Hit ติดไพ่ 7-10 แต้มอีกสักใบก็พอที่จะ Stand ได้แล้ว

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack

จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack

( จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack )ถ้าพูดถึงกลยุทธ์หรือสูตร แบล็คแจ็ค อย่างแรกที่คนส่วนใหญ่จะคิดถึงเลยก็คือ การนับไพ่ คงต้องยอมรับว่าเทคนิคนับไพ่มันแทบจะเป็นตำนานแห่งวงการไพ่ 21 ไปเสียแล้ว เมื่อมันโดนขยี้ด้วยภาพยนตร์เรื่อง Rain Man ที่การันตีด้วยรางวัลออสการ์ ทำให้แทบทุกคาสิโนรวมถึง คาสิโนออนไลน์ ต้องคอยจับตาไว้ว่าจะมีนักเล่นคนไหนพยายามใช้เทคนิคนี้บ้าง ราวกับว่าคนที่ใช้สูตรนี้ได้แทบจะเป็นพระเจ้ากันเลยทีเดียว ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย ว่าแต่ทำไมหลายคนถึงพยายามใช้ ทำไมหลายบ่อนถึงไม่ถูกใจเทคนิคนี้ เราไปดูกันดีกว่าครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ The Knock Out สูตร BlackJack ล้มเจ้าที่ไม่ควรพลาด

จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับไพ่ BlackJack

การนับไพ่คืออะไร ทำกันอย่างไร

การนับไพ่ BlackJack ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นักพนันนิยมใช้กัน เพื่อใช้สร้างความได้เปรียบให้กับตัวเอง ด้วยการคาดเดาตามความน่าจะเป็นว่า เมื่อไพ่ของเจ้ามือเป็นแบบนี้ และเราถือไพ่คู่นี้อยู่ โอกาสที่ไพ่อีกใบของเจ้ามือจะเป็นอะไร สำหรับผู้เล่นที่ใช้เทคนิคนี้จนชำนาญอาจสามารถมองไปถึงไพ่ที่เหลืออยู่ในสำรับอีกว่าน่าจะมีอะไรอยู่ในกองนั้นบ้าง จนบางคนอาจกดความได้เปรียบของ คาสิโนออนไลน์ ไปอยู่ในระดับที่เกือบเป็นศูนย์โดยสมบูรณ์ก็มีมาแล้ว

สำหรับการนับไพ่ แบล็คแจ็ค จะมีอยู่ 4 ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เราได้เปรียบมากยิ่งขึ้นคือ

  • กำหนดค่าตัวเลขให้กับไพ่ทุกใบ
  • นับไพ่ที่ถูกแจกออกมาในใจด้วยค่าเลขที่กำหนดไว้
  • เอาค่าไพ่ที่นับได้มาคำนวณหาไพ่ในสำรับ หรือที่เรียกกันว่า “การนับที่แท้จริง”
  • นำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับเดิมพันเมื่อจำนวนที่แท้จริงเพิ่มขึ้น

ปกติแล้วการนับไพ่จะใช้กลยุทธ์ สูง-ต่ำ (Hi-Lo) โดยการแบ่งไพ่ออกเป็น 3 กลุ่ม ให้ไพ่แต้มต่ำ (2, 3, 4, 5) มีค่าเป็น +1 ไพ่แต้มกลาง (6, 7, 8, 9) มีค่าเป็น 0 และไพ่แต้มสูง (10, J, Q, K) มีค่าเป็น -1 ทุกครั้งที่เรามองเห็นหน้าไพ่ทั้งของฝั่งผู้เล่นและ ฝั่งเจ้ามือ ให้นับค่านี้ไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสที่อีกฝ่ายจะได้ 21 แต้ม มากน้อยแค่ไหน หากนับแล้วได้ค่าเป็นบวก แสดงว่ามีโอกาสดีที่จะเพิ่มเดิมพัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ BlackJack Tournament เล่นเป็นเห็นเงินก้อน

ข้อดีของการนับไพ่ BlackJack

แม้ว่าในการเล่นตาม คาสิโนออนไลน์ จะมีการใช้ไพ่จำนวนมากถึง 6-8 สำรับในการเล่น แต่โดยรวมแล้วการนับไพ่ก็ยังคงมีข้อดีหรือประโยชน์ต่อเราดังนี้

  • ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนจากเกมที่เน้นดวง มาเป็นการใช้ทักษะการเล่นตามกลยุทธ์ที่เราวางไว้ได้ และกลยุทธ์นี้ก็สามารถใช้ซ้ำได้ไม่มีล้าสมัย
  • หากสามารถทำได้ชำนาญ จะช่วยลดอัตราความได้เปรียบของ คาสิโนออนไลน์ ได้เกือบถึง 0 อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาสามัญก็จริง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าดีสำหรับเรามาก ๆ
  • เป็นกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง และสามารถใช้ร่วมกับกลยุทธ์อื่นได้ดีอีกด้วย

5 วิธี ทำกำไร ไม่ง้อ แบล็คแจ็ค

แล้วการนับไพ่ไม่ผิดกฎหมายหรือ

ถ้าเรามองในแง่ของกฎหมายเพียงอย่างเดียว ก็ขึ้นอยู่กับว่าบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ เหล่านั้นมีกฎหมายคุ้มครองไปถึงการใช้วิธีนับไพ่หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะมีเรื่องนี้ เพราะมันถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการเล่นที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามในวงการคาสิโนก็ไม่มีที่ไหนให้การยอมรับในเรื่องนี้ พวกเขามองว่ามันคือการพยายามแฮ็กข้อมูลบางอย่าง เหมือนกับว่าเราเป็นฝ่ายโกงหรือทำผิดกติกา สุดท้ายก็ต้องโดนแบนไม่ให้เล่น BlackJack ตลอดไปเหมือนกับพระเอกคนดังที่ใช้เทคนิคนับไพ่จนคาสิโนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบให้กับเขาแทน

เมื่อใช้ได้ทำไมถึงควรเลี่ยงการนับไพ่

เห็นความพิเศษขั้นสุดของสูตร BlackJack นับไพ่กันไป หลายคนคงร้อนวิชา แต่อยากจะเตือนก่อนว่าของแบบนี้เลี่ยงได้ควรเลี่ยงจะดีกว่าครับด้วยเหตุผลดังนี้

  • หลังจากที่ผ่านช่วงขั้นต้นไปได้ การนับไพ่จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
  • การนับไพ่ไม่ใช่เทคนิคที่จะใช้ได้ในทุกสถานการณ์ มีหลายครั้งที่มันมักจะไม่ทำงานตามที่คาดการณ์ไว้
  • ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนับไพ่สำเร็จได้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความกดดันของคาสิโน แม้แต่ คาสิโนออนไลน์ ก็ยังมีวิธีที่จะลดอัตราความสำเร็จในการนับไพ่ของเราเสมอ
  • เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่ทดลองนับไพ่แล้ว กำไรที่ได้ถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อคิดเป็นกำไรต่อรอบการเล่น
  • หากถูกคาสิโนจับได้อย่างดีก็คงให้เปลี่ยนโต๊ะ หรือหนักสุดก็คือขอให้เลิกเล่น แบล็คแจ็ค ตลอดไปแค่นั้นเอง

ถ้าไม่นับไพ่แล้ว จะเอาชนะ BlackJack ได้อย่างไร

อุตส่าห์ฝากความหวังไว้กับการนับไพ่มาตั้งนาน สุดท้ายเหมือนกับโดนทุบความฝันทิ้งไป จริงอยู่ว่าเทคนิคนี้มันทรงพลัง แต่พลังที่มากมันก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนมากเช่นกัน อย่างไรก็ตามผมอยากจะบอกว่าการนับไพ่ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ ได้ มันเป็นเพียงแค่หนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ในการเอาชนะเจ้ามือต่างหาก

นั่นหมายความว่า ต่อให้ไม่สามารถนับไพ่ได้ เราก็ยังมีกลยุทธ์อีกมากมายที่จะเอาชนะไพ่ แบล็คแจ็ค และในที่นี้ผมมี 2 ทางเลือกมาให้ลองนั่นก็คือ

  • Hold Carding มันคือเทคนิคการชี้ชัดว่า Hole Card ของอีกฝ่ายคืออะไร จากนั้นก็ปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับไพ่ใบ นั้น จริงอยู่ว่าเราไม่สามารถมองเห็นได้ว่าไพ่ใบนี้คืออะไร แต่เราสามารถใช้การคาดคะเนร่วมกับการนับไพ่หรืออ่านไพ่ก็ได้
  • Front Loading เมื่อ Hole Card คือไพ่คว่ำของเจ้ามือ Front Loading ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้ามือทำการแจก Hole Card โดยไม่ได้ตั้งใจขณะที่ดึงไพ่ออกจากสำรับ โดยเราต้องพยายามระบุให้ได้ว่าไพ่ใบต่อไปจะเป็นอะไรแล้วค่อยปรับกลยุทธ์ให้เข้ากัน

รวมศัพท์เกมไพ่BlackJack

สรุปก็คือการนับไพ่ แบล็คแจ็ค นั้นเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ แต่ระดับความยากมันจะแปรผันตามจำนวนสำรับไพ่ที่ใช้ในการเล่น ยิ่งมีไพ่มากยิ่งทำให้ยากที่จะควบคุมมันได้ กว่าจะไปถึงจุดที่เรียกว่าสำเร็จ เมื่อหันไปมองบัญชีที่ลงไว้จะรู้ว่ามันแทบจะเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นจึงควรที่จะศึกษากลยุทธ์อื่น ๆ เผื่อไว้บ้าง เพราะในการเล่นจริงเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างใจนึกแน่นอน

Categories
เกมไพ่ BlackJack เทคนิค BlackJack

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

( รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A ) เวลาเล่น แบล็คแจ็ค สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่อยากเจอก็คือไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A เพราะไพ่ใบนี้มันจะทำให้เราตัดสินใจได้ยากขึ้นว่าจะหมอบดีไหม หรือว่าจะทำประกันเดิมพันเผื่อไว้ดี ต้องมาคิดอีกว่าถ้าไพ่อีกใบของเจ้ามือไม่ใช่ 10 แต้มล่ะ จะเสียเงินฟรีไหม คือถ้าเป็นมือใหม่เจอไพ่ A ใบเดียวอาจมีเสียกระบวนเลยก็ได้ วันนี้เราจะไปดูกันว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A กันครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 6 สิ่งควรทำ 3 สิ่งต้องห้าม ในการแยกไพ่ BlackJack

เจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

ทำไมไพ่ A ถึงน่ากลัวใน BlackJack

ในบรรดาไพ่ทั้งหมดที่ใช้เล่น แบล็คแจ็ค ไพ่ A เป็นไพ่ที่มีความผันผวนมากที่สุด คือสามารถเป็นไพ่ที่แข็งที่สุดและอ่อนที่สุดในใบเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าไพ่ที่อยู่ด้วยคือไพ่อะไร หากเป็นจำพวกไพ่ 10 แต้มอย่าง 10, J, Q และ K จะทำให้ไพ่ A มีค่าเป็น 11 แต้มในทันที ขณะเดียวกันถ้าไพ่ใบนี้ไปอยู่กับไพ่หลักหน่วยจำพวก 2-9 ไพ่ A จะมีค่าแค่ 1 แต้มเท่านั้น

การที่จะเล่น BlackJack ไม่ว่าจะเป็นใน คาสิโนออนไลน์ หรือที่ไหนก็ตามเราควรจะศึกษากฎการเล่นให้ดี แต่ละที่แต่ละเกมอาจมีการปรับกฎเกี่ยวกับไพ่ใบนี้ เช่น บังคับให้แยกไพ่โดยปริยายเมื่อได้ไพ่คู่ AA (ถ้าไม่ยอมแยกก็ต้องหมอบ), แยกไพ่ A แล้วก็จะจั่วไพ่ได้อีก 1 ใบ แถมพอจั่วได้ไพ่ 10 แต้มหลังจากแยกคู่ AA แล้วก็ยังไม่นับว่าเป็น แบล็คแจ็ค อีก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ไม่ขอเจอไพ่นี้ก่อนจะดีกว่า แต่สิ่งที่เราจะพูดกันในวันนี้คือการรับมือกับเมื่ออีกฝ่ายได้ไพ่ A กันครับ

ไพ่ A ใบแรก กับเจ้ามือ BlackJack

การที่เจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็นไพ่ A เรียกได้ว่าสร้างความปวดหัวอยู่ไม่น้อย ด้วยไพ่ที่มีมากถึง 6-8 สำรับ ทำให้เรานับไพ่ลำบาก ยากจะคาดเดาโอกาสที่เจ้ามือจะติด แบล็คแจ็ค ด้วยไพ่ใบถัดใบ จึงทำให้ คาสิโนออนไลน์ มักจะมีข้อเสนอให้เราทำประกันเดิมพันกรณีที่เจ้ามือติด แบล็คแจ็ค

นอกจากจะมีโอกาสชนะด้วยไพ่สองใบแรกแล้ว จากสถิติหากไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือไพ่ A มีโอกาสมากถึง 90% ที่จะได้แต้มรวม 17-21 แต้ม ด้วยไพ่ใบที่สอง และมีโอกาสแพ้เพียงแค่ 10% เท่านั้น เลยกลายเป็นว่าฝั่งเราต้องรับแรงกดดันเพื่อที่จะตัดสินใจว่าควรเล่นด้วยตัวเลือกไหนดี

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สูตรเดินเงิน BlackJack Martingale เสียไปก็ได้คืน

รับมืออย่างไรเมื่อเจ้ามือ BlackJack ได้ไพ่ A

วิธีสู้กับเจ้ามือที่ถือไพ่ A

  • วางประกันเดิมพัน

ในการเล่น แบล็คแจ็ค หากเจ้ามือหงายไพ่ A ออกมา เราจะมีทางเลือกก็คือ จะวางประกันเดิมพันหรือไม่ โดยที่เราจะได้รับผลตอบเทนในกรณีที่ไพ่อีกใช้ของเจ้ามือเป็นไพ่ 10 แต้ม ซึ่งจะนำไปสู่การชนะด้วย BlackJack และชนะในทันที

หลังจากที่ได้รับข้อเสนอมา หากเราต้องการซื้อประกันดังกล่าวไว้ ส่วนใหญ่จะต้องวางเงินเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเดิมพันที่เราวางไว้ อัตราจ่ายเงินประกันอยู่ที่ 2-1 ในกรณีที่เจ้ามือได้ แบล็คแจ็ค สำหรับการวางประกันเดิมพันจะส่งผลอยู่ 3 กรณีคือ

  • ถ้าเจ้ามือชนะด้วย BlackJack เราจะเสียเดิมพัน แต่ได้เงินประกันพร้อมกำไร
  • ถ้าเจ้ามือชนะด้วยแต้มที่มากกว่า เราจะเสียทั้งเงินเดิมพันและเงินประกัน
  • ถ้าเจ้ามือแพ้ เราจะเสียเงินประกัน แต่ได้เงินเดิมพันพร้อมกำไร

การวางประกันเดิมพัน วัตถุประสงค์หลักก็คือใช้ชดเชยมือที่แพ้ แต่มันก็มีความเสี่ยงเหมือนกันว่าเราอาจเสียมากกว่าเดิมหากอีกฝ่ายชนะด้วยแต้มที่มากกว่า

ถึงอย่างนั้นการวางประกันเราก็ต้องดูจากความเป็นไปได้ด้วยว่ามันมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่อีกฝ่ายจะติด BlackJack และจากความน่าจะเป็นโอกาสที่จะติดไพ่อื่นย่อมมากกว่าไพ่ 10 แต้มอยู่แล้ว

  • ใช้ไพ่ที่มีอยู่ในมือ

ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายถือไพ่ A ไว้ อย่าเพิ่งตกใจไป ให้ดูก่อนว่าไพ่ในมือเราเป็นอย่างไร หากมีใบใดใบหนึ่งที่เป็นไพ่ A ถือว่าเรามี “มืออ่อน” คือไพ่นี้เป็นได้ทั้ง 1 แต้ม และ 11 แต้ม แต่ก็มีข้อดีตรงที่เรามีวิธีรับมือที่หลากหลายมากขึ้น

ก่อนอื่นดูว่าแต้มอีกใบของเรามากหรือน้อย ถ้าเป็นแต้ม 2-7 ก็มีโอกาสที่จะจั่วไพ่ให้มากขึ้น แต่ถ้าเป็นไพ่ 8-9 ความเสี่ยงก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพราะมีโอกาสมากที่แต้มเราจะทะลุ 21 จากการจั่วไพ่ใบที่สาม

แต่ถ้าเป็น “มือแข็ง” คือไม่มีไพ่ A อยู่ในมือเลย ตามกฎแล้วเราก็จะต้องจั่วให้ได้แต้มรวมไม่น้อยกว่า 15 แต้ม หรือจะ Stand ที่ 17-21 แต้มก็ได้

  • ยอมแพ้เสียดีกว่า

หากคิดว่ายังไงก็แพ้แล้วล่ะก็ เราสามารถยอมแพ้ได้ก่อนที่จะมีการจั่วไพ่เพิ่ม โดยเราจะได้รับเงินเดิมพันกลับคืนมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

รวมศัพท์ต้องรู้และวิธีดูแต้มไพ่ BlackJack

อย่างไรก็ตามการที่จะเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ ที่มีไพ่ A อยู่ในมือก่อนแล้วนั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ครับ เพียงแต่เราต้องดูสถานการณ์โดยรอบว่ามีหนทางไหนบ้างที่เราจะสู้ได้ บางทีอาจต้องใช้กลยุทธ์ แบล็คแจ็ค หรือสูตรเดินเงินต่าง ๆ เข้ามาลดความเสี่ยงด้วยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือสติ โปรดอย่าลืมว่าถึงไพ่ A จะใหญ่ที่สุด แต่มันก็มีความเล็กที่สุดในตัว ถ้าเรามัวแต่กลัว บางทีอาจแพ้เอาง่าย ๆ ทั้งที่เรามีไพ่เหนือกว่าอีกฝ่ายครับ

Categories
สูตร BlackJack เกมไพ่ BlackJack

สูตร BlackJack 1326 กลยุทธ์ทุนต่ำกำไรสูง

สูตร BlackJack 1326 กลยุทธ์ทุนต่ำกำไรสูง

( สูตร BlackJack 1326 กลยุทธ์ทุนต่ำกำไรสูง )เมื่อเทคนิคการเล่นคือสิ่งที่จะช่วยให้มีโอกาสชนะเพิ่มขึ้น กลยุทธ์ก็เป็นอีกสิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในคาสิโนหรือ คาสิโนออนไลน์ เพราะเป้าหมายสำคัญของเราคือการทำกำไรให้ได้มากที่สุดในเวลาอันสั้นนั่นเอง แต่สภาพที่ทุนไม่หนาเช่นนี้ผมอยากพาทุกคนไปรู้จักกับสูตร BlackJack 1326 กันครับ สูตรนี้ใช้เงินไม่มาก ให้ผลตอบแทนสูง ว่าแต่เป็นอย่าไร ดีแค่ไหน ไปดูกันเลยครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ แบล็คแจ็คออนไลน์ มิติใหม่ของการเล่น BlackJack

สูตร BlackJack 1326

สูตร BlackJack 1326 คืออะไร

กลยุทธ์ 1326 จะเรียกว่าเป็นบรรพบุรุษของสูตรเดินเงิน 1324 ที่นักพนันทั่วโลกคุ้นเคยเลยก็ว่าได้ สูตรนี้เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 2006 แนวคิดของกลยุทธ์นี้คือ วางเดิมพัน 1 หน่วย ชนะได้กำไรกลับมา 1 หน่วย ถ้าเสียคือเหลือ 0 กลยุทธ์นี้จึงเหมาะกับเกมพนันที่มีโอกาสแพ้ชนะ 50 : 50 และมีรูปแบบการวางเดิมพันที่ไม่หลากหลายมากนักอย่าง แบล็คแจ็ค

หลักการทำงานของสูตร BlackJack 1326 ก็คือเราจะต้องแบ่งเงินทุนที่มีอยู่ออกเป็นหน่วยลงทุนเสียก่อน แล้วให้แบ่งรอบการเดิมพันออกเป็น 4 รอบ ในแต่ละรอบจะวางเดิมพันแตกต่างกันไปคือ รอบที่ 1 วางเดิมพัน 1 หน่วย รอบที่ 2 วางเดิมพัน 3 หน่วย รอบที่ 3 วางเดิมพัน 2 หน่วย และรอบสุดท้ายวางเดิมพัน 6 หน่วย ซึ่งถ้าเราสามารถเอาชนะได้ทุกรอบ เราจะได้กำไรทั้งหมด 12 หน่วย ด้วยทุนเพียงแค่ 2 หน่วยเท่านั้น แถมยังมีความเสี่ยงต่ำแค่ 20%

แต่เงื่อนไขสำคัญของการใช้สูตร 1326 ก็คือ ถ้าเราแพ้ขึ้นมาไม่ว่ารอบไหนก็ตามให้กลับไปเริ่มต้นรอบที่ 1 ใหม่เสมอ ว่าแล้วก็ดูตารางนี้กันเลยครับ จะเห็นว่าในแต่ละรอบเราจะสามารถทำกำไรหรือขาดทุนอย่างไร

สูตร BlackJack 1326

จากตารางเราจะใช้ทุนในแค่ 2 หน่วยคือในรอบแรก 1 หน่วย และเพิ่มในรอบที่ 2 อีก 1 หน่วย ส่วนอีกหน่วยที่เอามาเล่นคือกำไรที่ได้จากรอบที่ 1 นอกจากนั้นก็ใช้กำไรที่ได้มาเล่นกันยาวเลย

วิธีใช้สูตร BlackJack 1326

เนื่องจาก แบล็คแจ็ค มีอัตราจ่ายที่หลากหลายตามรูปแบบการเอาชนะ แต่ในที่นี้ผมจะยกตัวอย่างการชนะแบบธรรมดาซึ่งมีอัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 1 เนื่องจากเป็นรูปแบบการแพ้ชนะที่พบได้บ่อยมากจะได้เข้าใจสูตรนี้กันง่ายขึ้นครับ

รอบที่ 1 วางเดิมพัน 1 หน่วย

  • ถ้าชนะได้กำไร 1 หน่วย กำไรสะสมยังคงเป็น 0
  • ถ้าแพ้ก็จะเสียทุนไป 1 หน่วย

รอบที่ 2 วางเดิมพัน 3 หน่วย

ในรอบนี้จะใช้ทุนกับกำไรที่ได้มาของรอบที่แล้วทั้งหมด 2 หน่วย บวกกับทุนใหม่อีก 1 หน่วย

  • ถ้าชนะได้กำไร 3 หน่วย กำไรสะสมตอนนี้คือ 4 หน่วย (รอบแรกได้มา 1 รอบนี้อีก 3)
  • ถ้าแพ้ก็จะเสียทุนไป 2 หน่วยกับกำไรอีก 1 หน่วย กำไรสะสมก็จะกลายเป็น 0

รอบที่ 3 วางเดิมพัน 2 หน่วย

หลังจากที่ชนะมาแล้ว 2 รอบ เราจะเอากำไรที่ได้มาเล่นในรอบนี้ ส่วนเงินทุนก็เก็บเข้ากระเป๋าไป

  • ถ้าชนะได้กำไร 2 หน่วย กำไรสะสมจะเพิ่มเป็น 6 หน่วย
  • ถ้าแพ้จะเสียกำไรไป 2 หน่วย เหลือกำไรอีก 2 หน่วย

รอบที่ 4 วางเดิมพัน 6 หน่วย

ในรอบที่ 3 เราได้กำไรสะสมมาแล้ว 6 หน่วย เราจะเอามาเทหมดหน้าตักในรอบนี้ เพราะถึงเสียไปก็แค่กำไรที่ได้มา

  • ถ้าชนะได้กำไร 6 หน่วย กำไรสะสมทั้งหมดเป็น 12 หน่วย
  • ถ้าแพ้เสียกำไรทั้งหมดที่ได้มาตั้งแต่รอบแรก โดยที่ไม่เสียทุนเลยแม้แต่หน่วยเดียว

เพิ่มโอกาสชนะ ไพ่แบล็คแจ็ค

สูตร แบล็คแจ็ค 1326 เสี่ยงแค่ไหน

ทั้งจากตารางทั้งตัวอย่างที่ผมยกไปจะเห็นได้ว่าในรอบที่ 1 และ 2 เท่านั้นที่เรามีความเสี่ยงที่จะเสียเงินทุนไป ดังนั้นเราจึงต้องอ่านไพ่ของเราและของเจ้ามือให้ขาดใน 2 รอบนี้ให้ได้ โอกาสที่จะชนะติดกันใน 2 รอบ คือ 25%

หลังจากนั้นในรอบที่ 3 และ 4 ถ้าแพ้ขึ้นมาก็จะไม่กระทบกับเงินทุนแม้แต่น้อย และถ้าเป็นสูตร 1324 ในรอบสุดท้ายถึงแพ้ก็ยังได้กำไร 2 หน่วย ต่างจากสูตร 1326 ที่จะมีแค่รอบที่ 3 เท่านั้นที่แพ้แล้วยังเหลือกำไรกลับบ้าน

ดังนั้นโอกาสชนะของสูตรนี้จะเริ่มจาก 50%, 25%, 12.5% และ 6.25% ในรอบสุดท้าย หรือก็คือมันจะลดลงจากรอบก่อนหน้าครึ่งหนึ่งทุกครั้ง ยิ่งเล่นโอกาสชนะยิ่งน้อย เราถึงต้องใช้เทคนิคการอ่านไพ่และการรู้จังหวะเล่นด้วยตัวเลือกต่าง ๆ เข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มโอกาสชนะให้กับเรา

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ BlackJack ประกันภัย ประกันอย่างไรถึงจะคุ้ม

บทสรุปสูตร BlackJack 1326

จากที่ผมได้ทดลองสูตรนี้ร่วมกับเทคนิคอื่น ๆ ด้วยมันจะสามารถทำงานได้ดี คือปั่นกำไรให้เราได้แบบต่อเนื่องเมื่อเราชนะติดกันสัก 2-3 รอบ หรือชนะติดกันแบบถี่ ๆ แต่ถ้าเราเล่นแพ้ชนะสลับกันไปคือแพ้ค่อนข้างเยอะ หรือแพ้ติดกัน อันนี้จะทำให้เราเสียไปเรื่อย ๆ ทีละหน่วย

วิธีแก้ของผมก็จะเน้นไปที่ตั้งหน่วยลงทุนให้เป็นขนาดเดิมพันขั้นต่ำของโต๊ะไว้ก่อน อย่างน้อยเวลาเสียก็จะได้เสียช้า ๆ มีเวลาให้เราปรับไปใช้กลยุทธ์อื่น หรือเวลาที่เล่นได้มันก็จะไม่ไปชนเดิมพันขั้นสูงของโต๊ะเข้าให้ โดยเฉพาะในรอบสุดท้ายที่เราต้องวางเดิมพัน 6 หน่วย หากมูลค่ารวมแล้วทะลุเพดานโต๊ะ เพราะส่วนใหญ่ คาสิโนออนไลน์ จะมีการกำหนดตรงนี้ไว้เพื่อกันไม่ให้ตัวเองต้องจ่ายเงินออกมาทีละเยอะ ๆ

BlackJack

และก่อนจากกันผมก็อยากจะบอกว่าถึง แบล็คแจ็ค จะใช้ฝีมือการเล่นมากกว่าดวง ต่อให้เรามีทักษะหรือการเล่นที่เจ๋งแค่ไหนมันก็ยังไม่พอ ถ้าไม่รู้จักใช้กลยุทธ์หรือสูตรเดินเงินเข้าช่วย สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้เราทำกำไรจาก คาสิโนออนไลน์ ได้ไวในระยะสั้น แต่ถ้าเราเอาแต่เดิมพันโดยใช้อัตราจ่ายปกติไปเรื่อย ๆ ต่อให้เล่นได้ พอนั่งนานเกินไปก็เสียคืนให้เจ้ามืออยู่ดี เรียกว่าเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาเลยล่ะครับ

Categories
พื้นฐาน BlackJack เกมไพ่ BlackJack

5 เรื่องจริงที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับการนับไพ่ BlackJack

5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ การนับไพ่ BlackJack

( 5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ การนับไพ่ BlackJack ) เมื่อเทียบกับโป๊กเกอร์แล้ว จริงอยู่ครับที่ แบล็คแจ็ค เป็นเกมพนันที่เล่นง่ายมาก ๆ กลยุทธ์ต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีความยุ่งยากเกินที่จะเข้าใจ ใช้ได้ทั้งใน คาสิโนออนไลน์ และบ่อนคาสิโน แต่มันกลับเป็นเกมไพ่ที่มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจเยอะพอสมควร (งงไหมล่ะ) อย่างเช่นการนับไพ่ที่ถือว่าเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่มักจะใช้ในการเล่น เราอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร มันก็แค่เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ใคร ๆ ก็ใช้กันใช่ไหมล่ะครับ พอเอาเข้าจริง ๆ มันมี 5 เรื่องจริงที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับการนับไพ่ BlackJack ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 5 ความลับที่นัก BlackJack ไม่ค่อยพูดกัน

เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

ทำไมต้องนับไพ่ BlackJack ด้วย

เชื่อหรือไม่ครับว่าในการค้นหาข้อมูลบน Google แค่คำว่า “การนับไพ่ ถูกกฎหมายหรือไม่” มีการค้นหากว่า 28 ล้านครั้งไปแล้ว นั่นหมายความว่าเทคนิคการนับไพ่มันไม่ได้มีแค่เรื่องของคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น แต่อาจมีความเกี่ยวพันกันในเรื่องของกฎหมายอีกด้วย อย่าลืมว่า คาสิโนออนไลน์ ที่ตั้งในประเทศที่มีการออกไปอนุญาตเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย ดังนั้นเทคนิคต่าง ๆ ในการเล่น แบล็คแจ็ค อาจผิดกฎหมายเพราะเข้าข่ายการโกงคาสิโนนั่นเอง

ถึงรู้ว่าผิดแต่ชีวิตมันชอบความเสี่ยง ไหนจะเจอพวกหนังที่เกี่ยวข้องกับ แบล็คแจ็ค และคาสิโนเข้าไป บวกกับข่าวดาราระดับฮอลลีวู้ดต้องโดนหิ้วปีกออกจากบ่อน พร้อมกับแบนเขาจากเกม BlackJack เพียงเพราะเขาใช้เทคนิคการนับไพ่จนทำให้คาสิโนเสียเปรียบขั้นสุด สิ่งเหล่านี้ยิ่งไปกระตุ้นให้หลายคนอยากลองว่าเทคนิคการนับไพ่มันใช้ได้จริงหรือ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตัดสินใจนับไพ่ ผมก็อยากให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ 5 ข้อเท็จจริงเหล่านี้เสียก่อน

  1. นับไพ่ได้ไม่ใช่ว่าจะชนะเสมอ

มันมีความเชื่อหนึ่งที่แทบจะฝังหัวนักเล่น แบล็คแจ็ค มือใหม่นั่นก็คือใครที่นับไพ่ได้แม่น โอกาสชนะแทบจะเป็น 100% ทั้งนี้มันก็มาจากทั้งหนังทั้งข่าวคอยปั่นหัวอย่างที่ผมบอกไปในช่วงแรก จริงอยู่ว่าเทคนิคนี้มันง่ายมากที่จะทำได้ แต่เงื่อนไขของมันคือต้องใช้กับไพ่จำนวนน้อย ๆ แค่ 1-2 สำรับ เท่านั้น มันเลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมใน คาสิโนออนไลน์ ถึงมีการใช้ไพ่มากถึง 6-8 สำรับ นั่นก็เพื่อลดโอกาสที่เราจะนับไพ่ถูกนั่นเอง

อีกอย่างทุกเกมพนันต่างก็มีค่า House Edge อยู่ แม้เราจะนับไพ่ได้แม่น แต่ก็ไม่ได้หมายถึงมีความได้เปรียบเหนือเจ้ามือ เพียงแค่ลดความได้เปรียบของอีกฝ่ายลงและเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราเท่านั้น ในระยะสั้น ๆ การนับไพ่ยังคงช่วยได้บ้าง ไม่ถึงกับพลิกสถานการณ์ ส่วนระยะยาวยังไงเราก็เสียให้เจ้ามืออยู่ดี

ไพ่ BlackJack

  1. เล่นเก่งแค่ไหนก็ใช่ว่าจะนับไพ่ได้กันทุกคน

อุปสรรคหนึ่งในการเล่น คาสิโนออนไลน์ ก็คือเราสามารถถูกรบกวนได้ตลอดเวลาขณะที่เรากำลังตั้งอกตั้งใจนับไพ่อย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าจะเสียงโทรศัพท์ เสียงคนในบ้าน หรือแม้แต่เสียงแมวร้องหมาเห่าก็อาจทำให้เรานับผิดหรือคลาดเคลื่อนได้ในระหว่างที่กำลังใช้สมาธิมองหาว่าไพ่ที่เหลือมีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้อัตราการนับไพ่สำเร็จของเราลดลง

สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการนับไพ่ก็คือการที่เรารู้ว่าจังหวะไหนควร Hit จังหวะไหนต้อง Stand รวมถึงการวางเดิมพันใหญ่และเล็ก การคาดเดามือของอีกฝ่ายไว้ล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นการนับไพ่ก็เสียเปล่าหากยังไม่สามารถปรับขนาดเดิมพันให้เหมาะสมได้

  1. ไม่ต้องอัจฉริยะก็นับไพ่ได้ ขอให้มีเทคนิคการจำก็พอ

หลายคนอาจคิดว่าการนับไพ่ แบล็คแจ็ค มันต้องมีความจำระดับไหน อัจฉริยะกันไปเลยหรือเปล่าถึงจะจำไพ่หลายสำรับแบบนั้นได้ ความจริงก็คือต่อให้เป็นคนธรรมดาสมองสามัญก็สามารถนับไพ่ได้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องออกแบบเทคนิคการจำเฉพาะตัวขึ้นมา เพราะข้อมูลชุดเดียวกันแต่ละคนก็มีวิธีการจำที่ไม่เหมือนกัน และมันก็เป็นวิธีที่ลอกเลียนแบบกันได้ยาก แต่อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการนับไพ่คือความน่าจะเป็น การคาดเดาไพ่ที่จะออกใบต่อไปคือคำตอบที่เรากำลังค้นหาอยู่จากการนับไพ่

วิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุดไม่ว่าจะเป็นในบ่อนหรือ คาสิโนออนไลน์ ก็คือเทคนิคไพ่สูง-ต่ำ (Hi-Lo) เพื่อให้การนับไพ่ทำได้ง่ายขึ้น โดยให้ไพ่ที่มีแต้มไม่เกิน 6 เป็นไพ่ต่ำมีค่าเป็น +1 และไพ่ที่มีแต้ม 10 ขึ้นไปเป็นไพ่สูงมีค่าเป็น -1 ส่วนที่เหลือคือไพ่กลางให้ค่าเท่ากับ 0 คือไม่ต้องไปสนใจนั่นเอง เวลานับแทนที่จะมองเป็นหน้าไพ่ เราก็จะคิดเป็นค่าไพ่แทนเช่น K, 7, 2, 10 ก็จะได้ -1, 0, +1, -1 เป็นต้น จากตรงนี้ก็สรุปได้เลยว่า ไม่ต้องเป็นอัจฉริยะก็นับไพ่ได้ครับ

  1. พฤติกรรมบางอย่างมันฟ้องว่ากำลังมีการนับไพ่

ในการเล่น BlackJack หากใช้ไพ่สำรับเดียวไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เจ้ามือจะอ่านออกว่าเรากำลังนับไพ่อยู่ ต่อให้เป็นการเล่นผ่าน คาสิโนออนไลน์ มันก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าใครกำลังนับไพ่เช่นกัน เพราะความโลภความอยากเอาชนะมันจะออกแบบพฤติกรรมมาคล้าย ๆ กันก็ เช่น การ Hit หนักทั้งที่มี 17 แต้ม การ Split และ Double-Down ในจังหวะที่ผิดปกติ การวางเดิมพันประกันในเวลาที่ไม่เหมาะสม แม้แต่การ Stand อย่างไร้แบบแผน ทั้งหมดนี้มันคาดเดาได้ว่ากำลังมีการนับไพ่อยู่

ด้วยเหตุนี้นักพนันมืออาชีพจึงมักจะเลี่ยงการเล่นไพ่ที่ใช้สำรับน้อย ๆ เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่านับไพ่ รวมถึงการต้องไปเจอกับเพดานสูงสุดของการเดิมพันที่ค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้พวกเขาจะมีวิธีการเล่นที่หลากหลาย นับบ้างไม่นับบ้าง และอยู่ให้ห่างกลยุทธ์พื้นฐานไว้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

ย้อนรอย แบล็คแจ็ค

  1. การนับไพ่สามารถพาไปนอนคุกได้

แม้ในบ้างประเทศการพนันจะผิดกฎหมาย แต่หลายประเทศที่อนุญาตให้มีการตั้งคาสิโนก็ย่อมมีกฎหมายออกมาให้ความคุ้มครอง ดังนั้นการนับไพ่จึงถือเป็นอีกพฤติกรรมหนึ่งที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมาย และการเดินเข้าไปนอนในคุกก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น ส่วนในคาสิโนบางแห่งที่เป็นธุรกิจใต้ดินเราอาจเคยได้ยินมาว่าอย่างดีก็แค่โดนแบน แต่อย่างหนักนี่ก็มีเจ็บเนื้อเจ็บตัวกันบ้าง ซึ่งฟังแล้วมันก็ไม่คุ้มเลย

ต่อให้ทุกวันนี้เป็น คาสิโนออนไลน์ เล่นที่ไหนก็ได้ เหมือนจะปลอดภัยก็จริง ถึงจะไม่มีการจับกุมข้ามชาติหรือส่งคนมาถึงบ้านเพียงเพราะนับไพ่ เราก็สามารถถูกแบนได้เหมือนกันเหมือนกับพวกที่ใช้โปรแกรมช่วยเล่น เพราะ คาสิโนออนไลน์ ส่วนใหญ่ก็จะมีระบบตรวจจับการโกงที่คอยทำงานอยู่หลังบ้านอยู่แล้ว และก็มีความเป็นไปได้ว่าหลังจากที่เราถูกแบนจากที่หนึ่ง เราอาจไม่สามารถไปเล่นกับเจ้าไหนได้อีกเลย เพราะเขาอาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา

มาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็อยากจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิดหรอกครับในการที่เราจะใช้เทคนิคการนับไพ่สำหรับการเล่น BlackJack เพียงแต่เราต้องใช้ให้ถูกจังหวะ ถูกที่ ถูกเวลา ลองหาเทคนิคอื่น ๆ มาใช้บ้าง หลังจากนั้นเราจะมีเทคนิคการเล่นเพื่อที่จะเพิ่มโอกาสชนะในรูปแบบของตัวเอง ขนาดกฎเดิมพันยังมีการพัฒนาตลอดเวลา แล้วทำไมเราจะมาเสียเวลากับวิธีการเล่นแบบเดิม ๆ อีก

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน เล่น BlackJack อย่างไรให้ชนะ

Categories
เกมไพ่ BlackJack

BlackJack American Style Vs European Style อันไหนน่าเล่นกว่ากัน

BlackJack American Style กับ European Style อันไหนน่าเล่นกว่ากัน

( BlackJack American Style กับ European Style ) สิ่งที่มือใหม่หัดเล่น แบล็คแจ็ค มักจะตัดสินใจกันลำบากก็คือไม่รู้ว่าจะเล่น BlackJack ตัวไหน พอเข้า คาสิโนออนไลน์ ก็มีให้เลือกเล่นกันแบบมากหน้าหลายตาเสียเหลือเกิน ถึงจะเล่นแบบคลาสสิค ก็ยังมีแยกย่อยไปอีกว่าจะเล่นแบบอเมริกัน หรือจะหันไปเล่นแบบยุโรปที่เขานิยมกันทั่วโลกดี วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับ แบล็คแจ็ค คลาสสิคทั้งสองแบบนี้กันครับว่ามันต่างกันอย่างไร แล้วอันไหนที่มันน่าเล่นกว่ากัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สูตรเดินเงิน BlackJack Martingale เสียไปก็ได้คืน

BlackJack American Style

 BlackJack ที่อยู่ใน คาสิโนออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นแบบไหน

คาสิโนออนไลน์ ถือว่าเป็นแหล่งการพนันที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะมันขนเอาการพนันแทบทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกนี้มาไว้ในที่เดียวกัน และ แบล็คแจ็ค ก็คือหนึ่งในเกมไพ่ที่นิยมเล่นกันเป็นอันดับต้น ๆ อีกด้วย แต่อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า BlackJack จะมีอยู่สองรูปแบบหลัก ๆ ก็คือแบบอเมริกัน กับแบบยุโรป

แม้ว่า คาสิโนออนไลน์ จะมีให้เราเล่นทั้งสองแบบ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปในแบบที่ลูกค้าหรือผู้เล่นนิยมกัน อย่างฝั่งบ้านเราส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็นแบบอเมริกันเสียมากกว่า แต่ถ้าเป็นแบรนด์คาสิโนจากฝั่งยุโรป เราก็จะได้เห็น BlackJack European Style กันมากขึ้น

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน Hole Carding แค่มองไพ่ได้ก็ชนะ BlackJack

แบล็คแจ็คแบบอเมริกันกับแบล็คแจ็คยุโรปต่างกันตรงไหน

สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดเลยก็คือจำนวนไพ่ที่ใช้ในการเล่น และการ์ดโฮล ของไพ่ทั้งสองแบบซึ่งเราจะต้องจำให้แม่น เนื่องจากมันจะส่งผลถึงกฎการเล่น และรูปแบบการเอาชนะด้วย

ในกฎของ American Style เจ้ามือจะได้รับไพ่สองใบพร้อมกับผู้เล่น โดยที่หนึ่งใบจะถูกหงายไว้และอีกใบจะถูกคว่ำไว้ก่อน หากไพ่ที่หงายเป็นไพ่ Ace ก็จะไปดูไพ่อีกใบ หากว่าได้ไพ่ 10 แต้ม (10, J, Q หรือ K) เจ้ามือก็จะติด แบล็คแจ็ค และเป็นฝ่ายชนะไปก่อน ส่วนผู้เล่นก็จะเสียเดิมพันทันที

สำหรับ European Style เจ้ามือจะได้รับไพ่แค่ใบเดียวโดยคว่ำหน้าไว้ ทำให้ยากที่จะเดาได้ว่าเจ้ามือจะได้ BlackJack หรือไม่ เพราะไพ่ใบที่สองจะถูกจ่ายให้เจ้ามือก็ต่อเมื่อผู้เล่นทุกคนเล่นจบกันครบแล้ว

จากทั้งสองแบบจะเห็นได้ว่าการเล่นแบบยุโรปที่ไม่มี Hole Card สร้างความลำบากให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก ต่างกับแบบอเมริกันที่เราจะได้ข้อมูลจากไพ่ใบแรกมาคิดก่อนว่าจะเพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่า จะแยกไพ่ หรือจะเดิมพันข้างดี ทำให้เรามองเห็นโอกาสชนะมากขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะเสียเดิมพันอีกด้วย

European Style

เทคนิคการเล่น แบล็คแจ็ค แบบอเมริกัน

สำหรับค่า House Edge ในแบบอเมริกันถือว่าค่อนข้างที่จะดีต่อผู้เล่น เพราะเป็นเกมที่ คาสิโนออนไลน์ มีความได้เปรียบค่อนข้างต่ำ กฎกติการที่ใช้ก็ค่อนข้างทำให้ฝั่งผู้เล่นได้เปรียบมากกว่า การจ่ายเงินปกติจะมีอัตราต่อรองที่ 3:2 แต่ถ้าเป็น แบล็คแจ็ค จะจ่าย 2:1 ส่วนเงินเดิมพันประกันจะจ่ายที่ 2:1

อย่างไรก็ตามการที่ค่า House Edge ไม่ค่อยเป็นมิตรกับฝั่งเจ้ามือ การเล่นแบบอเมริกันเลยต้องใช้ไพ่ 6-8 สำรับมาลดโอกาสชนะของผู้เล่นบ้าง คือไม่สามารถใช้เทคนิคการนับไพ่ได้ โดยที่เจ้ามือจะได้รับไพ่ 2 ใบพร้อมกับผู้เล่นแต่จะมีหนึ่งใบที่หงายก่อน เทคนิคการเล่นที่เราจะใช้ก็คือการอ่านไพ่เจ้ามือ คือ ถ้าไพ่ใบแรกออกมาเป็น A เราจะต้องมาดูว่าจากไพ่ที่เหลือมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่ไพ่อีกใบจะเป็น 10 แต้ม เพราะถ้าไม่มีไพ่เหล่านั้น ไพ่ A จะเหลือค่าแค่ 1 แต้มเท่านั้น

เทคนิคการเล่น แบล็คแจ็ค แบบยุโรป

ความแตกต่างของไพ่รูปแบบนี้คือจะใช้ไพ่แค่ 2 สำรับ หรือที่เรียกกว่า Double Decks ความยากของเกมอยู่ที่การไม่มีการ์ดโฮล คือเจ้ามือจะได้รับไพ่แค่ใบเดียว แล้วเราก็ไม่รู้ว่าไพ่นั้นคืออะไร ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเจ้ามือจะมีโอกาสติด แบล็คแจ็ค หรือไม่ ทำให้เราตัดสินใจได้ยากขึ้นว่าจะเล่นด้วยวิธีใด

ด้วยเหตุนี้เลยทำให้ BlackJack European Style มีค่า House Edge ที่ค่อนข้างมากกว่า American Style แต่เราก็มีเทคนิคที่จะช่วยเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราได้เหมือนกัน ด้วยเทคนิคการนับไพ่ครับ เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการดวลแบบตัวต่อตัวระหว่างเรากับเจ้ามือเสียมากกว่า และจำนวนไพ่ก็ใช้แค่ 2 สำรับ จึงไม่ยากเกินไปที่จะใช้เทคนิคนี้ในการเอาชนะ

เพิ่มโอกาสชนะ ไพ่แบล็คแจ็ค

 แล้วจะเล่น BlackJack แบบไหนดี

อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นแบบอเมริกันหรือว่าแบบยุโรป หากเรามีความชำนาญในการเล่นมันก็ดีกันทั้งนั้น อย่างอเมริกันกฎต่าง ๆ ก็ค่อนข้างออกแบบมาให้เราได้เปรียบอยู่ เพียงแค่มันมีไพ่หลายสำรับ เลยทำให้ไม่สามารถนับไพ่ได้ ส่วนแบบยุโรปถึงจะใช้เทคนิคการนับไพ่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเดาทางไพ่ได้เสมอไป เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าไพ่ที่อยู่ในมืออีกฝ่ายเป็นอะไร มีโอกาสพัฒนาไปได้แค่ไหน แล้วยิ่งถ้าไปเจอพวกใช้เครื่องสับไพ่อัตโนมัติ ต่อให้ใช้ไพ่แค่ 2 สำรับ ก็ถึงกับปาดเหงื่อได้เหมือนกัน

ดังนั้นหากใครอยากจะทำกำไรจาก คาสิโนออนไลน์ ด้วยการเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค ผมแนะนำว่าลองฝึกดูให้เชี่ยวชาญเกมใดเกมหนึ่งไปเลย การเล่นได้หลายเกมมันก็ดีแต่มันแทบจะไม่มีโอกาสชนะเมื่อไปเทียบกับคนที่เก่งแค่เกมใดเกมหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งวิธีที่พวกเขาใช้สร้างชื่อและสร้างเงินจากการเล่น BlackJack กันครับ

Categories
เกมไพ่ BlackJack

เล่น BlackJack Online ปลอดภัยจริงหรือ

เล่น BlackJack Online ปลอดภัยจริงหรือ

( เล่น BlackJack Online ปลอดภัยจริงหรือ )รู้หรือไม่ครับว่าในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดของนักเดิมพันส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่การที่พวกเขาเล่นเสียหรอก เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องเจอกันอยู่แล้ว แต่การที่อยากเล่นแล้วไม่ได้เล่นหรือไม่ได้ออกไปพบเจอเพื่อน ๆ นักเดิมพันนี่ซิ มันเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง โชคดีที่เดี๋ยวนี้เขามี คาสิโนออนไลน์ มาให้เราได้เล่น แบล็คแจ็ค กันที่บ้าน ว่าแต่ของแบบนี้เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าปลอดภัยจริงหรือ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน 4 ความต่างที่ต้องรู้ก่อนเล่นระหว่าง BlackJack กับ Poker

BlackJack Online

มั่นใจได้แค่ไหนว่าข้อมูลของเราไม่รั่วไปหาใคร

ถ้าเป็นการเล่นแบบตามบ่อนคาสิโนที่เราต้องเดินทางไปเล่นแถบประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ใช้อะไรอยู่แล้วแค่ขนเงินไปก็พอ เพราะที่นั่นจะเป็นบ่อนที่เปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมาย มีเงินสดหมุนเวียนอยู่ตลอด จึงไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผู้เล่นมากนัก แต่พอเป็น คาสิโนออนไลน์ หากเราจะเล่น แบล็คแจ็ค อย่างแรกที่ต้องทำก็คือสมัครเป็นสมาชิกของเว็บนั้นและต้องใช้ข้อมูลจริงด้วยรวมไปถึงบัญชีธนาคารที่ใช้ฝากถอนเงิน พอมาถึงตรงนี้ทำให้หลายคนเริ่มหวั่นใจแล้วว่าข้อมูลที่ให้ไปจะปลอดภัยหรือไม่

เอาเข้าจริง ๆ ทางฝั่ง คาสิโนออนไลน์ เขาเองก็หวั่นใจไม่น้อยกับผู้เล่นแต่ละคน เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าข้อมูลที่ให้มาจริงเท็จแค่ไหน ตั้งใจใช้เป็นแหล่งฟอกเงินหรือไม่ เป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดไหม บางครั้งก็ยังมีผู้เล่นบางคนหลอกให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีของคาสิโนแต่ไม่ส่งของให้ สุดท้ายคนเหล่านี้ก็เลยกลายเป็นสาเหตุให้ธุรกิจคาสิโนต้องสะดุด เพราะโดนสั่งปิดเพื่อรับการตรวจสอบ ดังนั้นทางคาสิโนเองก็ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่จะมาเล่นอีกขั้นเพื่อความปลอดภัย จริงอยู่ว่าข้อมูลของเรามันถูกเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มันก็เสี่ยงที่จะรั่วไหล แต่วางได้ได้ครับกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้เขาเองก็มีมาตรการที่จะรักษาข้อมูลของเราให้อยู่ในความปลอดภัยสูงสุดเช่นกัน ดังนั้นขอแค่เราใช้ข้อมูลจริงก็พอเวลาเล่น แบล็คแจ็ค จะได้ไม่มีปัญหามาให้หัวร้อน

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สูตร BlackJack ล้มโต๊ะ เล่นง่ายสบายกระเป๋า

แล้วเกม BlackJack ที่เล่นรู้ได้อย่างไรว่าไม่โกง

สำหรับนักเดิมพันรุ่นเก๋า ๆ ก็คงไม่ค่อยวางใจกับโปรแกรมสักเท่าไรนัก หรือแม้แต่นักพนันรุ่นใหม่ก็ตาม สิ่งแรกที่แว้บเข้ามาในหัวก็คือ เกมมันจะโกงเราหรือเปล่านะ ลองสังเกตให้ดีครับว่าเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ที่เราเห็นใน คาสิโนออนไลน์ แต่ละที่ส่วนใหญ่มันเหมือนกันใช่ไหม นั่นเพราะว่าเกมไพ่ที่เราเล่นกันอยู่เขาซื้อมาให้บริการอีกที ไม่ได้พัฒนาขึ้นมาเอง และแต่ละเกมก็ได้รับการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานที่ดูแลด้านการเดิมพันระดับสากลเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของ eCOGRA Safe & Fair มั่นใจได้ว่าไม่โกง นอกจากเราจะโดนความโลภบังตาเสียเอง

นอกจากนี้ในแต่ละเกมจะมีข้อมูลเกมให้เราดูอีกด้วยว่าค่า RTP หรืออัตราจ่ายมากน้อยแค่ไหน เดิมพันขั้นต่ำ ขั้นสูง อยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายว่าจะเล่นเกมไพ่ แบล็คแจ็ค ตัวไหนดีถึงจะคุ้มค่าที่สุด แล้วเวลาเล่นระบบก็จะช่วยควบคุมหรือบังคับใช้กฎให้เราเอง ไม่ต้องเสียเวลาไปจำ และก็หมดปัญหาเรื่องดีลเลอร์จะเผลอจำกฎผิดอีกด้วย

สูตร BlackJack

ความแตกต่างของบรรยากาศระหว่างคาสิโนกับ คาสิโนออนไลน์

คงต้องยอมรับว่าในบ่อนคาสิโนบรรยากาศมันได้จริง ๆ มันเหมือนกับเวลาที่เราไปงานเลี้ยงรุ่นประมาณนั้น เบื่อโต๊ะนั้นไปโต๊ะนี้ เบื่อเล่นก็ไปนั่งเล้าท์หาเพื่อนคุย ไม่ก็หาเกมใหม่เล่นฆ่าเวลาไป คาสิโนบางทีจะจัดเป็นรีสอร์ทกันไปเลย เหนื่อยก็พักมีแรงก็เล่นต่อ เสียอย่างเดียวก็ตรงที่บางส่วนบางเกมอาจปิดเปิดเป็นเวลา ไม่ก็ลดจำนวนโต๊ะลงในช่วงที่มีคนเล่นน้อย บางครั้งก็มีคนเล่นเยอะเกิน ส่วน คาสิโนออนไลน์ ถึงแม้ว่ามันจะสะดวกก็จะ ตื่นปุ๊บเล่นปั๊บแค่จับโทรศัพท์ก็พร้อมวางเดิมพันกันแล้ว แต่บรรยากาศยังไงมันก็สู้บ่อนจริง ๆ ไม่ได้ มันก็เลยเหมาะกับคนที่ชอบเล่นแบบเงียบ ๆ ใช้สมาธิในการนั่งเล่นยาว ๆ อย่างพวก แบล็คแจ็ค, โป๊กเกอร์ อะไรทำนองนี้เพราะมันเป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดมากกว่าดวงอยู่แล้ว เรียกได้ว่าใครที่ไม่ชอบความวุ่นวาย คาสิโนออนไลน์ นี่แหละถูกใจใช้เลย

แต่ในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องอยู่บ้าน แล้วไม่อยากเล่น แบล็คแจ็ค ที่เป็นรูปแบบเกมล่ะก็ เดี๋ยวนี้เขาก็มีคาสิโนสดให้เราได้เล่นเหมือนกันครับ ถึงบรรยากาศจะพร่องลงไปบ้างเล็กน้อยแต่มันก็โอเคอยู่นะ คือทางคาสิโนเองจะจัดโต๊ะไว้สำหรับเล่น โดยแต่ละโต๊ะจะมีดีลเลอร์หรือคนแจกไพ่ที่เป็นคนจริง ๆ ประจำอยู่ เราก็เลือกได้เลยว่าจะเล่นที่โต๊ะไหนเหมือนไปบ่อนจริง ๆ จากนั้นดีลเลอร์ก็แจกไพ่ให้เราดูผ่านกล้องวงจรปิด เราก็วางเดิมพันเหมือนกับตอนที่เล่นด้วยเกม BlackJack เท่านั้นเอง

BlackJack-American-Style-เล่นอย่างไร

สำหรับใครที่อยากจะเล่นไพ่ แบล็คแจ็ค ผมว่า คาสิโนออนไลน์ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยสำหรับคนที่ไม่อยากเดินทางไกล หรือไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัยในข้อมูลและการฝาก-ถอนผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น แต่มันยังมี BlackJack ให้เราได้เล่นมากมายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางแบบเราอาจจะไม่รู้จักเลยเสียด้วยซ้ำ สำหรับใครที่กลัวเหงาในนั้นเราก็สามารถพูดคุยกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย รับประกันได้เลยว่าเล่นง่ายไม่มีเบื่อ